พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: โครงการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมือง
ฮิต: 1435

หน้าฝนมาเยือนเมืองไทยอีกแล้ว มาพร้อมกับความทรงจำถึงน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 2554 ที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนกว่า 13 ล้านคน มีผู้เสียชีวิต 680 ราย และสร้างความเสียหาย 46.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ  ผลกระทบของน้ำท่วมที่มีต่อธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานของโลกที่มีการบันทึกไว้เป็นอย่างละเอียด และเป็นข่าวพาดหัวตลอดทั้งปี 2555  แต่ว่าคนยากคนจนล่ะเป็นอย่างไรบ้าง?

น้ำท่วมคราวนั้นเปลี่ยนแปลงชีวิตชายและหญิงหลายแสนคน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสภาพง่อนแง่นไม่มั่นคงอยู่แล้ว  สองปีผ่านไปเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบ้าง?

จากการที่ได้ไปเยือนโครงการพัฒนายกระดับชุมชนแออัดสองแห่งในกรุงเทพฯ ตอนเหนือเมื่อเดือนก่อน ก็ได้พบเห็นเรื่องราวที่เป็นประเด็นสำหรับเมืองอื่นๆ ในเอเชียที่กำลังเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรอย่างรวดเร็ว พลังอำนาจของภัยธรรมชาติ และความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ

ไม่ต่างจากเมืองใหญ่ๆ อย่างจาการ์ตาหรือมะนิลา กรุงเทพฯ ก็มีประชากรในชุมชนแออัดอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมักอาศัยอยู่บนที่ดินที่เป็นของหน่วยงานรัฐและเอกชนต่างๆ ไม่มีทั้งบ้านเลขที่และบัตรประจำตัวประชาชน พวกเขาแทบไม่มีช่องทางที่จะเข้าถึงหน่วยงานหรือสถาบันต่างๆ ได้ตามปกติ เว้นเสียแต่จะต้องพึ่งพาอาศัยเส้นสายต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงน้ำท่วม คนจนไม่มีรายได้ จึงไม่สามารถที่จะชำระหนี้สินที่ตนมีอยู่ได้และก็ต้องมองดอกเบี้ยทบทวีขี้นไปเรื่อยๆ (ซึ่งมักจะเป็นการกู้เงินนอกระบบ)

ข้อเสนอแนะประการหนึ่งจากการประเมินผลกระทบหลังภัยพิบัติของรัฐบาลไทยหลังเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 ที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลกและ Global Facility for Disaster Reduction and Recovery (GFDRR) คือ การตอบสนองความจำเป็นต้องการของชุมชนให้ดีขึ้นและเสริมสร้างธรรมาภิบาลระดับท้องถิ่นตลอดจนการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ โดยรวม

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือชุมชนที่มีรายได้น้อยในการสร้างที่พักอาศัยและชีวิตของตนขึ้นมาใหม่  ในระหว่างปี 2546 และ 2552 โครงการบ้านมั่นคงช่วยยกระดับชีวิตผู้คนราว 13,300 ครอบครัวต่อปี ลักษณะเด่นบางประการของโครงการนี้มีอย่างเช่น

ยังมีอีกหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับการพัฒนาฟื้นฟู (และการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่ดีขึ้น) และความพยายามของ พอช. ก็ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาล  สิ่งที่โครงการบ้านมั่นคงได้สร้างขึ้นคือ วิสัยทัศน์ที่แสดงให้เห็นว่าชีวิตของกลุ่มประชากรที่อยู่ในภาวะเสี่ยงที่สุดนั้นสามารถได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร และชุมชนที่ได้รับประโยชน์ต่างๆ นี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า “ความเปลี่ยนแปลง” มีความหมายอย่างไรในสภาพความเป็นจริง

ทั้งการพัฒนาที่มีชุมชนเป็นผู้ขับเคลื่อน หรือการก่อสร้างฟื้นฟูหลังภัยพิบัติที่มีฐานจากชุมชน (ดังเช่นในอินโดนีเซีย เป็นต้น) ต่างไม่ใช่แนวคิดใหม่  อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญสำหรับสถาบันหรือองค์กรต่างๆ อย่างเช่น ธนาคารโลกและองค์กรพันธมิตรต่างๆ คือการสามารถเชื่อมโยงการลดความยากจนเข้ากับการสร้างความสามารถในการฟื้นตัวจากภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เพื่อประโยชน์ของชุมชนที่มีความเสี่ยงมากที่สุดซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนกระบวนการเปลี่ยนแปลงเองทั้งหมด นี่คือสิ่งที่สะท้อนใจความสำคัญของแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติในระดับภูมิภาคที่นำเสนอให้ผู้กำหนดนโยบายได้เห็นวิสัยทัศน์ และตัวอย่างว่า จะสร้างภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกให้เกิดความเข้มแข็ง ความปลอดภัย และความสามารถในการฟื้นตัวได้อย่างไร

ภาพถ่ายโดย ซูซานา สแตนตัน-เก็ดเดส

ที่มา : http://blogs.worldbank.org/

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter