พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: รายงานความคืบหน้าโครงการ
ฮิต: 1338

     นายไกรศักดิ์ สารภักดี เจ้าหน้าที่ประสานงาน สำนักงานพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานพื้นที่ 3 จังหวัดชลบุรี ( สพพ.3 ) กล่าวว่า สพพ.3 รับผิดชอบบ้านมั่นคงด้านพลังงาน พื้นที่ของแหลมรุ่งเรือง จังหวัดระยอง โดยจากข้อมูลในการสำรวจเบื้องต้นในการใช้พลังงานร่วมกับชาวชุมชนแหลมรุ่งเรือง พบว่าชาวบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ต้องไปชาร์จแบตเตอรี่จากภายนอก ซึ่งในการชาร์จแบตเตอรี่แต่ละครั้งของชาวบ้าน จะใช้จ่ายประมาณ 35-40 บาท รวมค่ารถที่ต้องจ้างคนไปชาร์จด้วย ซึ่งแบตเตอรี่ต่อลูกจะใช้ได้กับหลอดไฟนีออน 1 หลอด ถ้าใช้อย่างประหยัดจะอยู่ได้ 1-2 วัน แล้วก็ต้องนำแบตเตอรี่ไปชาร์จใหม่ ซึ่งเห็นว่าการใช้แผงโซล่าเซลล์จะช่วยชาวบ้านประหยัดได้มากกว่าครึ่ง


“ ขณะนี้ได้เตรียมอุปกรณ์เพื่อการทดลองใช้ คือ แผงโซล่าเซลล์  เตาซุปเปอร์อั้งโล่ ซึ่งเตาซุปเปอร์อั้งโล่ ได้ให้ชาวบ้านทดลองใช้กับหม้อก๋วยเตี๋ยว ก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ชาวบ้านก็ได้เห็นประสิทธิภาพการประหยัดไฟของเตาชนิดนี้ นอกจากนั้นยังจัดหาแบตเตอรี่ขนาด 120 แอมป์ เป็นขนาดที่ใหญ่กว่าของที่ชาวบ้านนิยมใช้ อาจจะมีราคาสูงกว่าเล็กน้อยแต่จะให้พลังงานมากกว่า ให้เป็นตัวเลือกสำหรับชาวบ้าน นอกจากนั้นยังมีตู้อบแห้งแสงอาทิตย์จำนวน 3 ตู้ เตาแก๊สชีวมวล ฝาครอบเตาแก๊ส เหล่านี้เป็นสิ่งที่เริ่มจากสิ่งใกล้ตัวชาวบ้านนำมาทดลองใช้ก่อน ” นายไกรศักดิ์กล่าว


นางสาวจิราภรณ์ คงสมมาตย์ เจ้าหน้าที่ประสานงาน สำนักงานพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานพื้นที่ 3 จังหวัดชลบุรี ( สพพ.3 ) กล่าวว่า การทดลองใช้อุปกรณ์ต่างๆ จะเป็นการอบรมให้ชาวบ้านเข้าใจวิธีการใช้ก่อน ให้เข้าใจเทคโนโลยีประเภทที่เราจะนำเข้ามาใช้ ต่อไปชาวบ้านก็สามารถถ่ายทอดได้เอง อุปกรณ์เหล่านี้พร้อมที่จะทดลองใช้อยู่แล้ว และเมื่อทุกอย่างเริ่มได้ สิ่งที่โครงการจะให้กับชุมชนอีก คือ ไฟส่องสว่าง 5 จุด บริเวณถนนทางเข้าชุมชนหรือในชุมชน ซึ่งจะให้ชาวบ้านเลือกจุดติดตั้งเอง ระบบนี้ยังเป็นการใช้แบตเตอรี่เป็นจุดและให้ชาวบ้านเปิดทีละจุดก่อน


    “ ต่อจากนั้นทางโครงการจะเปิดศูนย์ศึกษาด้านพลังงานในชุมชน บริเวณศาลาที่ชาวบ้านไม่ได้ใช้งาน ให้เป็นศูนย์ศึกษาด้านพลังงานที่ประกอบด้วยโมเดลอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน บอร์ดให้ความรู้พลังงานด้านต่างๆ  การทำงานจะเป็นการหารือร่วมกับชาวบ้านและมีชาวบ้านช่วยกันดูแล ต่อไปชาวบ้านก็สามารถให้ความรู้กับคนอื่นได้ อาจจะเป็นบุคคลภายนอกที่เข้ามาเยี่ยมชมชุมชนและต้องการความรู้ด้านพลังงาน ประกอบกับในชุมชนก็มีการประหยัดพลังงานอยู่แล้ว ซึ่งจะได้ความรู้และเห็นของจริงที่ชาวบ้านปฏิบัติด้วย คาดว่าโครงการนี้จะเริ่มได้ในเดือนพฤษภาคมนี้ ” นางสาวจิราภรณ์กล่าว


      ส่วนทางด้านป้าส้วน พิกุลแย้ม คุณป้าวัย 62 ปี เล่าว่า ทุกวันนี้ได้เข้าอยู่ในโครงการบ้านมั่นคง และได้ทำร้านค้าขายของชำเล็กๆ น้อยๆ และขายอาหารตามสั่งก็พออยู่ได้ ที่ทางเมื่อสร้างบ้านก็สะดวกขึ้น ส่วนที่มีโครงการบ้านมั่นคงด้านพลังงาน ก็เป็นเรื่องที่ดี พลังงานที่เราใช้ก็จะได้ประหยัดขึ้น ทุกวันนี้ใช้แบตเตอรี่ลูกเดียว และใช้ไฟปั่นจากบ้านข้างๆ ก็เปิดไฟเฉพาะช่วงค่ำ ใช้น้อยก็ไม่ต้องไปชาร์จแบตเตอรี่บ่อยๆ
 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter