พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: รายงานความคืบหน้าโครงการ
ฮิต: 1329

ความคืบหน้าการดำเนินโครงการบ้านมั่นคง เดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม 2552

   รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง กิจกรรมสำคัญที่เกิดขึ้นในเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม 2552 มีรายละเอียดดังนี้

1) พิธีการมอบบ้าน และเวทีเสวนาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดิน กรมศิลปากร
     เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2552 ที่ผ่านมา นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เดินทางเป็นประธานในพิธีมอบบ้านให้แก่ชุมชนทิพย์เนตร ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ในที่ดินของแนวกำแพงเมืองเชียงใหม่  ในความรับผิดชอบของกรมธนารักษ์และกรมศิลปากร และร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อเรื่อง  “คนอยู่ร่วมกับโบราณสถาน”  ร่วมกับตัวแทนชุมชนโครงการบ้านมั่นคงในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 30 ชุมชน ตัวแทนชุมชนในเครือข่ายเมืองเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมธนารักษ์ กรมศิลปากร เทศบาล เจ้าหน้าที่ พอช. ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนและสร้างกระบวนการเรียนรู้ในเรื่องการจัดการที่ดินกรมศิลปากรในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่  เกิดการแสดงให้เห็นถึงรูปธรรมในการที่คนกับกำแพงเมือง น่าจะอยู่ร่วมกันได้ และเป็นเครื่องมือในการฟื้นฟู กระตุ้นกระบวนการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคงในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองเห็นแนวทางการแก้ไขปัญหาในเรื่องที่อยู่อาศัย นำไปสู่กระบวนการทำงานร่วมกันของเมืองในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยจากทั้งกรมศิลปากร กรมธนารักษ์ เทศบาล เครือข่าย และชุมชน

2) สัมมนาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยและทำกินของชุมชนเมืองและชนบท
    เมื่อวันที่ 1-2 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา สำนักงานโครงการบ้านมั่นคง ได้จัดให้มีการสัมมนาเรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยและทำกินของชุมชนเมืองและชนบท โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาซึ่งเป็นตัวแทนชุมชนที่มีปัญหาเรื่องที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยและทำกินทั้งภาคเมืองและชนบทเข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น ๖๓ คน โดยสรุปแนวทางและขบวนการทำงานร่วมกันต่อไปในอนาคตทั้งภาคเมืองและชนบท ดังนี้  1) แนวทางในการแก้ไขปัญหาจะต้องทำเชิงรุก  2) แผนการพัฒนาขบวนชาวบ้าน จะต้องทราบจำนวนผู้เดือดร้อนของแต่ละภาคและผู้เดือดร้อนทั้งหมด โดยจะต้องเชื่อมโยงข้อมูลของแต่ละภาค และให้ผู้เดือดร้อนลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง  3) สถานการณ์ร้อนให้แก้ปัญหาตามสถานการณ์สู้เป็นคดี และเปลี่ยนเป็นเชิงรุกมากขึ้น  4) เครื่องมือและวิธีการที่สำคัญที่มีประสิทธิผลที่ทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ได้แก่ จัดทำระบบฐานข้อมูล (ข้อมูลประวัติ, แผนที่, ผังการใช้ประโยชน์ที่ดินก่อนและหลัง หรือการจัดทำรูปผังจำลองของชุมชน) การออกแบบและจัดผังชุมชนโดยขบวนชุมชนและสถาปนิกชุมชน การสำรวจและจัดทำแผนที่โดยขบวนชุมชน กลไกร่วมหลายฝ่าย ระดับพื้นที่และนโยบาย การสร้างเครือข่าย การสร้างกิจกรรมร่วมกันเพื่อพัฒนาพื้นที่ เช่น การปลูกป่ากั้น   แนวเขต ธนาคารที่ดิน โฉนดชุมชนและการจัดการที่ดินร่วมโดยชุมชนในรูปของสหกรณ์หรือการถือกรรมสิทธิ์ร่วม การพัฒนาสื่อเพื่อทำความเข้าใจกับชุมชน การแก้ไขปัญหาทั้งเมืองและตำบล การสำรวจข้อมูลทั้งตำบลเมือง และให้มีพื้นที่นำร่องในการทำโครงการ 5) แนวทางการจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน ต้องเป็นการจัดการโดยชุมชนให้เหมาะกับสภาพแต่ละชุมชนและกฎกติกาดูแลโดยชุมชน ลดระบบปัจเจกชน เพิ่มระบบการจัดการร่วมโดยชุมชน (สหกรณ์,ชุมชน) ผลักดันเรื่องกฎหมายโฉนดชุมชน จัดตั้งธนาคารที่ดิน การใช้ที่ดินมุ่งพัฒนาระบบการผลิตแนวใหม่ที่ไม่ทำลายความสมบูรณ์ของดิน มีแผนการพัฒนาที่ดินเชิงรุก การทำระบบสาธารณูปโภค การจัดผังและจัดพื้นที่ร่วมของชุมชน (ที่ดิน/กิจกรรม) การพัฒนาโดยมีพื้นที่ตำบล/เมือง เป็นตัวตั้ง มีการจัดการทรัพยากรร่วมกันและระบบอื่นๆ ร่วมกันโดยเชื่อมโยงคนที่มีที่ดินตนเองและขบวนของชุมชนเข้าร่วม

3) สรุปปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง
     สถานการณ์สินเชื่อบ้านมั่นคง
     สืบเนื่องจาก พอช. ได้ให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่ชุมชนที่ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงไปแล้วจำนวน 2,386.15 ล้านบาท จากเงินกองทุน พอช. ซึ่งโครงการที่ได้มีการดำเนินการแล้วนั้น ยังมีความต้องการในเรื่องสินเชื่ออีก คิดเป็นวงเงินเงินสินเชื่อโดยประมาณ 4,600 – 5,000 ล้านบาท และในการดำเนินการตามแผนงานต่อไป คาดว่าจะต้องใช้วงเงินสินเชื่ออีก ประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ครบตามเป้าหมายการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี จึงมีความจำเป็นที่ พอช. จะต้องขอรับการสนับสนุนจากรัฐในเรื่องการเงินเพื่อให้สินเชื่อกับองค์กรชุมชนที่จะทำโครงการให้แล้วเสร็จ ซึ่ง พอช.ได้ดำเนินการยื่นหนังสือเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี
     สถานการณ์ที่ดิน กรณีที่ดินเช่าของรัฐ
      ที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย  การดำเนินงาน ณ ปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทยมีนโยบายการเช่าที่ชัดเจนรองรับเฉพาะชุมชนที่มีรายชื่ออยู่ในเครือข่าย สลัม 4 ภาค (61ชุมชน) กรณีชุมชนที่อาศัยบนที่ดินรถไฟ แต่นอกเหนือจากชุมชนที่เครือข่ายสลัม 4 ภาคเสนอนั้น คณะกรรมการพิจารณามีการพิจารณาให้เช่าค่อนข้างล่าช้า  และราคาอัตราค่าเช่าสูงมาก ประกอบกับกฎระเบียบในการเช่าที่ดินของการรถไฟฯ ไม่เหมาะสมต่อสภาพความเดือดร้อนจริงของชุมชนในพื้นที่ ทำให้การอนุมัติเช่านั้นเป็นไปได้ยาก
      ที่ดินสาธารณะ  เนื่องจากการดำเนินการขอเช่าที่ดินสาธารณะนั้นมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงไม่มีเจ้าภาพที่จัดการเรื่องนี้อย่างชัดเจน และขึ้นอยู่กับหน่วยงานท้องถิ่น หากท้องถิ่นไม่เห็นด้วยกับการดำเนินงาน ไม่เข้าใจเรื่องการขอเช่าที่ดินสาธารณะ ประกอบกับกฎระเบียบขั้นตอนในการให้เช่าที่ดินค่อนข้างซับซ้อนทำให้การดำเนินการเช่าล่าช้า
      ที่ดินกรมธนารักษ์  ปัจจุบัน พอช. ได้ทำบันทึกความร่วมมือกับธนารักษ์แล้วและมีการจัดให้เช่าจริงตามอัตราผ่อนปรน  แต่ธนารักษ์พื้นที่บางพื้นที่ก็มีบันทึกความร่วมมือไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดข้อติดขัดในการเช่าที่ดิน
      การท่าเรือแห่งประเทศไทย  มีนโยบายให้เช่าพื้นที่ไม่ตรงกับสภาพความเดือดร้อนของชุมชน เนื่องจากที่ดินที่ชุมชนอาศัยมีขนาดแปลงใหญ่ การท่าเรือฯ ต้องการแบ่งให้หน่วยงานภายนอกภาคธุรกิจให้เช่าที่ดินด้วยเช่นกัน  
      กรณีที่ดินธรณีสงฆ์  วัด กรมการศาสนา  ยังไม่มีการประสานเชิงนโยบาย ปัจจุบันรูปแบบการแก้ไขปัญหาเป็นกรณี ตามความเร่งด่วนและจำเป็นก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการแก้ปัญหากรณีวัดไล่ที่ชาวบ้านเพื่อใช้ที่ดินเชิงพาณิชย์ แต่มีหลายชุมชนที่วัดสนับสนุนการใช้และพัฒนาที่ดินของชุมชน

การพิจารณาร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้น ผ่อนผัน หรือกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ. 2550 
      พอช.ได้มีการประสานงานและติดตามข้อเสนอ ร่างกฏกระทรวงยกเว้น ผ่อนผัน หรือกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามกฏหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารสำหรับโครงการที่รัฐจัดให้มีหรือพัฒนาเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของชุมชน ซึ่งคณะกรรมการควบคุมอาคารได้จัดให้มีคณะอนุกรรมการฯ เพื่อดูแลและทำงานในเรื่องนี้โดยตรง โดยพอช.เข้าร่วมติดตามและให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันสามารถสรุปเป็นร่างกฎกระทรวงฯ ดังกล่าวนำเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมอาคารพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศใช้ต่อไป  ข้อยกเว้นในร่างกฎกระทรวงฯ ดังกล่าวจะใช้กับโครงการที่จะก่อสร้างในอนาคต และให้มีผลย้อนหลังกับโครงการฯ ที่ดำเนินการไปแล้ว โดยมีหลักการสำคัญคือ การปรับลด ผ่อนปรนต่าง ๆ ไม่ทำให้ความแข็งแรงของอาคารลดน้อยลง และทำให้ชุมชนมีความปลอดภัยจากเพลิงไหม้พอสมควร โดยหากมีเพลิงไหม้ในชุมชน ชุมชนสามารถดับเองได้ภายในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง สำหรับข้อผ่อนปรนเรื่องระยะร่น ความกว้าง – ยาว ของช่วงเสา ความสูงของบ้าน เป็นการเสนอสำหรับการสร้างบ้านแฝดและบ้านแถวในชุมชนซึ่งเหมาะสมกับค่าใช้จ่ายของชุมชนผู้มีรายได้น้อย และใช้สำหรับอาคารในโครงการฯ เท่านั้น แต่ถ้าอาคารในโครงการติดกับที่ดินเอกชนหรือที่ดินสาธารณะ ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงเดิม สำหรับการดำเนินงานในระหว่างการเสนอร่างกฎกระทรวงนี้ชุมชน ใช้วิธีการขออนุมัติการก่อสร้างทั้งชุมชนไม่ขออนุมัติเป็นรายหลังเพื่อให้ชุมชนสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง
      โดยขณะนี้การดำเนินงานอยู่ในขั้นตอนกระบวนการส่งร่างฯ ให้กับคณะกรรมการควบคุมอาคารเพื่อพิจารณาพิจารณาในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2552 นี้
      เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม 2552 เครือข่ายสลัม 4 ภาค และเครือข่ายปฏิรูปที่ดินได้เข้าร้องเรียนเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดิน 13 ข้อ โดยนำเสนอปัญหาเรื่องที่ดิน สินเชื่อบ้านมั่นคง และกฎกระทรวงฯ การควบคุมอาคารฯ ดังกล่าวด้วย ทำให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ เพื่อแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ 5 คณะ โดย พอช. ได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการและเลขานุการ คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาด้านสินเชื่อ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน โดยกำหนดการประชุมครั้งแรกวันที่ 23 มีนาคม 2552

4)  รายงานความคืบหน้าการอนุมัติโครงการบ้านมั่นคง
    ณ ปัจจุบัน โครงการบ้านมั่นคงได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนการพัฒนากระบวนการในเมืองรวมแก่ 76 จังหวัด  245  เมือง/เขต 148 โครงการ จำนวนเงินรวม 105.10 ล้านบาท การสนับสนุนงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภคแก่  70  จังหวัด 236  เมือง/เขต 716 โครงการ 1,269  ชุมชน 77,944ครัวเรือน  จำนวนเงิน 2,366.04   ล้านบาท งบบริหารจัดการการพัฒนา (5%)  จำนวนเงิน 95.95  ล้านบาท งบสินเชื่อ 2,787.16  ล้านบาท โดยสามารถแยกเป็นพื้นที่ภาคได้ ดังนี้

 

ภาค

จำนวนโครงการ

จำนวนชุมชน

ครัวเรือน

งบสนับสนุนสาธารณูปโภค          (ล้านบาท)

บ้านกลาง,บ้านชั่วคราว,ศูนย์พักคนไร้บ้าน        (ล้านบาท)

งบสินเชื่อ                        (ล้านบาท)

งบบริหารจัดการ 5%     (ล้านบาท)

งบพัฒนากระบวนเมือง (ล้านบาท)

กรุงเทพและปริมณฑล

262

372

33,253

1,061.73

52.34

1,501.69

43.03

8.41

ภาคกลางบน

34

42

2,356

77.08

2.46

145.38

3.16

1.61

ภาคตะวันตก

28

48

3,963

120.57

1.92

44.01

4.45

0.27

ภาคตะวันออก

46

58

4,878

166.35

3.93

294.40

6.18

2.78

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

167

288

13,873

432.65

8.17

404.62

18.58

11.36

ภาคใต้

98

224

10,607

295.94

20.47

266.28

11.69

24.30

ภาคเหนือ

81

237

9,014

211.72

44.75

130.78

8.86

5.76

ส่วนกลาง

 

 

 

 

 

 

 

50.61

รวม

716

1,269

77,944

2,366.04

134.04

2,787.16

95.95

105.10

 

   สำนักงานโครงการบ้านมั่นคง
17  มีนาคม  2552

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter