พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: การแก้ไขปัญหาที่ดินโดยชุมชน/บ้านมั่นคงชนบท
ฮิต: 4208

โฉนดชุมชนและการจัดการที่ดินแนวใหม่
กรณีบ้านปางสา  ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

เครือข่ายปฎิรูปที่ดินภาคเหนือ : เขียน
นภาพร  สุวรรณศักดิ์ : เรียบเรียง

ความเป็นมา

บ้านปางสา ก่อตั้งขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2504 สภาพโดยทั่วไปตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำจัน ติดถนนสายแม่จัน–ฝาง ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนดอยบ่อ  เมื่อปี พ.ศ. 2546 อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก เข้ามาสำรวจเพื่อเตรียมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำน้ำกก  มีประชากรประมาณ 1,025 คน ชาย 495 คน หญิง 530 คนประชากรที่อยู่ จริง ในหมู่บ้าน 526 คน 86 ครัวเรือน 106 ครอบครัวชาย 200 คน หญิง 326 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ลีซู (ลีซอ) อพยพมาจากบ้านห้วยมะหินฝน ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน และ บ้านหัวแม่คำ อ.แม่ฟ้าหลวง  รองลงมา คือ ลาหู่(มูเซอร์) และจีนฮ่อ ชนเผ่าลีซู เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในชุมชนและเป็นกลุ่มที่ถือครองสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม  รองลงมาเป็นจีนฮ่อและกลุ่มลาหู่ ชุมชนมีระบบความสัมพันธ์ระหว่างชาติพันธุ์มีลายลักษณะ เช่น มีความสัมพันธ์ด้วยการแต่งงานข้ามเผ่า  

การพัฒนาหมู่บ้านเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2516 หลังจากคุณเตือนใจ  ดีเทศน์ (ครูแดง) ครูคนแรก  มาประจำหมู่บ้านและมีการเกิดโรงเรียนโดยชาวบ้านช่วยกันสร้างโรงเรียนและมีการเกิดการเรียนการสอนโดยเด็กเรียนกลางวันและกลางคืนมีการศึกษาผู้ใหญ่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชราชินีนาถพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬากรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เสด็จฯเยี่ยมหน่วยพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาบ้านปางสาครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2522 ทรงพระราชทานที่ดินทำกินและฝายกั้นน้ำบริเวณบ้านโป่งขม และกุมภาพันธ์พ.ศ. 2523 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬากรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารีเด็จฯเยี่ยมราษฎรบ้านปางสาครั้งที่ สองเสด็จทอดพระเนตร ยุ้งฉาง สหกรณ์บ้านปางสา โรงเรียนบ้านปางสาพร้อมกับทรงพระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์ เพื่อนำไปปรับปรุงอาคารเรียนให้ดีขึ้นและทรงเสด็จฯ ทอดพระเนตร แปลงปลูกผักรวมที่ราษฎรในหมู่บ้านปลูกและเสด็จฯบริเวณลุ่มน้ำแม่จันและมีผู้นำคนแรกคือ นายเล่าอ้าย เบียะผะต่อมานายเล่าอ้ายได้เสียชีวิตลง จึงได้แต่งตั้งนายเล่าอู  แซ่จ๋าว ขึ้นเป็นผู้ใหญ่บ้านทางการคนแรกของหมู่บ้านต่อมา นายเล่าอู เป็นผู้นำประมาณ 5 ปี ก็ได้เสียชีวิตลง  มีนายมะโน  หลีจา เป็นผู้ใหญ่บ้านทางการได้หมดวาระเมื่อปีพ.ศ. 2543 ก็มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านใหม่โดยผู้ใหญ่บ้านนาย ศิริ   ถวิลรุ่งเรือน ซึ่ง อยู่บ้านเล่าฟูและต่อมาเมื่อปีพ.ศ. 2546 ทางบ้านเล่าฟูได้แยกหมู่บ้านออกไปจึงมีการเลือกตั้งใหม่ นายอาซึ  เบียะผะ เป็นผู้ใหญ่บ้าน จนถึงปัจจุบัน

แนวคิดสำคัญ

ชุมชนปางสา เป็นชุมชนที่มีปัญหาด้านที่ดินและทรัพยากรของคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการถือครองที่ดิน / ขาดเอกสารสิทธิที่ดิน ปัญหาการจัดการน้ำ ปัญหาหนี้สิน ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมในชุมชนและการใช้สารเคมีทางการเกษตร ชุมชนได้เกิดแนวคิดในการจัดการทรัพยากรดังกล่าวให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งมีแนวคิดหลักๆที่สำคัญใน 2 แนวคิด  กล่าวคือ

1. ความสำคัญของการจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน “ในรูปแบบโฉนดชุมชน”  

การทำการเกษตรบนพื้นที่สูงที่มีความลาดชันของชาติพันธุ์ที่ยังไม่มีมาตราอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างเหมาะสม ก่อให้เกิดการพังทลายชะล้างหน้าดินทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินลดน้อยลง จนไม่อาจเพาะปลูกในพื้นที่เดิมติดต่อกันได้หลายฤดูกาล จึงทำให้ชาติพันธุ์ทำการเกษตรแบบไร่หมุนเวียน

แนวคิดการทำเกษตรแบบยั่งยืน เป็นการใช้พื้นที่แบบเข้มข้นในแปลงเพาะปลูก ซึ่งเป็นการปลูกพืชมากกว่า2 – 15 ชนิดผสมผสานอยู่ในแปลงเดียวกันประกอบมาตรการอนุรักษ์อย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และเป็นไปตามการปฏิบัติของเกษตรกร เป็นการส่งผลให้เกิดการลดการพังทลายของหน้าดินและและไม่ขยายพื้นที่การเกษตร ลดการเผาไร่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดไฟป่า และเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้ชาติพันธุ์ที่อยู่บนพื้นที่สูงที่ใช้ประโยชน์จากดิน ให้ คนอยู่กับป่าได้อยู่อย่างยั่งยืน  โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการจัดระเบียบการจัดการที่ดินทำกินอย่างยั่งยืน ,วางแผนการพัฒนาพื้นที่การเกษตรอย่างยั่งยืน,สำรวจการใช้ประเภทการใช้ประโยชน์รายแปลงของที่ดินรายบุคคล และเป็นการสำรวจขอบเขตพื้นที่ชุมชน

2. ฐานคิดในการจัดการที่ดินและทรัพยากรชุมชนบ้านปางสา

กระบวนการทำงานของชุมชน

          บ้านปางสามีเนื้อที่ป่าชุมชนประมาณ 750 ไร่ตั้งอยู่ทั้งทิศใต้ของหมู่บ้านมีการก่อตั้งป่าชุมชนและปลูกป่าครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2519 แนะนำโดยคุณ เตือนใจ ดีเทศน์(ครูแดง) ปลูกต้นไม้สักในเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่และหลังจากนั้นมีการปลูกไม้อื่นๆ ทุกปีเนื่องในโอกาสต่างๆและพัฒนาทำแนวกันไฟรอบๆป่าชุมชนในช่วงฤดูแล้งมีการอยู่เวรยามไฟเพื่อการป้องกันไฟป่านอกจากนี้ยังมีพื้นที่ป่าใช้สอยของหมู่บ้านอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้านอีกประมาณ 4,750 ไร่เป็นพื้นที่ทุนทางสังคมของหมู่บ้าน

ชุมชนร่วมกันออกกฎเกณฑ์กติการะเบียบป่าชุมชนบ้านปางสา หมู่ที่ 17 ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย  โดยกำหนดออกเป็น 3 ด้าน คือ

การใช้ประโยชน์

ข้อห้าม

การลงโทษ

หมายเหตุ

3. การจัดการที่ดินโฉนดชุมชน

(1) การบริหารจัดการ

ในด้านการบริหารจัดการมีการจัดตั้งกลไกคณะกรรมการการจัดการที่ดินเข้าดูแลงานและกิจกรรมด้านต่างๆของกลุ่ม ประกอบด้วยประธานกลุ่ม  ดูแลกิจกรรมโดยรวมของกลุ่ม ประสานงานกับเครือข่ายระดับภาค ,รองประธานกลุ่ม ,กรรมการ,เหรัญญิก และมีที่ปรึกษาที่มาจากตัวแทนหน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายอำเภอแม่จัน,นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าตึง,กำนันตำบลป่าตึง,สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน,มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา,หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำน้ำกก และหัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำแม่ เพื่อกำกับดูแลการบริหารจัดการที่ดิน อันได้แก่ การจัดตั้งกฎระเบียบ  การจัดการที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน  และการตั้งกองทุนธนาคารที่ดินเมื่อสมาชิกต้องการเปลี่ยนมือที่ดิน เพื่อป้องกันที่ดินหลุดมือไปสู่คนภายนอกชุมชน  รวมถึงออกกฎระเบียบการจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน “ในรูปแบบโฉนดชุมชน” จัน

(2) ออกกฎระเบียบการจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน “ในรูปแบบโฉนดชุมชน”

การใช้ที่ดินและทรัพยากรหมู่บ้านปางสาหมู่ที่ 17 ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย อาศัยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 66,67 คณะกรรมการดูแลสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านปางสา ม.17 ต.ป่าตึง  อ.แม่จัน จ.เชียงราย  จึงได้ตั้งกฎระเบียบของหมู่บ้าน เกี่ยวกับการใช้และรักษาทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งหมด  7 หมวด ได้แก่  หมวดที่ 1 บทความทั่วไป หมวดที่ 2 วัตถุประสงค์  หมวดที่ 3 คุณสมบัติของสมาชิกและกรรมการ หมวดที่ 4  การบริหารจัดการกองทุนธนาคารที่ดิน  หมวดที่  5  การบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมวดที่ 6  การจัดสรรผลประโยชน์ หมวดที่ 7 การควบคุมดูแลและบทลงโทษ  ซึ่งได้ประกาศใช้ ณ วันที่ 1 ตุลาคม  พ.ศ.2553  โดยให้กลุ่มถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด และอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ประจำปี 

(3) กำหนดหลักการจัดการกองทุนธนาคารที่ดิน(ตามระเบียบข้อ 4)  ดังนี้

      รายได้หรือที่มาของกองทุนธนาคารที่ดิน โดยมาจากการถือหุ้นจากสมาชิกหุ้นละ 10 บาท  แต่ไม่เกิน 5 หุ้น ของกองทุนทั้งหมด,การถือหุ้นบนฐานทรัพยากรที่ไม่ใช่ตัวเงิน  คิดจาก..ราคาที่ดิน,ราคาต้นไม้และราคาค่าแรง และตีเป็นมูลค่าทางตัวเงินคือ.ตามราคาปัจจุบัน,เงินค่าสมัครและค่าธรรมเนียมแรกเข้าเป็นสมาชิก (ไม่สามารถเรียกคืนได้),ดอกเบี้ย/เงินปันผล เงินฝากออมทรัพย์หรือเงินฝากธนาคารทุกชนิด และเงินบริจาคและเงินอุดหนุนอื่นๆ  จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนองค์กรภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ

ขั้นตอนและวิธีการทำงาน

3. ขั้นตอนการดำเนินงาน

4. กำหนดขอบเขตตามประเภทการใช้ประโยชนที่ดิน

ทิศทางการขับเคลื่อนงานในระยะต่อไป
ชุมชนปางสา  ได้ร่วมกันกำหนดแผนงานเพื่อการจัดการที่ดินทำกินอย่างยั่งยืน “ในรูปแบบโฉนดชุมชน”   ดังนี้

แผนงานที่ดินและทรัพยากร

2. แผนงานพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน

3. แผนงานพัฒนาศูนย์เรียนรู้ชุมชน

ข้อเสนอทางนโยบาย

      

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter