พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: รายงานความคืบหน้าโครงการ
ฮิต: 1362

รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง กิจกรรมสำคัญที่เกิดขึ้นในเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ 552 มีรายละเอียดดังนี้

 

1)รายงานความก้าวหน้าศูนย์เรียนรู้โครงการบ้านมั่นคง
คณะอนุกรรมการโครงการบ้านมั่นคงได้มีมติอนุมัติโครงการพร้อมงบประมาณเพื่อพัฒนาศูนย์
เรียนรู้โครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศ จำนวน 100 ศูนย์ งบประมาณรวม 5,000,000 บาท ึ่งปัจจุบันพบว่ามีชุมชนและเมืองที่มีความพร้อม ในการพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ จำนวนทั้งสิ้น 94 ศูนย์ แบ่งออกเป็น ภาคกลางบนและภาคตะวันตกระดับชุมชน 16 ชุมชน ระดับเมือง5 เมือง รวม 21 ศูนย์ รุงเทพฯ ปริมณฑลและภาคตะวันออก 28 ศูนย์ภาคใต้ 8 ศูนย์ าคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 ศูนย์ ละภาคเหนือ 17 ศูนย์ โดยมีจุดเด่นในการเรียนรู้สามารถแยกเป็นกลุ่ม ๆ ได้ดังนี้
กลุ่ม 1การแก้ไขปัญหาที่ดินรัฐ จำนวน 26 ศูนย์
กลุ่ม 2 การจัดการกองทุนและสวัสดิการ จำนวน 12 ศูนย์
กลุ่ม 3การพัฒนาที่อยู่อาศัยส่งเสริมเอกลักษณ์ของท้องถิ่น/เมืองน่าอยู่/สิ่งแวดล้อม จำนวน7 ศูนย์
กลุ่ม 4 การบริหารจัดการช่างชุมชน/งานก่อสร้าง จำนวน 20 ศูนย์
กลุ่ม 5 การบริหารองค์กร จำนวน 27 ศูนย์
กลุ่ม 6 การประสานความร่วมมือกับภาคีจำนวน 18 ศูนย์
กลุ่ม 7 การส่งเสริมอาชีพจำนวน8 ชุมชน
กลุ่ม 8 การบริหารจัดการชุมชนในกรณีประสบภัยพิบัติ จำนวน 4 ศูนย์
กลุ่ม 9 ผู้นำจำนวน 1 ศูนย์
สำหรับเกณฑ์การสนับสนุนงบประมาณประกอบด้วย
1) ระดับชุมชนจะเน้นการสนับสนุนการพัฒนาด้านเครื่องมือเพื่อการเผยแพร่ การจัดทำสื่อเพื่อการเรียนรู้ เช่น หนังสือ แผ่นพับ ซีดี นิทรรศการ โมเดล การจัดเตรียมอุปกรณ์การสาธิต/อุปกรณ์ประจำศูนย์ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพผู้นำ ผู้ให้ความรู้ประจำศูนย์
2) ระดับเมือง มุ่งเน้นการเชื่อมโยงระหว่างศูนย์ภายในเมือง สรุปติดตามการทำงานของเมือง สรุปบทเรียนพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ระดับเมือง/ภาค อบรม/พัฒนาวิทยากรระดับพื้นที่ ารส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างพื้นที่ โดยในการบริหารจัดการจะมีคณะกรรมการกลาง ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนชุมชน ผู้ทรงคุณวุฒิ ม่เกิน 15 คน ทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ ตลอดจนสนับสนุนการเชื่อมโยงและเรียนรู้ของชุมชนระหว่างภาคซึ่งจะมีการพิจารณาชุมชนที่มีความพร้อมจะพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทั้งในระดับชุมชนและระดับเมืองให้เสร็จสิ้นภายใน เดือนเมษายน 2552

2)  พิธีการมอบบ้าน และเวทีเสวนาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดิน กรมศิลปากร
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2552 ายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เดินทางเป็นประธานในพิธีมอบบ้านให้แก่ชุมชนทิพย์เนตร ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ในที่ดินของแนวกำแพงเมืองเชียงใหม่ในความรับผิดชอบของราชพัสดุและกรมศิลปากร และร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อเรื่อง amp;#8220;คนอยู่ร่วมกับโบราณสถาน”ร่วมกับตัวแทนชุมชนโครงการบ้านมั่นคงในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 30 ชุมชน ตัวแทนชุมชนในเครือข่ายเมืองเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ ราชพัสดุ กรมศิลปากร เทศบาล เจ้าหน้าที่ พอช. ทำให้ผู้เกี่ยวข้องในเมืองมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนและสร้างกระบวนการเรียนรู้ในเรื่องการจัดการที่ดินกรมศิลปากรในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เกิดการแสดงให้เห็นถึงรูปธรรมในการที่คนกับกำแพงเมือง น่าจะอยู่ร่วมกันได้ และเป็นเครื่องมือในการฟื้นฟู กระตุ้นกระบวนการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคงในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองเห็นแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย นำไปสู่กระบวนการทำงานร่วมกันของเมืองในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยจากทั้งกรมศิลปากร ราชพัสดุ เทศบาล เครือข่าย และชุมชน

3) ปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง
สถานการณ์สินเชื่อบ้านมั่นคง
สืบเนื่องจากพอช. ได้ให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่ชุมชนที่ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงไปแล้วจำนวน 2,386.15 ล้านบาท จากเงินกองทุนพอช.ึ่งโครงการที่ได้มีการดำเนินการแล้วนั้น ยังมีความต้องการในเรื่องสินเชื่ออีกคิดเป็นวงเงินเงินสินเชื่อโดยประมาณ 4,600 – 5,000 ล้านบาท และในการดำเนินการตามแผนงานต่อไป คาดว่าจะต้องใช้วงเงินสินเชื่ออีก ประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ครบตามเป้าหมายการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีจึงมีความจำเป็นที่ พอช. จะต้องขอรับการสนับสนุนจากรัฐในเรื่องการเงินเพื่อให้สินเชื่อกับองค์กรชุมชนที่จะทำโครงการให้แล้วเสร็จซึ่ง พอช.ได้ดำเนินการยื่นหนังสือเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี
สถานการณ์ที่ดิน กรณีที่ดินเช่าของรัฐ
ที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย การดำเนินงาน ณ ปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทยมีนโยบายการเช่าที่ชัดเจนรองรับเฉพาะชุมชนที่มีรายชื่ออยู่ในเครือข่าย สลัม 4 ภาค (61ชุมชน) กรณีชุมชนที่อาศัยบนที่ดินรถไฟแต่นอกเหนือจากชุมชนที่เครือข่ายสลัม 4 ภาคเสนอนั้น คณะกรรมการพิจารณามีการพิจารณาให้เช่าค่อนข้างล่าช้า ละราคาอัตราค่าเช่านั้นสูงมาก ประกอบกับกฎระเบียบในการเช่าที่ดินของการรถไฟฯ ไม่เหมาะสมต่อสภาพความเดือดร้อนจริงของชุมชนในพื้นที่ ทำให้การอนุมัติเช่านั้นเป็นไปได้ยาก
ที่ดินสาธารณะเนื่องจากการดำเนินการขอเช่าที่ดินสาธารณะนั้นมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงไม่มีเจ้าภาพที่จัดการเรื่องนี้อย่างชัดเจน และขึ้นอยู่กับหน่วยงานท้องถิ่น หากท้องถิ่นไม่เห็นด้วยกับการดำเนินงาน ไม่เข้าใจเรื่องการขอเช่าที่ดินสาธารณะ ประกอบกับกฎระเบียบขั้นตอนในการให้เช่าที่ดินค่อนข้างซับซ้อนทำให้การดำเนินการเช่าล่าช้า
ที่ดินกรมธนารักษ์ ปัจจุบัน พอช. ได้ทำบันทึกความร่วมมือกับธนารักษ์แล้วและมีการจัดให้เช่า
จริงตามอัตราผ่อนปรน ต่ธนารักษ์พื้นที่บางพื้นที่ก็วินิจฉัยบันทึกความร่วมมือไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดข้อติดขัดในการเช่าที่ดิน
การท่าเรือแห่งประเทศไทย ีนโยบายให้เช่าพื้นที่ไม่ตรงกับสภาพความเดือดร้อนของชุมชน เนื่องจากที่ดินที่ชุมชนอาศัยมีขนาดแปลงใหญ่ การท่าเรือต้องการแบ่งให้หน่วยงานภายนอกภาคธุรกิจให้เช่าที่ดินด้วยเช่นกัน br> กรณีที่ดินธรณีสงฆ์วัด กรมการศาสนาังไม่มีการประสานเชิงนโยบาย ปัจจุบันรูปแบบการ
แก้ไขปัญหาเป็นกรณี ตามความเร่งด่วนและจำเป็นก่อน ึ่งส่วนใหญ่เป็นการแก้ปัญหากรณีวัดไล่ที่ชาวบ้านเพื่อใช้ที่ดินเชิงพานิชย์ แต่มีหลายชุมชนที่วัดสนับสนุนการใช้และพัฒนาที่ดินของชุมชน

    การพิจารณาร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้น ผ่อนผัน หรือกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ. 2550
พอช.ได้มีการประสานงานและติดตามข้อเสนอ ร่างกฏกระทรวงยกเว้น ผ่อนผัน หรือกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามกฏหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารสำหรับโครงการที่รัฐจัดให้มีหรือพัฒนาเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของชุมชน ซึ่งคณะกรรมการควบคุมอาคารได้จัดให้มีคณะอนุกรรมการฯ เพื่อดูแลและทำงานในเรื่องนี้โดยตรง โดยพอช.เข้าร่วมติดตามและให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันสามารถสรุปเป็นร่างกฎกระทรวงฯ ดังกล่าวนำเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมอาคารพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศใช้ต่อไปข้อยกเว้นในร่างกฎกระทรวงฯ ดังกล่าวจะใช้กับโครงการที่จะก่อสร้างในอนาคต และให้มีผลย้อนหลังกับโครงการฯ ที่ดำเนินการไปแล้ว โดยมีหลักการสำคัญคือ การปรับลด ผ่อนปรนต่าง ๆ ไม่ทำให้ความแข็งแรงของอาคารลดน้อยลง และทำให้ชุมชนมีความปลอดภัยจากเพลิงไหม้พอสมควร โดยหากมีเพลิงไหม้ในชุมชน ชุมชนสามารถดับเองได้ภายในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง สำหรับข้อผ่อนปรนเรื่องระยะร่น ช่วงเสากว้าง – ยาว ความสูงของบ้านเป็นการเสนอสำหรับการสร้างบ้านแฝดและบ้านแถวในชุมชนซึ่งเหมาะสมกับค่าใช้จ่ายของชุมชนผู้มีรายได้น้อย และใช้สำหรับอาคารในโครงการฯ เท่านั้น แต่ถ้าอาคารในโครงการติดกับที่ดินเอกชนหรือที่ดินสาธารณะ ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงเดิม สำหรับการดำเนินงานในระหว่างการเสนอร่างกฎกระทรวงนี้ชุมชน ใช้วิธีการขออนุมัติการก่อสร้างทั้งชุมชนไม่ขออนุมัติเป็นรายหลังเพื่อให้ชุมชนสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง
โดยขณะนี้การดำเนินงานอยู่ในขั้นตอนกระบวนการส่งร่างฯ ให้กับคณะกรรมการควบคุมอาคารเพื่อพิจารณาพิจารณาในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2552 นี้

4)    รายงานความคืบหน้าการอนุมัติโครงการบ้านมั่นคง
ณ ปัจจุบัน โครงการบ้านมั่นคงได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนการพัฒนากระบวนการในเมืองรวมแก่ 76 จังหวัด 45 มือง/เขต 148 โครงการ จำนวนเงินรวม 105.11 ล้านบาท การสนับสนุนงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภคแก่70 ังหวัด 236 มือง/เขต 716 โครงการ 1,269 ุมชน 77,944ครัวเรือนจำนวนเงิน 2,366.03 ล้านบาท งบบริหารจัดการการพัฒนา (5%) ำนวนเงิน 95.96 ้านบาท งบสินเชื่อ 2,743.63 ้านบาท โดยสามารถแยกเป็นพื้นที่ภาคได้ ดังนี้

ภาค

จำนวนโครงการ

จำนวนชุมชน

ครัวเรือน

งบสนับสนุนสาธารณูปโภค(ล้านบาท)

บ้านกลาง,บ้านชั่วคราว,ศูนย์พักคนไร้บ้าน(ล้านบาท)

งบสินเชื่อ(ล้านบาท)

งบบริหารจัดการ 5% (ล้านบาท)

งบพัฒนากระบวนเมือง (ล้านบาท)

กรุงเทพและปริมณฑล

262

372

33,253

1,061.73

52.34

1,458.16

43.03

8.41

ภาคกลางบน

34

42

2,356

77.08

2.46

145.38

3.16

1.61

ภาคตะวันตก

28

48

3,963

120.57

1.92

44.01

4.45

0.27

ภาคตะวันออก

46

58

4,878

166.35

3.93

294.40

6.18

2.78

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

167

288

13,873

432.65

8.17

404.62

18.58

11.36

ภาคใต้

98

224

10,607

295.94

20.47

266.28

11.69

24.30

ภาคเหนือ

81

237

9,014

211.72

44.75

130.78

8.86

5.76

ส่วนกลาง

 

 

 

 

 

 

 

50.61

รวม

716

1,269

77,944

2,366.03

134.03

2,743.63

95.96

105.11

 

สำนักงานโครงการบ้านมั่นคง
19 กุมภาพันธ์ 2552

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter