ในรอบหลายปีที่ผ่านมา “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” หรือ OTOP เป็นคำฮิตที่ติดปากคนไทยทั้งประเทศเป็นอย่างดี อันเป็นยุทธศาสตร์การสร้างรายได้ให้กับชุมชนตามแนวคิดประชานิยมของรัฐบาลชุดก่อน
แต่ที่ตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ที่นี่มีการปรับเปลี่ยนคำฮิต จาก “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” มาเป็น “หนึ่งตำบล หนึ่งสายน้ำ” เพื่อรณรงค์ให้ชาวชุมชนเกิดความสำนึกในการอนุรักษ์และดูแลสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะคูคลอง ให้มีสภาพที่ดีและดำรงอยู่ตลอดไป
นายสุริยา ยีขุน นายกเทศมนตรีตำบลปริก เล่าให้ฟังว่า ในเขตเทศบาลปริกมีคลองสายหลักอยู่ 2 สายด้วยกัน คือ “คลองอู่ตะเภา” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “คลองใหญ่” ซึ่งเป็นคลองขนาดใหญ่ที่มีความยาวประมาณ 90 กิโลเมตร ไหลมาจากเทือกเขาบรรทัดผ่านชุมชนต่างๆ และเมืองหาดใหญ่ลงสู่ทะเลสาบสงขลา และคลองอีกสายหนึ่งที่มีความสำคัญกับชาวตำบลปริก ก็คือ “คลองปริก” ซึ่งมีความยาวประมาณ 8 กิโลเมตร ไหลผ่านใจกลางชุมชนในเขตเทศบาลปริกถึง 6 ชุมชน เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวชุมชนมาเป็นเวลายาวนาน ทั้งด้านการอุปโภคบริโภค และการทำเกษตรกรรม
ในอดีตคลองปริกเป็นคลองที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ทั้งปี มีสัตว์น้ำอาศัยอยู่จำนวนมาก เป็นแหล่งอาหารให้ชุมชนอย่างดี แต่ในรอบหลายปีที่ผ่านมาคลองปริกได้ประสบภาวะวิกฤต ทั้งปัญหาน้ำแห้งขอดในหน้าแล้ง แม้ในฤดูฝนจะมีน้ำมาก แต่ก็แทบจะใช้ไม่ได้ เพราะน้ำเน่าเสีย อันมีสาเหตุมาจากการทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงในลำคลอง และการใช้สารเคมีทำเกษตรกรรม ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของชาวชุมชนอย่างมาก
จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ชาวชุมชนได้รวมตัวกันขึ้นและเริ่มค้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับตนเอง โดยชาวชุมชนและเทศบาลตำบลปริกได้ร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อรณรงค์ให้ชาวชุมชนช่วยกันฟื้นฟูให้คลองปริกมีคุณภาพที่ดีขึ้น เช่น การรณรงค์ไม่ให้ทิ้งขยะลงคลอง การพัฒนาภูมิทัศน์ริมคลอง การเก็บขยะขึ้นจากคลอง การเทน้ำหมักชีวภาพลงในคลองพี่บำบัดน้ำเสียให้ดีขึ้น และตั้งกลุ่มอาสาสมัครเข้ามาทำงานโดยให้ชุมชนเป็นแกนหลัก กิจกรรมหลักของกลุ่มก็คือการตรวจวัดคุณภาพน้ำทุกเดือน เพื่อรายงานให้สำนักงานสิ่งแวดล้อม ภาค 16 ได้ทราบ นอกจากนี้ ชาวชุมชนและเทศบาลยังได้ร่วมกันจัดสร้างฝายแม้วขึ้นมาสำหรับทำการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งอีกด้วย
“การทำงานที่ผ่านมา เราจะเน้นการมีส่วนร่วมมากกว่าอย่างอื่น เทศบาลจะไม่คิดและทำฝ่ายเดียว แต่จะเปิดโอกาสให้ชาวชุมชนเข้ามาร่วมกันคิดและร่วมกันทำ เป็นกุศโลบายในการขับเคลื่อนงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกอย่างเทศบาลก็มีงบน้อย ไม่สามารถทำเองได้ทั้งหมด ต้องใช้การมีส่วนร่วมจึงจะประสบความสำเร็จ อย่างโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งสายน้ำนี้ ก็เป็นผลพวงมาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นโครงการที่เกิดมาจากความคิดของประชาชน ที่ร่วมกันคิดและร่วมกันดำเนินการเพื่อพึ่งพาตนเอง จนขณะนี้ได้เกิดรูปธรรมขึ้นอย่างชัดเจน คือ น้ำในคลองปริกมีความใสสะอาด สัตว์น้ำก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น และในหน้าแล้งก็มีน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค ไม่อดน้ำเหมือนในรอบหลายปีที่ผ่านมา” นายกฯ สุริยา กล่าว
“หนึ่งตำบล หนึ่งสายน้ำ” ที่ชาวปริกกำลังร่วมกันดำเนินการอยู่ นับเป็นความสำเร็จและชัยชนะอันงดงามของท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาให้ตนเองและสามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งเป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่นๆ สามารถนำไปปฏิบัติตามได้เป็นอย่างดี


