“ช่วงนี้เป็นช่วงเปิดป่าเราจึงได้เห็นจากบ้านเข้าป่ามาเก็บเห็ด เก็บผักป่าและหาหน่อไม้ไปเป็นอาหาร มันเป็นอาหารที่ปลอดสารไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ยายท้วน เปรมทอง อายุ 69 ปี เป็นหนึ่งในจำนวนหลายๆ คนที่กำลังสารวนอยู่กับการเก็บผักป่าและหาเห็ด”
ตั้งแต่มีการอนุรักษ์ป่าเขาราวเทียนทองอะไรๆก็หาได้ง่ายขึ้น มีทั้งเห็ดโคน เห็ดปลวก ผักสองสามชนิด วันนี้ครอบครัวยายไม่ต้องรบกวนเงินในกระเป๋าหาได้เท่านี้ก็พอกินแล้ว พูดจบยายท้วนก็นั่งพักเอาแรง กินน้ำแล้วเดินจากไป”
แทบไม่น่าเชื่อสายตาว่าในอดีตผืนป่าเขาราวเทียนทองเนื้อที่ 22,000 กว่าไร่ครอบคลุม 12 หมู่บ้าน 4 ตำบล 2 อำเภอ ในจังหวัดชัยนาท เคยถูกชาวบ้านและนายทุนเข้ามาทำลายเพื่อหวังครอบครอง จนเป็นผืนป่าที่เสื่อมโทรม แต่มาวันนี้กลับมามีชีวิตยืนชูช่อเป็นสง่าอวดสายตาอีกครั้ง เป็นห้องเรียนที่มีชีวิตสำหรับผู้คนที่มาเยือนได้ศึกษาหาความรู้ ทั้งเรื่องสัตว์ป่า ยาสมุนไพรและพันธุ์ไม้หลายชนิดได้พึ่งพิงอาศัยโดยไม่เกรงกลัวอีกต่อไป
แต่กว่าจะเป็นสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากว่าจะได้มาต้องแลกกับเหนื่อยยากขนาดไหน
นางสายชล พวงพิกุล ประธานเครือข่ายป่าชุมชนเขาราวเทียนทอง บอกว่า ป่าชุมชนเขาราวเทียนทองตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาราวเทียนทอง ในอดีตราวๆ 50 กว่าปี เป็นป่าที่มีระบบนิเวศน์ที่อุดมสมบูรณ์ ประกอบไปด้วยภูเขา 4 ลูก คือ เขากระเจียว เขาวัด เขารวกและมอยายกา ชาวบ้านใช้ประโยชน์ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น เป็นป่าสมุนไพร แหล่งอาหาร ไม้ใช้สอย เป็นต้นกำเนิดของสายน้ำลำธาร และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด
ต่อมามีชาวบ้านจากจังหวัดชัยนาทและจังหวัดสุพรรณบุรีกว่า 10 ครอบครัว อพยพเข้ามาจับจองที่ดินตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นหย่อมๆ 3-4 ครอบครัว แล้วแผ้วถางป่าบุกเบิกทำกิน ทำฟืน เผาถ่านขาย
เมื่อผู้คนเพิ่มจำนวนมากขึ้น จึงเริ่มขยายการสร้างบ้านเรือนออกไปในเขตรอบๆเขาราวเทียนทองอีกหลายหมู่บ้าน และเริ่มมีการซื้อขายที่ดินกันในราคาไร่ละ 80-100 บาท ยิ่งไปกว่านั้นได้มีนายทุนเข้ามาบุกรุกกว้านซื้อที่ดินแล้วตัดไม่ทำลายป่า เพื่อปลูกต้นสะเดาและยูคาลิปตัสทำให้ผืนป่าลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ที่เหลือก็เป็นป่าเสื่อมโทรม
ในขณะนั้นได้มีน้าทิมและน้าอำนวยซึ่งเป็นชาวบ้านในละแวกนี้เล็งเห็นความสำคัญของผืนป่าที่ลดจำนวนลงและมีไฟป่าเกิดขึ้นทุกๆปี จึงทำแนวกันไฟในเขตป่าใกล้บ้านของตนเอง
“ในปี 2541 พี่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้านจึงมีแนวคิดว่า หากชาวบ้านมาร่วมอนุรักษ์ผืนป่าให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ต้องมีอาหารธรรมชาติให้เก็บกิน จึงชักชวนชาวบ้านมาพูดคุยเพื่อร่วมกันอนุรักษ์ป่าอย่างจริงจัง”
นายประสิทธิ์ อมรพัฒน์ กรรมการเครือข่ายป่าเขาราวเทียนทอง กล่าวเสริมว่า หลังจากชาวบ้านได้มาพูดคุยกันจึงตั้งเป็นกลุ่มคนรักป่าเขาราวเทียนทองขึ้น ทำกันมาได้ระยะหนึ่งเห็นว่าได้ผลและทุกคนก็ให้ความร่วมมือดีจึงได้ร่วมกันจัดตั้งเป็นเครือข่ายป่าเขาราวเทียนทองในเวลาต่อมา
เมื่อตั้งเป็นเครือข่ายแล้วจึงมาเลือกคณะกรรมการและออกกฎระเบียบร่วมกัน เช่น มีการแบ่งพื้นที่ทำกินที่อนุรักษ์อย่างชัดเจนจึงห้ามไม่เข้าไปตัดไม้และทำไร่นอกเขตที่ได้รับการจัดสรร ห้ามล่าสัตว์ป่าโดยเด็ดขาดหากใครฝ่าฝืนถือว่าละเมิดกฎของหมู่บ้านและมีบทลงโทษชัดเจน อีกทั้งยังช่วยกันสอดส่องไม่ให้นายทุนหรือบุคคลภายนอกเข้าไปตัดไม้อีกด้วย รวมทั้งมีการบวชป่าทำแปลงเพาะต้นกล้าเพื่อใช้ในการปลูกป่าตลอดจนการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติเป็นต้น
ส่วนกิจกรรมที่ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์จัดการป่าชุมชนร่วมกัน เช่น กิจกรรมด้านการขยายเครือข่าย กิจกรรมด้านการดูแลและเฝ้าระวังป้องกันไฟป่า ในทุกๆปีเครือข่ายจะทำแนวกันไฟรอบๆป่าเขาราวเทียนทอง ซ่อมแซมอยู่ตลอดเวลา จัดเวรยามออกตรวจป่าทุกๆเดือนป้องกันการจุดไฟเผาป่าและลักลอบตัดต้นไม้ ในช่วงหน้าฝนมีการปลูกป่าเสริมเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับคืนสู่ธรรมชาติอีกครั้ง
นายสนั่น ภมรพล กรรมการเครือข่ายป่าเขาราวเทียนทอง เล่าถึงการใช้ประโยชน์จากป่าเพื่อยังชีพและสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชน โดยคณะกรรมการมีการพิจารณาว่าช่วงไหนต้องเปิดป่าให้ชาวบ้านหาของป่า เช่น หน่อไม้ สมุนไพร ผักหวาน และเห็ดต่างๆ จากนั้นก็จะปิดป่าเพื่อให้ป่าพื้นตัว ระหว่างนี้ชาวบ้านยังช่วยกันทำฝายแม้วเป็นช่วงๆ 6-7 ฝาย ในเขตป่าเพื่อต้องการให้สัตว์ป่ามีน้ำกินในหน้าแล้ง
“เดี๋ยวนี้มีสัตว์ป่าออกมาให้เห็นมากขึ้น ทั้งนก หมูป่า อย่างตอนเช้าๆจะเห็นกระรอก กระแตลงมากินน้ำในฝายแม้วที่ชาวบ้านสร้างไว้ทุกวัน เราไม่ทำอะไรมันนะ อาจจะเป็นเพราะว่าความเป็นอยู่เราดีขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องเข้าป่าล่าสัตว์ เรามีพื้นที่ทำกินแน่นอนก็ไม่ต้องบุกรุกป่าอีกต่อไป”
นอกจากกิจกรรมการดูแลป่าแล้ว สิ่งที่ชาวบ้านให้ความสำคัญ คือการพึ่งตนเองของเครือข่าย โดยได้ตั้งเป็นกลุ่มเครื่องสีข้าวด้วยมือ กลุ่มเครื่องอัดหญ้า กลุ่มฉางเก็บข้าว กลุ่มเครื่องอิฐบล็อกประสาน กลุ่มออมทรัพย์เครือข่ายป่าเขาราวเทียนทอง แล้วให้สมาชิกกู้ยืมไปลงทุนในไร่นา ส่วนดอกผลที่ได้นำมาปันผลให้กับสมาชิกตอนสิ้นปี
ปัจจุบันชาวบ้านไม่เสียเงินเสียทองในการซื้อหาอาหาร เพราะป่าที่ชาวบ้านฟื้นขึ้นมาคือแหล่งหล่อเลี้ยงชีวิตให้มีกินอิ่มท้องทุกมื้อ ดังนั้นทุกคนในชุมชนจึงมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าเพื่อที่จะรักษาผืนป่าของเขาไว้ให้นานที่สุด โดยการสร้างจิตสำนึกในความเป็นเจ้าของร่วมกันเพื่ออยู่คู่กับป่าได้อย่างไม่รบกวนธรรมชาติ
มาวันนี้ผืนป่าคือแหล่งทำกินของชาวบ้าน ทุกคนจึงรักและพร้อมปกป้องด้วยชีวิต
ข้อมูลจำเพาะ
2539 พื้นที่ป่าที่เหลืออยู่ในชุมชนมีสภาพเสื่อมโทรม และเกิดไฟไหม้ป่าทุกปีโดยไม่ได้รับความสนใจ อย่างไรก็ตามมีชาวบ้านเริ่มดูแล รักษาป่าบริเวณใกล้บ้านโดยเข้าไปดับไฟป่าและสอดส่องไม่ให้คนเข้าไปลักลอบตัดไม้ในป่าได้
2540 ยุคเศรษฐกิจฟองสบู่แตก คนที่ไปทำงานในเมือง เดินทางกลับภูมิลำเนา และใช้ประโยชน์จากป่า ทำให้ป่าโทรมมากยิ่งขึ้น กลุ่มแม่บ้านรวมตัวกันทำหน่อไม้อัดปี๊บ และกลุ่มพ่อบ้านมาเข้าร่วมประชุม มีการรวมกลุ่มอย่างเหนียวแน่น และเอาแรงในการดับไฟป่า
2541 จัดตั้งกลุ่มป่าชุมชน แล้วกำหนดเวลาในการเปิด-ปิดป่า เพื่อเก็บหาหน่อไม้เป็นครั้งแรก มีการทำแนวกันไฟรอบเขาทุกเขา ควบคู่ไปกับการดับไฟป่า วัดและโรงเรียน เริ่มเข้ามามีส่วนร่วมทำกิจกรรม
2542 มีการเพาะพันธุ์กล้าไม้ และปลูกตามแนวป่าเสื่อมโทรม ได้รับโลห์ป่าพื้นบ้าน อาหารชุมชนดีเด่น
2543 กลุ่มป่าชุมชนออกไปเรียนรู้กับเครือข่ายป่าชุมชน 4 จังหวัดในภาคกลาง มีการจัดตั้งป่าชุมชนตามระเบียบของกรมป่าไม้ อบรมการดับไฟป่า และอุปกรณ์ดับไฟป่าจากกรมป่าไม้ รับรางวัลตำบลเขียวขจีจากกรมพัฒนาชุมชน
2544 เกิดไฟไหม้ใหญ่ที่เขายาวในเดือนมีนาคม เนื่องจากมีคนมาลักลอบจุดไฟ จนไม่สามารถดับได้ทัน จึงมีการประกาศปิดป่า
2545 มีคนบุกรุกป่าบริเวณมอยายกา กลุ่มจัดการป่าได้รวมตัวกันไปยึดคืนโดยวิธีการประนีประนอมมีการปักแนวเขตให้เห็นเป็นป่าชุมชนชัดเจนและปลูกเสริม
2546 ทำกิจกรรมการทางวัฒนธรรม สร้างจิตสำนึกโดยจัดบวชป่าและปล่อยสัตว์ป่า คืนสู่ธรรมชาติบริเวณเขายาว มีการทำวิจัยเพื่อติดตามการจัดการป่าชุมชน
2547 การจัดผ้าป่าชุมชนเพื่อจัดตั้งกองทุนให้กับเครือข่ายป่าชุมชน มีการสำรวจข้อมูลไผ่รวก 2 ครั้ง ก่อนปิดป่าและหลังปิดป่า มีการบันทึกปริมาณหน่อไม้ที่เก็บหาได้โดยชาวบ้านทั้งเก็บกินและเก็บขาย จัดซื้ออุปกรณ์ดับไฟป่า แผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ศึกษาดูงานต่างๆ ให้กับเครือข่าย สำรวจแนวเขตป่าชุมชน โดยใช้จีพีเอส มีการปรับปรุงแผนการจัดการป่าชุมชน
2549 กิจกรรมการสร้างฝายต้นน้ำขนาดเล็ก การเพาะกล้าไม้เพื่อปลูกเสริม การทำแนวกันไฟ การสำรวจทรัพยากรป่าไม้ กิจกรรมเวทีเด็กคิดได้ ผู้ใหญ่คิดดี กิจกรรมเวทีสัญจรเครือข่ายตำบล
หมายเหตุ : เชิญพิสูจน์ความเขียวขจีได้ในงาน “10 ปี สืบสานตำนานเขาราวเทียนทอง” ในวันศุกร์ที่ 8 กันยายน 2549 ณ บริเวณชายป่าเขาราวเทียนทอง ตำบลเนินขาม กิ่งอำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นางสายชล พวงพิกุล ประธานเครือข่ายป่าเขาราวเทียนทอง โทร. 06-037-3837 หรือ นายธีรพล สุวรรณรุ่งเรือง ผู้จัดการภาคกลางตอนบน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โทร.09-204-8253 หรือ โทร.0-3652-4450


