พิมพ์
เปรมปรีด์ นาราช
หมวดหลัก: การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและเกษตรยั่งยืนภาคประชาชน
ฮิต: 2423

คลองภูมี มีต้นน้ำเทือกเขาแก้ว ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ไปไหลลงทะเลสาบสงขลา ที่ ต.ปากบางภูมิ อ.ควนเนียน จ.สงขลา จากต้นน้ำถึงทะเลสาบสงขลา รวมความยาวประมาณ 63 กิโลเมตร

คลองภูมี วันนี้มีคนคิดดี ทำดี รวมตัวกันเป็นเครือข่ายรักษ์คลองภูมี มาร่วมด้วยช่วยกันแก้ปัญหาความเสื่อมโทรมของคลองภูมี

นายอาหรี  หมาดโหยด บ้านห้วยโอน ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ กล่าววว่า เครือข่ายสำรวจคลองจากต้นน้ำถึงปลายน้ำเมื่อต้นปี 2550 พบปัญหาคลองภูมี ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนต้นน้ำประสบปัญหาด้านการตัดไม้ทำลายป่า และการปลูกยางพารา ที่เป็นระบบเกษตรกรรมเชิงเดี่ยว ทำให้ปริมาณน้ำในคลองภูมีลดลง ขณะเดียวกันมีความขุ่นของตะกอนดินทรายที่ถูกน้ำฝนชะล้างมาจากสวนยางพาราที่ไม่มีพืชคลุมดิน และมีปัญหาดูดทรายซึ่งผู้ประกอบการดูดนอกเขตพื้นที่อนุรักษ์

ส่วนตอนกลางของลำน้ำ มีปัญหาฟาร์มหมูและโรงงานอุตสาหกรรม ปล่อยน้ำเสียลงคลองโดยไม่มีการบำบัด ส่วนปลายน้ำก็มีปัญหาคลองตื้นเขิน มีดินตะกอนมาก และพันธุ์ไม้เดิมสูญหายไปจากป่าตามแนวคลอง ตลอดจนป่าชายเลนลดลง

นายอารี กล่าวว่า เครือข่ายได้รวมตัวกันเพื่อแก้ปัญหา ในส่วนต้นน้ำเราร่วมกันรณรงค์ให้มีการปลูกป่าต้นน้ำ ทำเป็นป่าชุมชน เลิกการล่าสัตว์ป่า ในสวนยางพาราก็ขอให้เจ้าของแต่ละแปลงเปลี่ยนเป็นสวนยางพาราอย่างยั่งยืนด้วยการปลูกไม้ชนิดอื่นเพิ่มเติม ทั้งพืชสมุนไพร ผักพื้นบ้าน เช่นผักเหรียง ต้นกระพ้อ เน้นพันธุ์ไม้ดั้งเดิม ซึ่งขณะนี้มีชาวบ้านปรับเปลี่ยนพื้นที่สวนยางของตนแล้วราว 70 ราย

นอกจากนี้ยังร่วมกับ สกว. (สำนักงานสนับสนุนการวิจัย) ศึกษาปัญหาสวนยาง พบว่า สวนยางพาราเป็นการทำพืชเชิงเดี่ยว ใช้ยาฆ่าแมลง แพ้วถางพื้นที่จนเตียนโล่ง ทำลายความสมบูรณ์ของผืนดิน เปลี่ยนจากพื้นที่ป่าไม่ผลัดใบเป็นป่าผลัดใบ เป็นสวนป่าที่ทำลายความชุ่มชื้น ส่งผลให้เกิดความแห้งแล้ง และเกิดการชะล้างหน้าดิน

นายอารี กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาการดูดทราย กำลังอยู่ในช่วงคุยกับผู้ประกอบการ โดยขอให้เขาดูดทรายเฉพาะในเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาติจากราชการ ส่วนโรงงานยางพารา ฟาร์มเลี้ยงหมู ก็กำลังพูดคุยกันเพื่อขอให้มีการบำบัดน้ำเสียก่อนระบายทิ้งลงคลองภูมี

ด้านปลายน้ำ ก็ส่งเสริมให้มีการปลูกพันธุ์ไม้ดั้งเดิม โดยเฉพาะต้นกระพ้อ ต้นเหรียง และปลูกป่าชายเลน

นายหมีด  หมาดอะหรี บ้านคลองลำแชง ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ กล่ววว่า ที่ผ่านมาปริมาณน้ำลดลง เพราะว่าแต่ก่อนมีป่าอยู่ทั่วไป แต่ตอนนี้ไม่มี ชุมชนจึงเริ่มทำกิจกรรมปลูกป่าตามชายคลอง และตามแนวเขตแดนของแต่ละเจ้าของสวน สำหรับต้นไม้ที่เน้นส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกคือ ต้นกระพ้อ ที่หายไปกับการมาของกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางพารา จะให้เงินต่อเมื่อแผ้วถางพื้นที่โล่งเตียนเพื่อทำสวนยางพารา ชาวบ้านมีภูมิปัญญาในการใช้ประโยชน์จากต้นกระพ้อ ตั้งแต่เป็นยาแก้ไข้ทับฤดู ใช้ห่อทำข้าวต้มมัด

 นายหมีด บอกเล่าอีกว่า ขณะนี้ชุมชนยังได้สร้างฝายกั้นน้ำ และยังทำเป็นแนวเขตอภัยทาน อนุรักษ์สัตว์น้ำ และวันนี้เห็นผลแล้วว่าน้ำมากขึ้น ปลาตามธรรมชาติในลำคลองมีเพิ่มขึ้น แล้วชุมชนก็รู้สึกอยู่ดีกินดี

นายหมีด กล่าวทิ้งท้ายว่า ชุมชนต้องการทำให้เป็นการปลูกป่าคืนให้กับน้ำ คืนน้ำให้กับปลา คืนป่าให้กับนก คืนมรดกให้แผ่นดิน.

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter