เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2551 ที่ผ่านมา ตัวแทนเครือข่ายป่าชุมชนภาคตะวันออกได้จัดเวทีระดมความคิด เพื่อพัฒนาองค์ความรู้สู่การเพิ่มมูลค่าของทรัพยากรให้กับพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี และระยอง ที่ศูนย์การเรียนรู้วนเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยได้เชิญสำนักจัดการป่าชุมชนกรมป่าไม้ นักวิชาการ นักวิจัย เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ “โครงการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทรัพยากรของชุมชนในภาคตะวันออกของไทย”
นายธวัช เกียรติเสรี เจ้าหน้าที่สำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ กล่าวว่า ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออกเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่สำคัญมีพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์อยู่ในป่ารอยต่อ 5 แห่งด้วยกัน คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว อุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฎ อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง และ อุทยานแห่งชาติน้ำตกเขาสิบห้าชั้น ทั้งนี้ยังไม่นับรวมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ทั้งพื้นที่ที่เป็นภูเขา และพื้นที่ราบที่อยู่นอกเขตอนุรักษ์
ส่วนชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่โดยรอบป่ารอยต่อฯ มีทั้งชุมชนที่มีและไม่มีการอนุรักษ์แนวกันชนในรูปของ ป่าชุมชนเนื่องจากพื้นที่หมู่บ้านยังเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ การขอพื้นที่เพื่อการสาธารณะประโยชน์จึงมีระเบียบ และขั้นตอนที่ซับซ้อน
การจัดการทรัพยากรไม่มีรูปแบบที่ตายตัว รูปแบบที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ชุมชนนั้นๆ เป็นผู้กำหนดขึ้นเองว่าจะไปในทิศทางใด อย่างไรก็ตามต้องคำนึงถึงมิติทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนเป็นปัจจัยสำคัญ
ดังนั้นมิติด้านการจัดการป่าจึงต้องอาศัยมิติสองประการด้วยกัน คือ มิติการพัฒนาและมิติการอนุรักษ์ ให้เป็นกระบวนการพัฒนาการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชน นำไปสู่รูปแบบการจัดการทรัพยากรเพื่อการพึ่งตนเอง และการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทัศนคติ ความเชื่อ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาหรือต่อยอดเพื่อการจัดการทรัพยากรของตนเองและชุมชนได้อย่างยั่งยืน


