พิมพ์
เปรมปรีด์ นาราช
หมวดหลัก: การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและเกษตรยั่งยืนภาคประชาชน
ฮิต: 1901

7 มิถุนายน 2549 (สุวิมล  มีแสง)

ชุมชนบ้านต๊ำใน ตั้งอยู่ในเขตตำบลต๊ำ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ห่างจากตัวเมืองพะเยาห่างประมาณ 24 กิโลเมตร ชุมชนตั้งอยู่ติดป่าดอยหลวง เขตเทือกเขาผีปันน้ำ ซึ่งกั้นพรมแดนระหว่างจังหวัดพะเยากับจังหวัดลำปาง

 

ลักษณะการตั้งถิ่นฐานนั้น ชาวบ้านจะอยู่อาศัยกันเป็นสันส่วน โดยที่ราบจะเป็นที่ตั้งบ้านเรือน ส่วนที่ทำกินจะอยู่รอบชุมชน ซึ่งบางส่วนเป็นที่ราบและที่ดอนติดกับพื้นที่ป่าชุมชน มีลำห้วยแม่ต๊ำไหลจากทิศตะวันตกผ่านหมู่บ้านและพื้นที่ทำการเกษตรผ่านหมู่บ้านอื่นๆ ในตำบลต๊ำ 7 หมู่บ้านก่อนที่จะไหลลงแม่น้ำอิง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนี้จึงมีการหมุนเวียนทำการเกษตรตลอดปี

สมบูรณ์  เมืองวงค์ ผู้นำชุมชนบ้านต๊ำใน เล่าว่า ในปี 2516 ประกอบกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ได้รับอนุญาตให้สัมปทานพื้นที่ป่าดอยหลวง  ด้วยเหตุที่ชุมชนอยู่กับป่า คนในชุมชนหลายคนจึงมีอาชีพหาของป่า ล่าสัตว์ ชาวบ้านจึงรับจ้างเลื่อยไม้ขายส่งให้นายทุนเพื่อการแปรรูป ส่งผลให้ชุมชนประสบปัญหาแห้งแล้งอย่างหนัก ลำธาร ห้วยสายต่างๆ น้ำเริ่มลดน้อยลงมาก ชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนเริ่มหวั่นวิตก ว่าจะไม่มีน้ำใช้เพื่ออยู่เพื่อกิน

ปี พ.ศ.2518 ชาวบ้านจึงมีแนวทางอนุรักษ์ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำขึ้น โดยประสานกับทางป่าไม้อำเภอ เพื่อขอรักษาป่าที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนไว้ จึงมีการจัดตั้งคณะกรรมการและวางกฎระเบียบกติการ่วมกันภายในชุมชน ซึ่งในขณะนั้นคนในชุมชนบางคนยังไม่เข้าใจและยังมีการลักลอบตัดไม้กันอยู่ คณะกรรมการดูแลรักษาป่าจึงได้มีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบป่าชุมชนให้เคร่งครัดมากขึ้น 

 

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2536 ได้เกิดวิกฤติภัยแล้งขึ้นในจังหวัดพะเยาอย่างรุนแรง  แต่ชุมชนบ้านต๊ำในยังมีน้ำใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค รวมไปถึงน้ำใช้เพื่อการเกษตร จากจุดเองที่นี้ทำให้คนในชุมชนเริ่มเห็นความสำคัญและตระหนัก และเข้าใจว่าทำไมชุมชนจึงต้องช่วยกันรักษาป่า

ชุมชนบ้านต๊ำในมีการแบ่งพื้นที่การดูแลรักษาป่าเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์เนื้อที่ ประมาณ 5,000 ไร่ และพื้นที่ป่าใช้สอย 1,000 ไร่ สภาพป่ามีทั้งป่าดิบชื้น และป่าเบญจพรรณ มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ก่อประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจ และเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ อาทิเช่น น้ำตกห้วยขุนต๊ำ ห้วยแม่ต๊ำ  พืชสมุนไพร ต้นไม้หายาก และสัตว์ป่าต่างๆ

ตรง ท้าวหล้า ผู้นำชุมชน เล่าว่า นอกจากจะมีการออกกฎระเบียบแล้ว ชุมชนบ้านต๊ำในมีองค์ความรู้ในการจัดการป่าชุมชน ด้วยภูมิปัญญาของชาวบ้านได้แก่ การบวชป่า  เลี้ยงผีขุนน้ำ  ฟังธรรมขอฝน และการสืบชะตาแม่น้ำ ซึ่งมีผู้เฒ่าผู้แก่ที่สืบทอดกันมา ให้ลูกหลานได้เห็นถึงความสำคัญของป่าที่นำมาซึ่งน้ำกินน้ำใช้อย่างเพียงพอ มีพืชผักผักสมุนไพร นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่คนในชุมชนทำร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เช่น เดินสำรวจป่า  ทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่า และอบรมให้ความรู้แก่เยาวชน  โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานป่าไม้จังหวัด อบต.บ้านต๊ำ และองค์กรพัฒนาเอกชน (โครงการพะเยาเพื่อการพัฒนา)

เพื่อให้ชาวบ้านมีจิตสำนึกรักป่า รักธรรมชาติมากขึ้น ผู้นำชุมชนจึงได้ใช้ป่าชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้โดยมีการถ่ายทอดให้กับคนในชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนให้มีจิตสำนึกในการรักษาป่า ผ่านความรู้และภูมิปัญญาในท้องถิ่น 

“นักสื่อความหมาย” โครงการสำหรับคนรักป่าจึงเกิดขึ้น ผ่านการอบรมสัมมนาเวทีแลกเปลี่ยนนำเทคนิคการสื่อความหมาย ด้วยการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน นักสื่อความหมายซึ่งมีความรู้ในการสื่อความหมายเกี่ยวกับสภาพของป่าต้นน้ำในพื้นที่บ้านต๊ำใน  จะถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักเรียน นักศึกษา กลุ่มผู้สนใจที่จะศึกษา อธิบายถึงชนิดของต้นไม้และสัตว์ที่อาศัยในป่าชุมชน การใช้ประโยชน์จากพืชผัก สมุนไพรชนิดต่างๆ 

 ตรง ท้าวหล้า เล่าต่อว่า ชุมชนบ้านต๊ำในมีการจัดการน้ำใช้ในการเกษตรโดยระบบเหมืองฝายเป็นทั้งฝายไม้ ฝายหินทิ้ง และฝายคอนกรีตที่เป็นฝายน้ำล้น  มีจำนวนทั้งหมด  26 ฝาย ในการจัดการน้ำจะมีการช่วยเหลือกันในกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์จากน้ำแม่ต๊ำ  การทำเหมืองฝายชาวบ้านจะนิยมทำกันในวันเสาร์ โดยชาวบ้านเชื่อว่าฝายจะแข็งแรงทนทาน กลุ่มผู้ใช้น้ำจะช่วยกันล้องเหมืองปีละครั้ง โดยแก่ฝายจะเป็นผู้แจ้งข่าวมให้รู้  ถ้ากลุ่มผู้ใช้น้ำคนไหนไม่มาจะปรับเป็นเงิน 100 บาท และมอบให้แก่ฝาย

ในการล้องเหมืองก่อนฤดูทำนา  ชาวบ้านจะมาช่วยกันดูแล ขุดลอกดินทราย  วัชพืชออกจากลำเหมือง  หลังจากล้องฝายเสร็จในเดือน 6 แรม 13 ค่ำ (มิถุนายน) ก็จะมีการเลี้ยงผีฝาย  โดยมีผู้เฒ่าผู้แก่เป็นคนทำพิธี  ฝายที่มีการเลี้ยงได้แก่  ฝายลุ่มวัด ฝายหลวง และฝายวังดินสอ 

 หากจะท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัมผัสธรรมชาติป่าต้นน้ำ เรียนรู้คุณค่าของป่าไม้ พร้อมศึกษาวิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการป่าชุมชนโดยองค์กรชาวบ้านในพื้นที่ ก็จะมีเส้นทางการเดินป่าศึกษาธรรมชาติถึง 3 เส้นทาง และพักค้างคืนกลางป่า หรือบ้านพักโฮมเสตย์ ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งสมทบเข้ากองทุนรักษาป่าของชุมชน

 วิถีชีวิตของคนชุมชนบ้านต๊ำใน และผู้คนในตำบลบ้านต๊ำ อยู่กับธรรมชาติอย่างเกื้อกูลกัน และช่วยกันรักษาคุ้มครองผืนป่าร่วมกัน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ป่า สายน้ำ จึงคืนความหลากหลายสู่ระบบ นิเวศ  ความอุดมสมบูรณ์กลับมาอีกครั้ง

การนำบทเรียนในอดีตมาสร้างจิตสำนึกร่วมกัน ผู้คนมีวิถีชีวิตบนพื้นฐานความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี ผูกพันพึ่งพิงและหวงแหนต่อธรรมชาติ คนกับป่าจึงสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์จึงอยู่คู่กับชุมชนบ้านต๊ำในจนเท่าทุกวันนี้

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter