พิมพ์
เปรมปรีด์ นาราช
หมวดหลัก: การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและเกษตรยั่งยืนภาคประชาชน
ฮิต: 2763

21 พฤศจิกายน 2548

วิธีการเลี้ยงหมูหลุมของชาวบ้านหนองหว้า ต.ศรีษะเกษ อ.นาน้อย จ.น่าน เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ที่คำนึงถึงการรักษาสภาพแวดล้อมในชุมชนและลดต้นทุนการผลิต โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีการสั่งสมมายาวนาน

 นายเยี่ยม มาพรม คนเลี้ยงหมูหลุม กล่าวว่า เมื่อก่อนผมเลี้ยงหมูแบบโรงงานตอนแรกๆก็ไม่เป็นปัญหามากนักเพราะยังใหม่คนยังไม่ค่อยสนใจ แต่พอเลี้ยงไปนานๆเข้าชาวบ้านที่อยู่รอบๆเริ่มบ่นให้ได้ยินว่าเหม็นขี้จนรำคาญไม่ได้หลับไม่ได้นอน สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ อีกทั้งช่วงที่ผ่านมาเกิดปัญญาในเรื่องการใช้สารเร่งเนื้อแดงในหมูจนเป็นกระแส ทำให้ขายหมูไม่ได้จนขาดทุน เพราะถึงเวลาต้องขายแต่กลับไม่ได้ขาย แถมยังต้องให้อาหารอย่างสม่ำเสมอทุนที่มีอยู่จึงหมดลง

 “ช่วงนั้นคิดมาก นอนไม่หลับเลย เพราะเงินที่เอามาลงทุนต้องหายไปกับตา ส่วนหนี้สินที่กู้มาเป็นเงินหมุนเวียนต้องหมดไป เลยต้องไปหยิบยืมพี่น้องมาใช้”

 พอดีได้ยินข่าวจากเพื่อนๆว่าที่จังหวัดเชียงรายเขามีการเลี้ยงสุกรกันแบบธรรมชาติ เลยไปศึกษาดูงานอยู่สองครั้ง และได้รับการแนะนำจากผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านจึงลองกลับมาเลี้ยงดูอีกครั้ง โดยเริ่มจากการสร้างโรงเรือนขนาด 3X4 กว้าง 3 เมตรยาว 6 เมตร เลี้ยงหมูได้ 10 ตัว พื้นคอกเราจะขุดดินลง 90 ซม.แล้วใส่ขี้เลื่อย แกลบ อย่างละ 10 กระสอบ ผสมกับเกลือ 5 ขีด ใส่ลงไปในหลุม ราดด้วยน้ำจุรินทรีย์ให้ทั่วโรยด้วยดินปิดหน้าหนึ่งฝ่ามือ ส่วนหลังคาต้องยกสูงเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก จากนั้นจึงปล่อยหมูลงไปแล้วคอยฉีดน้ำจุรินทรีย์อย่างสม่ำเสมอ
 “ด้านอาหารและการให้อาหาร รางน้ำและรางอาหารควรตั้งไว้คนละด้านของโรงเรือน เพื่อหมูจะได้เดินไปเดินมาเพื่อการออกกำลังกาย”

 พี่เยี่ยม ยังบอกวิธีการทำอาหารของการเลี้ยงสุกรธรรมชาติอีกว่า อาหารเราสามารถหาได้จากธรรมชาติและมีอยู่ในชุมชน เช่น หยวกกล้วยสับเป็นชิ้นเล็กๆ ผักบุ้ง ฟักทอง มะละกอ และผักอื่นๆอย่างละ 25 กิโลกรัม น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม เกลือแกง 2 ขีด ผสมหักทิ้งไว้ 5-7 วัน แล้วนำมาให้สุกรกิน ส่วนน้ำดื่มของหมู จะใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ผสมได้ดังนี้ หัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำจากน้ำฮอร์โมนสมุนไพรที่มีส่วนผสมของ กระชายดำแห้ง 2 ขีด ขิงแห้ง 2 ขีด กระเทียมแห้ง 2 ขีด อบเชยแห้ง 2 ขีด แล้วนำมาหมักกับขวดโหลขนาดใหญ่เทน้ำเบียร์ใส่ลงไปให้ทั่วสมุนไพรทิ้งไว้ 12 ชั่วโมง แล้วใช้กระดาษขาวปิดทับมัดด้วยเชือกฟาง จากนั้นนำน้ำตาลแดงครึ่งกิโลเทลงไปแล้วปิดฝาไว้อีกครั้งทิ้งไว้ 4-5 วัน จากนั้นให้เทสุรากลั่นลงไปประมาณ 2 ขวด ทิ้งไว้ 15 วัน แล้วนำไปให้สุกรดื่มได้

 “น้ำดื่มจุรินทรีย์นี้สุกรชอบมาก ก็ไม่รู้เหมือนกันสงสัยมีส่วนผสมของสุรา ซึ่งไม่ใช่แต่คนแม้แต่หมูยังชอบกิน”

 ไม่เพียงเท่านี้มูลของสุกรยังเป็นปุ๋ยชั้นยอดของเกษตรกร หากนำไปใส่ที่นา ที่สวนจะทำให้ดินร่วนทรุยเป็นอย่างดีเคยเอาไปใส่ตอนแรกไม่รู้ ใส่ไปมากเกินไปเดินลงที่นาแทบไม่ได้เลย ดินยุบตัวจนถึงหน้าแข้ง ส่วนข้าวงามมากออกรวงยาว น้ำหนักดี เก็บเกี่ยวครั้งหนึ่งเมื่อก่อนเคยได้ไร่ละ 60 ถัง แต่ทุกวันนี้ได้เกือบ 110 ถังเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใส่พืชได้ทุกชนิด
 ซึ่งประโยชน์ของการเลี้ยงสุกรแบบธรรมชาติการให้จุลินทรีย์กับหมูจะมีเนื้อมาก ไม่ค่อยมีไขมัน สุกรแข็งแรง มีความต้านทานโรคได้ดี อีกทั้งยังเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ก่อให้เกิดความรำคาญแก่เพื่อนบ้าน ลดต้นทุนการผลิต ผลผลิตปลอดสารพิษและสารเคมี และที่สำคัญยังทำให้สุขภาพของผู้ผลิตและผู้บริโภคมีสุขภาพที่เข้มแข็งพลานามัยดี

 ตอนนี้เรากำลังจะขยายไปให้กับชาวบ้านทั้งตำบลที่ต้องการอยากจะเลี้ยง และที่สำคัญตอนนี้ชาวบ้านมั่นคงชนบทที่สร้างบ้านเสร็จแล้วต้องการอยากจะได้วิชา เราจะมีการฝึกอบรมให้ฟรีโดยไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียว เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว

 ทุกวันนี้ พี่เยี่ยมมีความสุขมากกับการเลี้ยงสุกรแบบธรรมชาติ เพราะทำให้ร่างกายแข็งแรงและได้รับประโยชน์จากการเลี้ยงสุกรอีกมากมาย ผู้อ่านท่านใดสนใจ โทรคุยกับพี่เยี่ยม   มาพรม  ได้ที่ 0-9756-3986
 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter