พิมพ์
เปรมปรีด์ นาราช
หมวดหลัก: การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและเกษตรยั่งยืนภาคประชาชน
ฮิต: 3931

“กว๊านพะเยาแหล่งชีวิต  ศักดิ์สิทธิ์พระเจ้าตนหลวง บวงสรวงพ่อขุนงำเมือง งามลือเลื่องดอยบุษราคัม” เป็นคำขวัญของจังหวัดพะเยา แสดงถึงความสำคัญของกว๊านพะเยา  แหล่งน้ำแหล่งชีวิต อันอุดมไปด้วยพันธุ์ปลาหลากชนิด และทรัพยากรทางน้ำ ที่หล่อเลี้ยงคนทั้งเมือง  วิถีชีวิตของชาวพะเยาผูกพันกับแหล่งน้ำธรรมชาตินี้มายาวนาน

ความเปลี่ยนแปลงของกว๊านพะเยาเกิดขึ้นไปตามกระแสสังคมระบบทุนนิยม การพัฒนาเมืองที่เน้นความเจริญเติบโตทางด้านวัตถุ ตึกราม บ้านช่อง  และการพัฒนาเศรษฐกิจกระแสหลักที่ตอบสนองบริโภคนิยม กว๊านพะเยาถูกส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อดึงรายได้เข้าสู่จังหวัด

นับตั้งแต่ปี พ.ศ 2540 เป็นต้นมา มีร้านอาหาร ร้านค้า ผุดขึ้นราวดอกเห็ดเรียงรายไปตามริมชายกว๊านพะเยา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว วิถีชีวิตริมกว๊านที่เคยหาอยู่หากินกับแหล่งน้ำแห่งนี้ได้แปรเปลี่ยนไป ชาวบ้านที่เคยดำรงอยู่ด้วยอาชีพชาวประมงหาปลา บางส่วนก็เริ่มเปลี่ยนมาค้าขายของที่ระลึกและอาหารริมกว๊าน บรรดาร้านอาหารและบ้านเรือนก็เริ่มปล่อยน้ำเสียลงสู่กว๊านโดยไม่ผ่านการบำบัด การพัฒนาของเมืองเช่นนี้จัดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณภาพน้ำของกว๊านพะเยาและสัตว์น้ำลดลง

 นายสมศักดิ์ แผ่นทอง ตัวแทนสมาชิกกลุ่มประมงพื้นบ้านกว๊านพะเยา ที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับกว๊านมานานทั้งชีวิต  เล่าให้ฟังว่า “เมื่อก่อนสมัยลุงยังเด็กๆ น้ำในกว๊านพะเยา ไม่ได้เป็นแบบทุกวันนี้ เมื่อก่อนน้ำใสดูไกลๆสีฟ้าเหมือนน้ำทะเล แต่เดี๊ยวนี้มีแต่ผักตบชวา น้ำก็เริ่มเน่าเสีย บางจุดก็เป็นสีดำ เมื่อก่อนเวลาหาปลาจะได้ปลาเยอะมาก แต่เดี๊ยวนี้ปลามีน้อย บางจุดที่มีน้ำเสียก็ไม่มีปลาเลย คงเป็นเพราะน้ำเสียส่วนใหญ่ถูกปล่อยลงกว๊านพะเยา ”
 
นายสนั่น ณ ลำปาง หรือ ลุงสนั่น ผู้ประสานงานกลุ่ม “ฮักบ้านเฮา พะเยาเมืองน่าอยู่”เล่าให้ฟังว่า สถานการณ์น้ำเสียในกว๊านพะเยาปัจจุบันเริ่มน่าเป็นห่วง ผู้คนละเลยที่จะเข้ามาดูแลรักษาแหล่งน้ำสาธารณะแห่งนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยงานที่จะต้องดูแล สิ่งที่ต้องทำโดยเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืนคือ พยายามสร้างจิตสำนึกให้คนพะเยาลุกขึ้นมาดูแลกว๊านพะเยาเอง เปลี่ยนแปลงความคิดของชาวบ้านให้เห็นว่าการดูแลรักษากว๊านเป็นเรื่องของชุมชน เพราะชุมชนเป็นเจ้าของไม่ใช่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น

ลุงสนั่นเล่าถึงกระบวนการฟื้นฟูกว๊านพะเยา โดยการสร้างจิตสำนึกชุมชนว่า เมื่อปี 2548 โครงการปฏิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่ โดยมูลนิธิชุมชนไท ได้เข้ามาสนับสนุนกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของกลุ่มเยาวชนในชุมชนวัดบุญยืน ซึ่งจากกิจกรรมเล็กๆของเด็กๆ ได้กระตุ้นให้ผู้ใหญ่ในชุมชนได้คิดร่วมกัน เกี่ยวกับปัญหาในชุมชนของตนเอง น้ำเน่าเสียในกว๊านพะเยาจึงเป็นประเด็นร่วมสำคัญของชุมชนที่จะต้องเร่งหาทางแก้ไข ก่อนที่จะเลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่

จนมีการรวมตัวกันของชาวชุมชนในปี 2549 ภายใต้ชื่อ “กลุ่มฮักบ้านเฮา พะเยาเมืองน่าอยู่” โดยมีสมาชิกจากกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.) และชาวชุมชนทั้ง 13 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองพะเยา การทำงานงานของกลุ่มนี้คือ เน้นการทำกิจกรรมภายในชุมชน โดยมีแนวคิดว่า การแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียในกว๊านพะเยาต้องแก้ที่ต้นตอ คือแหล่งปล่อยน้ำเสียจากทั้งครัวเรือนและชุมชน  กิจกรรมสำคัญคือการบำบัดน้ำเสียในครัวเรือนโดยใช้น้ำหมักชีวภาพ และถังดักไขมันขนาดครัวเรือน การทำงานของกลุ่มที่ผ่านมาทำให้เกิดการตื่นตัวของชุมชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในกว๊านพะเยา ซึ่งขณะนี้สามารถขยายผลการใช้น้ำหมักชีวภาพครอบคลุมไปทั้ง 13 ชุมชน และในอนาคตยังมีโครงการนักสืบสายน้ำ ซึ่งเป็นการสร้างเยาวชนรุ่นใหม่เพื่อสืบทอดดูแลแหล่งน้ำแหล่งชีวิตชาวพะเยาแห่งนี้อีกด้วย

“หลังจากนำน้ำหมักชีวภาพมาใช้ในชุมชน ทำให้น้ำเสียจากครัวเรือนและชุมชนที่จะไหลลงสู่กว๊านพะเยาลดลง  การรวมตัวกันหมักน้ำชีวภาพร่วมกันเปิดโอกาสให้ชาวบ้านพูดคุยเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเมืองร่วมกันมากขึ้น หน่วยงานต่างๆเริ่มสนใจเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อมโดยชุมชนเอง และเข้ามาเป็นภาคีร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเมืองพะเยาร่วมกัน” ลุงสนั่นกล่าว

นอกจากกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ทางกลุ่มยังตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมที่ผูกพันกับกว๊านพะเยา โดยการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชุมชนวัดบุญยืน รวบรวมเครื่องมือหาปลา อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ที่แสดงวิถีแบบพอเพียงที่คนกับธรรมชาติพึ่งพาอาศัยกันในครั้งอดีต ไว้ในชุมชน เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาอีกด้วย

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter