รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง กิจกรรมสำคัญที่เกิดขึ้นในเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ 552 มีรายละเอียดดังนี้
1)รายงานความก้าวหน้าศูนย์เรียนรู้โครงการบ้านมั่นคง
คณะอนุกรรมการโครงการบ้านมั่นคงได้มีมติอนุมัติโครงการพร้อมงบประมาณเพื่อพัฒนาศูนย์
เรียนรู้โครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศ จำนวน 100 ศูนย์ งบประมาณรวม 5,000,000 บาท ึ่งปัจจุบันพบว่ามีชุมชนและเมืองที่มีความพร้อม ในการพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ จำนวนทั้งสิ้น 94 ศูนย์ แบ่งออกเป็น ภาคกลางบนและภาคตะวันตกระดับชุมชน 16 ชุมชน ระดับเมือง5 เมือง รวม 21 ศูนย์ รุงเทพฯ ปริมณฑลและภาคตะวันออก 28 ศูนย์ภาคใต้ 8 ศูนย์ าคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 ศูนย์ ละภาคเหนือ 17 ศูนย์ โดยมีจุดเด่นในการเรียนรู้สามารถแยกเป็นกลุ่ม ๆ ได้ดังนี้
กลุ่ม 1การแก้ไขปัญหาที่ดินรัฐ จำนวน 26 ศูนย์
กลุ่ม 2 การจัดการกองทุนและสวัสดิการ จำนวน 12 ศูนย์
กลุ่ม 3การพัฒนาที่อยู่อาศัยส่งเสริมเอกลักษณ์ของท้องถิ่น/เมืองน่าอยู่/สิ่งแวดล้อม จำนวน7 ศูนย์
กลุ่ม 4 การบริหารจัดการช่างชุมชน/งานก่อสร้าง จำนวน 20 ศูนย์
กลุ่ม 5 การบริหารองค์กร จำนวน 27 ศูนย์
กลุ่ม 6 การประสานความร่วมมือกับภาคีจำนวน 18 ศูนย์
กลุ่ม 7 การส่งเสริมอาชีพจำนวน8 ชุมชน
กลุ่ม 8 การบริหารจัดการชุมชนในกรณีประสบภัยพิบัติ จำนวน 4 ศูนย์
กลุ่ม 9 ผู้นำจำนวน 1 ศูนย์
สำหรับเกณฑ์การสนับสนุนงบประมาณประกอบด้วย
1) ระดับชุมชนจะเน้นการสนับสนุนการพัฒนาด้านเครื่องมือเพื่อการเผยแพร่ การจัดทำสื่อเพื่อการเรียนรู้ เช่น หนังสือ แผ่นพับ ซีดี นิทรรศการ โมเดล การจัดเตรียมอุปกรณ์การสาธิต/อุปกรณ์ประจำศูนย์ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพผู้นำ ผู้ให้ความรู้ประจำศูนย์
2) ระดับเมือง มุ่งเน้นการเชื่อมโยงระหว่างศูนย์ภายในเมือง สรุปติดตามการทำงานของเมือง สรุปบทเรียนพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ระดับเมือง/ภาค อบรม/พัฒนาวิทยากรระดับพื้นที่ ารส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างพื้นที่ โดยในการบริหารจัดการจะมีคณะกรรมการกลาง ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนชุมชน ผู้ทรงคุณวุฒิ ม่เกิน 15 คน ทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ ตลอดจนสนับสนุนการเชื่อมโยงและเรียนรู้ของชุมชนระหว่างภาคซึ่งจะมีการพิจารณาชุมชนที่มีความพร้อมจะพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทั้งในระดับชุมชนและระดับเมืองให้เสร็จสิ้นภายใน เดือนเมษายน 2552
2) พิธีการมอบบ้าน และเวทีเสวนาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดิน กรมศิลปากร
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2552 ายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เดินทางเป็นประธานในพิธีมอบบ้านให้แก่ชุมชนทิพย์เนตร ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ในที่ดินของแนวกำแพงเมืองเชียงใหม่ในความรับผิดชอบของราชพัสดุและกรมศิลปากร และร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อเรื่อง amp;#8220;คนอยู่ร่วมกับโบราณสถาน”ร่วมกับตัวแทนชุมชนโครงการบ้านมั่นคงในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 30 ชุมชน ตัวแทนชุมชนในเครือข่ายเมืองเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ ราชพัสดุ กรมศิลปากร เทศบาล เจ้าหน้าที่ พอช. ทำให้ผู้เกี่ยวข้องในเมืองมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนและสร้างกระบวนการเรียนรู้ในเรื่องการจัดการที่ดินกรมศิลปากรในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เกิดการแสดงให้เห็นถึงรูปธรรมในการที่คนกับกำแพงเมือง น่าจะอยู่ร่วมกันได้ และเป็นเครื่องมือในการฟื้นฟู กระตุ้นกระบวนการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคงในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองเห็นแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย นำไปสู่กระบวนการทำงานร่วมกันของเมืองในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยจากทั้งกรมศิลปากร ราชพัสดุ เทศบาล เครือข่าย และชุมชน
3) ปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง
สถานการณ์สินเชื่อบ้านมั่นคง
สืบเนื่องจากพอช. ได้ให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่ชุมชนที่ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงไปแล้วจำนวน 2,386.15 ล้านบาท จากเงินกองทุนพอช.ึ่งโครงการที่ได้มีการดำเนินการแล้วนั้น ยังมีความต้องการในเรื่องสินเชื่ออีกคิดเป็นวงเงินเงินสินเชื่อโดยประมาณ 4,600 – 5,000 ล้านบาท และในการดำเนินการตามแผนงานต่อไป คาดว่าจะต้องใช้วงเงินสินเชื่ออีก ประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ครบตามเป้าหมายการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีจึงมีความจำเป็นที่ พอช. จะต้องขอรับการสนับสนุนจากรัฐในเรื่องการเงินเพื่อให้สินเชื่อกับองค์กรชุมชนที่จะทำโครงการให้แล้วเสร็จซึ่ง พอช.ได้ดำเนินการยื่นหนังสือเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี
สถานการณ์ที่ดิน กรณีที่ดินเช่าของรัฐ
ที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย การดำเนินงาน ณ ปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทยมีนโยบายการเช่าที่ชัดเจนรองรับเฉพาะชุมชนที่มีรายชื่ออยู่ในเครือข่าย สลัม 4 ภาค (61ชุมชน) กรณีชุมชนที่อาศัยบนที่ดินรถไฟแต่นอกเหนือจากชุมชนที่เครือข่ายสลัม 4 ภาคเสนอนั้น คณะกรรมการพิจารณามีการพิจารณาให้เช่าค่อนข้างล่าช้า ละราคาอัตราค่าเช่านั้นสูงมาก ประกอบกับกฎระเบียบในการเช่าที่ดินของการรถไฟฯ ไม่เหมาะสมต่อสภาพความเดือดร้อนจริงของชุมชนในพื้นที่ ทำให้การอนุมัติเช่านั้นเป็นไปได้ยาก
ที่ดินสาธารณะเนื่องจากการดำเนินการขอเช่าที่ดินสาธารณะนั้นมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงไม่มีเจ้าภาพที่จัดการเรื่องนี้อย่างชัดเจน และขึ้นอยู่กับหน่วยงานท้องถิ่น หากท้องถิ่นไม่เห็นด้วยกับการดำเนินงาน ไม่เข้าใจเรื่องการขอเช่าที่ดินสาธารณะ ประกอบกับกฎระเบียบขั้นตอนในการให้เช่าที่ดินค่อนข้างซับซ้อนทำให้การดำเนินการเช่าล่าช้า
ที่ดินกรมธนารักษ์ ปัจจุบัน พอช. ได้ทำบันทึกความร่วมมือกับธนารักษ์แล้วและมีการจัดให้เช่า
จริงตามอัตราผ่อนปรน ต่ธนารักษ์พื้นที่บางพื้นที่ก็วินิจฉัยบันทึกความร่วมมือไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดข้อติดขัดในการเช่าที่ดิน
การท่าเรือแห่งประเทศไทย ีนโยบายให้เช่าพื้นที่ไม่ตรงกับสภาพความเดือดร้อนของชุมชน เนื่องจากที่ดินที่ชุมชนอาศัยมีขนาดแปลงใหญ่ การท่าเรือต้องการแบ่งให้หน่วยงานภายนอกภาคธุรกิจให้เช่าที่ดินด้วยเช่นกัน br> กรณีที่ดินธรณีสงฆ์วัด กรมการศาสนาังไม่มีการประสานเชิงนโยบาย ปัจจุบันรูปแบบการ
แก้ไขปัญหาเป็นกรณี ตามความเร่งด่วนและจำเป็นก่อน ึ่งส่วนใหญ่เป็นการแก้ปัญหากรณีวัดไล่ที่ชาวบ้านเพื่อใช้ที่ดินเชิงพานิชย์ แต่มีหลายชุมชนที่วัดสนับสนุนการใช้และพัฒนาที่ดินของชุมชน
การพิจารณาร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้น ผ่อนผัน หรือกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ. 2550
พอช.ได้มีการประสานงานและติดตามข้อเสนอ ร่างกฏกระทรวงยกเว้น ผ่อนผัน หรือกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามกฏหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารสำหรับโครงการที่รัฐจัดให้มีหรือพัฒนาเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของชุมชน ซึ่งคณะกรรมการควบคุมอาคารได้จัดให้มีคณะอนุกรรมการฯ เพื่อดูแลและทำงานในเรื่องนี้โดยตรง โดยพอช.เข้าร่วมติดตามและให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันสามารถสรุปเป็นร่างกฎกระทรวงฯ ดังกล่าวนำเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมอาคารพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศใช้ต่อไปข้อยกเว้นในร่างกฎกระทรวงฯ ดังกล่าวจะใช้กับโครงการที่จะก่อสร้างในอนาคต และให้มีผลย้อนหลังกับโครงการฯ ที่ดำเนินการไปแล้ว โดยมีหลักการสำคัญคือ การปรับลด ผ่อนปรนต่าง ๆ ไม่ทำให้ความแข็งแรงของอาคารลดน้อยลง และทำให้ชุมชนมีความปลอดภัยจากเพลิงไหม้พอสมควร โดยหากมีเพลิงไหม้ในชุมชน ชุมชนสามารถดับเองได้ภายในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง สำหรับข้อผ่อนปรนเรื่องระยะร่น ช่วงเสากว้าง – ยาว ความสูงของบ้านเป็นการเสนอสำหรับการสร้างบ้านแฝดและบ้านแถวในชุมชนซึ่งเหมาะสมกับค่าใช้จ่ายของชุมชนผู้มีรายได้น้อย และใช้สำหรับอาคารในโครงการฯ เท่านั้น แต่ถ้าอาคารในโครงการติดกับที่ดินเอกชนหรือที่ดินสาธารณะ ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงเดิม สำหรับการดำเนินงานในระหว่างการเสนอร่างกฎกระทรวงนี้ชุมชน ใช้วิธีการขออนุมัติการก่อสร้างทั้งชุมชนไม่ขออนุมัติเป็นรายหลังเพื่อให้ชุมชนสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง
โดยขณะนี้การดำเนินงานอยู่ในขั้นตอนกระบวนการส่งร่างฯ ให้กับคณะกรรมการควบคุมอาคารเพื่อพิจารณาพิจารณาในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2552 นี้
4) รายงานความคืบหน้าการอนุมัติโครงการบ้านมั่นคง
ณ ปัจจุบัน โครงการบ้านมั่นคงได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนการพัฒนากระบวนการในเมืองรวมแก่ 76 จังหวัด 45 มือง/เขต 148 โครงการ จำนวนเงินรวม 105.11 ล้านบาท การสนับสนุนงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภคแก่70 ังหวัด 236 มือง/เขต 716 โครงการ 1,269 ุมชน 77,944ครัวเรือนจำนวนเงิน 2,366.03 ล้านบาท งบบริหารจัดการการพัฒนา (5%) ำนวนเงิน 95.96 ้านบาท งบสินเชื่อ 2,743.63 ้านบาท โดยสามารถแยกเป็นพื้นที่ภาคได้ ดังนี้
|
ภาค |
จำนวนโครงการ |
จำนวนชุมชน |
ครัวเรือน |
งบสนับสนุนสาธารณูปโภค(ล้านบาท) |
บ้านกลาง,บ้านชั่วคราว,ศูนย์พักคนไร้บ้าน(ล้านบาท) |
งบสินเชื่อ(ล้านบาท) |
งบบริหารจัดการ 5% (ล้านบาท) |
งบพัฒนากระบวนเมือง (ล้านบาท) |
|
กรุงเทพและปริมณฑล |
262 |
372 |
33,253 |
1,061.73 |
52.34 |
1,458.16 |
43.03 |
8.41 |
|
ภาคกลางบน |
34 |
42 |
2,356 |
77.08 |
2.46 |
145.38 |
3.16 |
1.61 |
|
ภาคตะวันตก |
28 |
48 |
3,963 |
120.57 |
1.92 |
44.01 |
4.45 |
0.27 |
|
ภาคตะวันออก |
46 |
58 |
4,878 |
166.35 |
3.93 |
294.40 |
6.18 |
2.78 |
|
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
167 |
288 |
13,873 |
432.65 |
8.17 |
404.62 |
18.58 |
11.36 |
|
ภาคใต้ |
98 |
224 |
10,607 |
295.94 |
20.47 |
266.28 |
11.69 |
24.30 |
|
ภาคเหนือ |
81 |
237 |
9,014 |
211.72 |
44.75 |
130.78 |
8.86 |
5.76 |
|
ส่วนกลาง |
|
|
|
|
|
|
|
50.61 |
|
รวม |
716 |
1,269 |
77,944 |
2,366.03 |
134.03 |
2,743.63 |
95.96 |
105.11 |
สำนักงานโครงการบ้านมั่นคง
19 กุมภาพันธ์ 2552


