พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: การแก้ไขปัญหาที่ดินโดยชุมชน/บ้านมั่นคงชนบท
ฮิต: 2801

โฉนดชุมชนและการจัดการที่ดินรูปแบบใหม่
กรณีชุมชนห้วยหินลาด (หินลาดใน/หินลาดนอก/ผาเยือง)
ตำบลบ้านโป่ง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย

                                         ชัยธวัช  จอมติ / เกรียงศักดิ์  ปะปะ : เขียน
นภาพร  สุวรรณศักดิ์ : เรียบเรียง

ความเป็นมา

ชุมชนห้วยหินลาดใน เป็นชุมชนเก่าแก่มีอายุร่วม 100 ปี (จากหลักฐานตามคำบอกเล่าสืบต่อกันมา  คือ  การหมดอายุของผู้นำหมู่บ้านที่เป็นบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งชุมชน 2 คน  คือ  นายสุกา  ปะปะ และนางนอ ผู้เป็นภรรยา)ประกอบด้วย 3 ย่อยบ้าน ได้แก่  หินลาดใน  หินลาดนอก  ผาเยือง ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านโป่ง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย   ประชากรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าปกาเกอญอ  สัญชาติไทย นับถือผีเจ้าที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์และผสมผสานกับการนับถือศาสนาพุทธ  ยังคงมีการประกอบพิธีกรรมในการเลี้ยงผีป่า  ผีน้ำ  ผีไร่  และการผูกข้อมือสู่ขวัญและยังคงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ไว้มาก  เช่น การทอผ้าใส่เอง ย่ามไว้ใช้และตำข้าวกิน  เป็นวิถีชีวิตที่มีการพึ่งพิงจากภายนอกน้อยที่สุด  ยึดอาชีพทำนาและทำสวนเป็นอาชีพหลักในระบบการผลิตและมีระบบการผลิตอื่นๆที่เป็นทางเลือกค่อนข้างมาก  ส่วนที่เหลือก็จะอาศัยหมุนเวียนทำมาหากินตามเทือกเขาที่ไม่ห่างจากที่เดิมมากนัก   การตั้งหมู่บ้านจะไม่ยึดพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นหลักแหล่งนานนัก  เนื่องการดำรงชีพจะเป็นลักษณะการโยกย้ายหมู่บ้านเพื่อหาแหล่งทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ในการประกอบอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว   ตามประวัติความเป็นมาได้มีการโยกย้ายหมู่บ้านประมาณ 8 ครั้ง  แต่ละครั้งจะอาศัยอยู่และทำกินโดยประมาณ 1-3 ปี  คือ ตั้งแต่ยุดก่อตั้งชื่อหมู่บ้าน  ปี พ.ศ. 2432  ถึงปัจจุบันมีการตั้งรกรากอย่างถาวรในปี  2507   ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมที่ตั้งหมู่บ้านครั้งแรก  แต่ละครั้งที่มีการโยกย้ายหมู่บ้านเพื่อป้องกันปัญหาที่ดินทำกินไม่เพียงพอจึงมีบางครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมและตั้งชื่อเป็นหมู่บ้านต่างๆขึ้น เช่น บ้านหินลาดนอก  บ้านห้วยหินลาดใน, ผาเยือง, ห้วยทรายขาว ภายหลังแต่งตั้งหมู่บ้านอย่างเป็นทางการแล้วในปี พ.ศ.2543 จึงได้รวมหมู่บ้านต่างๆเป็นชุมชนเดียว  และประกาศเป็นหมู่บ้านทางการ “ห้วยหินลาดใน” เป็นหมู่บ้านหลัก  เมื่อวันที่  1  กันยายน  2543 

ลักษณะโดยทั่วไปในปัจจุบัน ชุมชนบ้านห้วยหินลาดในเป็นชุมชนที่ตังอยู่ในเขตป่าธรรมชาติ(เป็นป่าสงวนแห่งชาติแม่ปูน,โป่งเหม็น) ที่คงสภาพอุดมสมบูรณ์มีระดับความสูงจากน้ำทะเล  800-900 เมตร  อาณาเขตของหมู่บ้านตั้งอยู่บริเวณหุบเขา  มีน้ำห้วยหินลาดไหลผ่าน  และตั้งอยู่ระหว่าง อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ  (ประกาศเมื่อปี พ.ศ.2517 )   ชาวบ้านทุกครอบครัวก่อสร้างบ้านด้วยไม้แบบถาวร  พื้นที่ทำกินมีความลาดชันประมาณ  35-40 องศาขึ้นไป  วิถีชีวิตโดยทั่วไป  มีการพึ่งพิงกับป่า  ที่เป็นแหล่งอาหารและสมุนไพร  มีระบบการผลิตทางการเกษตรที่มีความหลากหลาย  มีทั้งระบบการทำงาน ทำสวนในลักษณะวนเกษตร  และการทำไร่หมุนเวียน  ที่ยังมีการหมุนเวียน  7-10 ปีต่อ รอบ  การเลี้ยงสัตว์ยังคงเลี้ยงไว้เพื่อการบริโภคและใช้ประกอบพิธีกรรม  เช่น  ไก่  เป็ด  หมู่  ระบบเศรษฐกิจของชุมชนที่สามารถทำรายได้เกือบตลอดปี  คือการแปรรูปชา  และผลผลิตจากป่า  เช่น  หน่อไม้  มะขม  มะแขว่น  น้ำผึ้ง ฯลฯ  ซึ่งเป็นการเก็บจากสวนวนเกษตรของชุมชนเอง

แนวคิดการจัดการที่ดินโดยชุมชนที่ยั่งยืน

ด้วยวิถีชีวิตของชุมชนห้วยหินลาดใน พึ่งพาธรรมชาติเป็นรากฐานในการดำรงชีพ ดังนั้นแนวคิดการจัดการที่ดินจึงมีความสัมพันธ์กับวิถีวัฒนธรรมของชนเผ่าปากญญอ กล่าวคือ “บนโลกใบนี้คงไม่มีผืนแผ่นดินตรงไหนงอกขึ้นมาได้ แต่มนุษย์เพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน บรรพบุรุษ  ปกาเก่อญอ สอนว่า มนุษย์เกิดมาต้องกินเพื่อล่อเลี้ยงร่างการไห้แข็งแรง ทุกอย่างที่มนุษย์กินย่อมเป็นสรรสิ่งบนโลกใบนี้ แม้มนุษย์จะทำไห้โลกใบนี้โตขึ้นไม่ได้ แต่ถ้ารู้จักเพิ่มสิ่งที่กินได้ ก็เท่ากับเพิ่มขนาดของโลกเช่นกัน” ซึ่งถือว่าเป็น ต้นคิดการจัดการที่ดินโดยชุมชนรูปแบบโฉนดชุมชน ซึ่งมีความสอดคล้องกับ คำสุภาษิต ปกาเก่อญอ  ที่กล่าวไว้ว่า
เอาะธีเก่อตอธี                      เอาะก่อเก่อตอก่อ 
ได้กินจากน้ำต้องรักษาน้ำ                   ได้กินจากป่าต้องรักษาป่า
เอาะญ่าเก่อตอกวิ๊                 เอาะเดะเก่อตอเล
ได้กินปลาต้องรักษาคลองพึง      ได้กินกบต้องรักษาหน้าผา 

ประกอบกับในสถานการณ์ปัจจุบันชุมชนได้รับผลกระทบจากแนวนโยบายการบริหารจัดการที่ดินของรัฐทั้งในระดับนโยบายและระดับท้องถิ่น ทำให้ชุมชนออกมาร่วมตัวกับชุมชนภายนอกโดยรวมตัวในลักษณะเครือข่ายระดับภาค  เพื่อผลักดันให้รัฐมีนโยบายและมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมในการกระจายอำนาจการจัดการทรัพยากรที่ดินจากรัฐสู่ประชาชน และกระจายการเข้าถึงทรัพยากรที่ดินอย่างเป็นธรรม  รวมถึงให้มีระบบการจัดการที่ดินที่วางอยู่บนหลักการที่ว่า ที่ดินเป็นปัจจัยการดำรงชีวิตของเกษตรกรรายย่อยมิใช่สินค้าที่จะมีการซื้อขาย  โดยมีหลักคิด “ที่ดินเป็นปัจจัยการเกษตรกร ต้องไม่ใช่สินค้า” ทั้งนี้ชุมชนได้ลงมือปฏิบัติการให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยได้พัฒนารูปแบบทางเลือกการจัดการที่ดินในลักษณะต่างๆ และนำเสนอต่อสาธารณะเพื่อให้เป็นตัวอย่างต่อรัฐและสังคม  และมุ่งเรียกร้องให้รัฐมีนโยบายสนับสนุนการจัดการที่ดินโดยชุมชนท้องถิ่นในทิศข้างหน้า  ซึ่งแนวทางการจัดการที่ดินที่พัฒนาโดยชุมชนท้องถิ่นดังกล่าว  แบ่งออกได้เป็น 3 แนวทางหลัก คือ แนวทางที่ 1 การปรับระบบสิทธิการจัดการที่ดินโดยไม่อ้างอิงกับระบบกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย,แนวทางที่ 2 การปฏิรูปกลไก เพื่อกระจายอำนาจการจัดการที่ดิน  และแนวทางที่ 3 การปฏิรูประบบการผลิตและการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน

ดังกล่าวข้างต้น“โฉนดชุมชน” จึง เป็นแนวคิดจากชาวบ้านที่ได้นำเสนอเพื่อการจัดการที่ดินที่อย่างยืน ในรูแบบสิทธิหน้าหมู่ หรือ กรรมสิทธิ์ ชุมชน โฉนดชุมชน จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือของชุมชน ที่จะช่วยกันสร้างคุณค่าที่ดินทำกินของชุมชนไห้มีมากกว่า เป็นแค่สินค้าที่จะซื้อขายได้อย่างเสรี  และ โฉนดชุมชนจะเป็นเครื่องมือป้องกันที่ดินหลุดมือจากเกษตรกรได้แท้จริง  จึงพูดได้เต็มปากว่า เป็นการแก้ปัญหาที่ดิน    ที่เป็นธรรม และยั่งยืน

 กระบวนกาดำเนินงานของชุมชน
     การจัดการที่ดินรูปแบบโฉนดชุมชน เป็นแนวคิดการจัดการที่ดินรูปแบบใหม่ ที่ยังไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐและคนในสังคมโดยทั่วไปนัก ดังนั้นชุมชนห้วยหินลาดในจึงได้วางกระบวนการดำเนินงานทั้งในระดับพื้นที่เองและการผลักดันในเชิงนโยบาย  ซึ่งแบ่งกระบวนการดำเนินงานออกเป็น 2 ระดับด้วยกัน คือ

1. กระบวนการดำเนินงานในระดับพื้นที่

2.กระบวนการนำเสนอการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบาย

ขั้นตอนการทำงาน

การเชื่อมโยงร่วมกับท้องถิ่น และ ภาคีที่เกี่ยวข้อง

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ข้อเสนอเชิงนโยบาย

คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.2547 .รายงานหลักและข้อเสนอเชิงนโยบาย “ระบบการเกษตรแบบไร่หมุนเวียน: สถานภาพและความเปลี่ยนแปลง”;เล่มที่ 1;รายงานการวิจัยและเอกสารประกอบการประชุมระดับชาติเรืองไร่หมุนเวียนและนโยบายบนที่สูง วันที่ 18 มิถุนายน 2547.

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter