พร้อมขยายเวลาโครงการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วมในผืนป่าตะวันตก
เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2551 ที่ผ่านมา มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้จัดงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วมในผืนป่าตะวันตก และลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือในโครงการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วมระหว่างมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ ห้องประชุม 2 อาคาร 1 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ถนนพระรามเก้า กรุงเทพฯ โดยมีนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมทั้งเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของชุมชนเพื่อการจัดการป่าอย่างยั่งยืน
นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า มูลนิธิสืบฯ เป็นองค์กรที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการที่จะรักษาและฟื้นฟูผืนป่า ซึ่งการทำงานได้เกิดการยอมรับเรื่อยมา จนสามารถขยายพื้นที่ป่าอย่างมีส่วนร่วม ถ้าจะมองกันแล้วป่าไม้มีความสำคัญสามารถเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของประเทศ กระทรวงฯ มีนโยบายสำคัญที่จะอนุรักษ์ผืนป่า โดยให้ความสำคัญกับชุมชนที่อยู่กับป่า หากินกับป่าได้ช่วยรักษาผืนป่า ดั่งคำที่ว่า ป่าอยู่ได้ คนอยู่ได้ สัตว์ป่าอยู่ได้ ซึ่งการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ พัฒนา และการใช้ประโยชน์ เท่ากับช่วยอุดช่องว่าง และเติมเต็มการแก้ไขปัญหา และสามารถนำรูปธรรมที่เกิดขึ้นไปขยายผลทั่วประเทศได้
“เราให้ความสำคัญกับชุมชนที่อยู่ในป่าหรือตามแนวเขตป่าให้อยู่ได้อย่างอย่างยั่งยืน ซึ่งต้องมีการกำหนดแนวเขตที่ชัดเจน มีคณะกรรมการในการดูแลรักษาป่าแบบมีส่วนร่วม มีการจัดการป่าอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รัฐบาลและประชาชนต้องประสานความร่วมมือ ไว้ใจกันและกัน การบันทึกความร่วมมืออย่างมีส่วนร่วมครั้งนี้ จะช่วยให้เกิดความช่วยเหลือเกื้อกูล แบบมีส่วนร่วม ทั้งในแง่ของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง และในอนาคตปัญหาที่สะสมมานานจะได้รับการแก้ไขอย่างถาวร”
นางรตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า เจตนารมณ์ของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ที่พยายามปกป้อง รักษาผืนป่า จุดมุ่งหมายเพื่อให้มีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นการรักษาบ้านของสัตว์ป่าเอาไว้อย่างมั่นคง การทำงานที่ผ่านมาได้ทำร่วมกับหลายหน่วยงานทั้ง องค์กรพัฒนาเอกชน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สถานทูตเดนมาร์ก และตัวแทนชุมชนในเขตผืนป่าตะวันตก ต่อมารัฐบาลประเทศเดนมาร์กได้สนับสนุนงบประมาณ เพื่อจัดให้มีโครงการจัดการผืนป่าตะวันตกเชิงนิเวศระดับจังหวัดขึ้นทั้ง 6 จังหวัดในเขตผืนป่าตะวันตก และพัฒนาไปสู่ความร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตามโครงการจอมป่า ที่มุ่งรักษาคุณค่าการจัดการระบบนิเวศและการจัดการอย่างมีส่วนร่วม จนเกิดความก้าวหน้าในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้ถึง 50 ชุมชน จากทั้งสิ้น 100 ชุมชน และจะขยายแนวทางการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วมให้ครอบคลุมทั้ง 100 ชุมชนต่อไป
“การที่จะรักษาป่าได้นั้นต้องมีส่วนประกอบคือ ต้องมีวิชาการที่ก้าวหน้า การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และหลักธรรมมาภิบาลในการที่จะยับยั้งจนสามารถรักษาผืนป่าได้อย่างเหนียวแน่นโดยเฉพาะชุมชน การที่มาสานความร่วมมือกันในวันนี้สิ่งแรกที่ต้องกระทำคือการเอาใจใส่กันทุกภาคส่วนและให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพราะป่าเป็นสมบัติของคนทั้งชาติ และหวังว่าจะสามารถรักษาสมบัติเหล่านี้ไว้ให้ลูกหลานของเราให้เขามีที่อยู่ที่อาศัยและพึ่งพิงกันอย่างยั่งยืน”
นายภานุเดช เกิดมะลิ หัวหน้าภาคสนามโครงการร่วมรักษาผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า ที่ผ่านมามูลนิธิสืบฯ ยังได้ทำความร่วมมือกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ตามโครงการ 30 ป่า รักษาทุกโรค เพื่อสร้างกิจกรรมหนุนเสริมชุมชนให้มีวิถีชีวิต เป็นมิตรกับผืนป่า มีการออกสำรวจแนวเขตชุมชนประชิดแนวเขตพืนที่คุ้มครองและการจัดตั้งป่าชุมชนเขตกันชนตลอดแนวเขตห้วยขาแข้งฯ และแม่วงก์ เป็นกิจกรรมที่สนับสนุนกองทุนพริกแลกเกลือ กลุ่มออมทรัพย์ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง เป็นระบบ และเกิดความยั่งยืนได้ด้วยชุมชนเอง


