พิมพ์
เปรมปรีด์ นาราช
หมวดหลัก: การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและเกษตรยั่งยืนภาคประชาชน
ฮิต: 2819

 

“คลองลำปำ” เป็นสายน้ำที่รองรับน้ำจากคลองอื่นๆ หลายคลอง เช่น คลองนาท่อม เป็นสายน้ำหลักของจังหวัดพัทลุง มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด ความยาวประมาณ 42 กิโลเมตร ไหลผ่านพื้นที่เกษตรกรรม ตัวเมืองพัทลุง(สีกัก) ผ่านชุมชนต่างๆ และมีลำคลองหลายสายที่เชื่อมโยงกัน เช่น คลองบ้านสวน คลองบ้านแร่ คลองท่าโพธิ์ คลองควนกุฏ คลองน้ำเชี่ยว และคลองหัววัง  ซึ่งลำคลองทุกสายไหลสู่คลองลำปำ ซึ่งเป็นเมืองเก่าของพัทลุงในอดีต ก่อนจะไหลลงทะเลสาบสงขลาต่อไป

อาจารย์วิโรจน์ อัตนะ เลขานุการชมรมเขยลำปำ เล่าว่า  “แต่ก่อนน้ำในคลองใสสะอาด ดื่มได้ อาบได้ ปลาก็มีเยอะ เช่น ปลาช่อน ปลาลำปำ(ปลาตะเพียนทอง) ปลาชะโอน ปลาขะแหยง ปลาชะโด ปลาพรม ปลาตุ่มและปลาตือ(ซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้ว) ปลาแรด ปลากราย และอีกสารพัดชนิด  ซึ่งสมัยก่อนออกหาไม่นานก็ได้แล้ว มีแต่ปลาตัวโตๆ ทั้งนั้น แตกต่างจากปัจจุบันที่น้ำในคลองเริ่มเน่าเสีย ส่งผลทำให้จำนวนปลาลดน้อยลงมาก และน้ำในคลองก็แทบจะใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย”

อาจารย์วิโรจน์ เล่าให้ฟังต่อว่า ปัจจุบันคลองลำปำกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตอย่างหนัก โดยมีสาเหตุมาจากการที่ประชาชนพากันทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงในลำคลอง การใช้สารเคมีทำเกษตรกรรม วัชพืชที่มีอยู่จำนวนมากซึ่งปิดกั้นทำให้น้ำไม่สามารถไหลออกทะเลสาบสงขลาได้ และสาเหตุที่สำคัญที่สุดก็คือ การที่เทศบาลเมืองพัทลุงได้สร้างบ่อทิ้งขยะขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อหลายปีก่อน โดยมีการนำเอาขยะจากทั่วจังหวัดพัทลุงและบางอำเภอในจังหวัดสงขลา รวม 64 อบต. 13 เทศบาลตำบล และ 1 เทศบาลเมือง รวมวันละ 300 ตัน มาทิ้งที่นี่ และไม่มีการบำบัดอย่างถูกต้อง ทำให้น้ำขยะและสารเคมีต่างๆ ซึมลงสู่ลำคลอง ทำให้คลองเต็มไปด้วยมลพิษ น้ำเน่าเสีย ปลาตาย เลี้ยงปลาไม่ได้ และไม่สามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ ทำให้ชาวชุมชนพากันเดือดร้อน  ที่ผ่านมาเคยพากันร้องเรียนให้ทางเทศบาลเข้ามาแก้ไขปัญหา แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจแต่อย่างใด

อาจารย์มานพ  อินทรเหมือน ครูโรงเรียนวัดโพเด็ด เสริมขึ้นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้ชาวชุมชนที่มีความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้รวมตัวกันพูดคุยถึงสาเหตุของปัญหาและแนวทางในการแก้ไข และได้มีการก่อตั้ง “ชมรมเขยลำปำ” ขึ้น เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหา สาเหตุที่ใช้ชื่อนี้ เพราะคณะทำงานส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนจากที่อื่นที่แต่งงานกับสาวๆ ลำปำแล้วก็อาศัยอยู่ที่นี่จนเกิดความผูกพันกับคลองลำปำอย่างแยกไม่ออก ซึ่งชมรมนี้มีคณะกรรมการจำนวน 25 คน ด้วยกัน 

 ต่อมาทางชมรมได้ร่วมกันจัดทำโครงการฟื้นฟูคลองลำปำขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการปฏิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่ ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิชุมชนไท  และร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อฟื้นฟูคลองลำปำ เริ่มจากการสำรวจต้นคลองทุกสายที่เชื่อมโยงกับคลองลำปำ อบรมการทำน้ำหมักชีวภาพ เทน้ำหมักชีวภาพบำบัดน้ำในคลอง จัดค่ายอาสาพัฒนา จัดเข้าค่ายเยาวชน สำรวจคุณภาพน้ำทุกเดือน ทำแผ่นพับรณรงค์เกี่ยวกับการอนุรักษ์ลำคลอง และการกำจัดวัชพืชในลำคลอง  โดยในอนาคตมีแผนที่จะช่วยกันต่อเรือขึ้นมาสำหรับใช้ในการกำจัดวัชพืชและเก็บขยะในลำคลองด้วย

 ผลของการทำงานอย่างต่อเนื่องที่ผ่านมา ทำให้ชาวชุมชนเข้าใจถึงแนวคิดในการฟื้นฟูลำคลองมากขึ้นและให้ความร่วมมืออย่างดี เวลาจัดกิจกรรมก็จะมีคนเข้าร่วมจำนวนมาก ซึ่งเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการร่วมมือกันฟื้นฟูคลองลำปำให้มีสภาพดีขึ้นเหมือนดังในอดีต

 “ตอนทำงานช่วงแรกๆ ชาวบ้านไม่ค่อยเข้าใจ ส่วนใหญ่บอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของเรา เป็นหน้าที่ของรัฐหรือของเทศบาล จนทำให้คณะทีมงานรู้สึกท้อแท้พอสมควร แต่ก็อดทนและช่วยกันทำงานมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันชาวบ้านก็เข้าใจเรามากขึ้นและให้ความร่วมมือกับเราทุกอย่าง  ยังเหลือก็เพียงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพียงอย่างเดียวที่ไม่ยอมสนใจและไม่ให้ความร่วมมือใดๆ  ยังปล่อยให้ขนขยะมาทิ้งเรื่อยๆ และไม่ยอมทำการบำบัดน้ำจากบ่อขยะให้ถูกต้องก่อนปล่อยลงสู่ลำคลอง ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ลำคลองและทะเลสาบเน่าเสียและยากแก่การฟื้นฟูให้มีสภาพที่ดีขึ้นได้  ” อาจารย์มานพกล่าว

วันนี้ ชาวเมืองพัทลุงยังคงช่วยกันฟื้นฟูคลองลำปำอย่างไม่ย่อท้อ เพียงหวังเพื่อให้ลำคลองกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเดิมอีกครั้ง เพราะในความรู้สึกของพวกเขาแล้ว  คลองลำปำหาใช่เป็นเพียงลำคลองธรรมดาๆ สายหนึ่งเท่านั้น   หากแต่มันคือชีวิต คือจิตวิญญาณ คือประวัติศาสตร์ของเมือง ที่พวกเขามีความภาคภูมิใจและจะต้องช่วยกันดูแลรักษาเอาไว้อย่างดี เพื่อให้ดำรงอยู่คู่เมืองพัทลุงตลอดไป

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter