พิมพ์
เปรมปรีด์ นาราช
หมวดหลัก: การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและเกษตรยั่งยืนภาคประชาชน
ฮิต: 1590

ในอดีตวิถีชีวิตคนมอแกนอาศัยอยู่กับท้องทะเล เป็นบ้านและแหล่งทำมาหากิน แม้ชีวิตจะร่อนเร่ในท้องทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาล แต่ก็มีเวลาแวะฝั่งในยามมรสุมและขายปลาซื้อข้าวเก็บไว้กิน แล้วขจรไกลออกสู่ท้องทะเลอีกครั้งหลังมรสุมสงบลง

เกี่ยวก้อยร้อยใจไปปลูกป่าที่ชุมชนหินลูกเดียว

ฟื้นทรัพยากรชายฝั่งหลังสึนามิ

ในอดีตวิถีชีวิตคนมอแกนอาศัยอยู่กับท้องทะเล เป็นบ้านและแหล่งทำมาหากิน แม้ชีวิตจะร่อนเร่ในท้องทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาล แต่ก็มีเวลาแวะฝั่งในยามมรสุมและขายปลาซื้อข้าวเก็บไว้กิน แล้วขจรไกลออกสู่ท้องทะเลอีกครั้งหลังมรสุมสงบลง

อย่างไรก็ตามวิถีชาวเลก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพ เมื่อมีการแบ่งเขตน่านน้ำของแต่ละประเทศ แล้วออกกฏหมายห้ามลุกล้ำเขตแดนซึ่งกันและกัน และนี้คือการจบชีวิตการเดินทางของชาวเล ในที่สุดจึงขึ้นฝั่งลงหลักปักฐานตามเขตชายฝั่งของทะเล เฉกเช่น ชุมชนหินลูกเดียว ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ก็เป็นอีกหนึ่งชุมชนชาวมอแกนที่ร่อนเร่ลงหลักปักฐานในแถบทะเลชายฝั่งอันดามันของประเทศไทย

ตาไร่ เชี่ยวชาญ ผู้เฒ่ามอแกนในวัย 67 ปี ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาว ต่อสู้ชีวิตเคียงบ่าเคียงไหล่กับครอบครัว สะท้อนชีวิตให้ฟังว่า แท้ที่จริงวิถีของบรรพชนคนทะเล เป็นผู้ไม่ละโมบโลบมากกับทรัพยากรธรรมชาติ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตพวกเรามาเนินนาน

เราขึ้นฝั่งมาอาศัยอยู่ตามชายเล เป็นร้อยๆ ปี ป่าชายเลน แหล่งอาหารธรรมชาติ ที่อยู่อาศัยหรือที่ดินก็อยู่เคียงคู่กับเรามาเนินนาน ไม่มีใครว่า และไม่รู้ว่าที่ดินตรงนี้เป็นของใคร อยู่กันมานานก็ไม่มีเจ้าของมาทวงสิทธิ์ จนลูกหลานแต่งงานมีครับครัว ปลูกบ้านกันออกไปหลายครอบครัวชุนเป็นชุมชน เมื่อคิดดูแล้วก็ไม่ต่ำกว่า 4-5 ชั่วอายุคน

แต่ 15 กว่าปีที่ผ่านมา กลับเกิดปัญหา ทั้งเรื่องที่ดินอยู่ๆ กลับมีเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็นที่ของนายทุนหรือหน่วยงานรัฐ เพราะเมื่อก่อนชาวบ้านไม่รู้หนังสือ จึงถูกหลอกได้ง่าย บางครอบครัวต้องย้ายมาอาศัยอยู่กับญาติๆ ส่วนครอบครัวที่ไม่มีญาติต้องย้ายไปอยู่ในที่ดินของเขตอุทยาน ไกล้ กับชุมชนกว่า 10 ครอบครัว

ด้านนายบุญช่วย วารี คณะทำงานด้านกลุ่มชาติพันธุ์/ ชาวเล กล่าวเสริมว่า เมื่อ 3 ปีที่แล้ว หลังเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ชุมชนได้รับความเสียหายประมาณ 40% และได้รับผลกระทบเพียง 10 หลังคาเรือนที่ย้ายไปสร้างบ้านติดกับป่าชายเลน ที่เสียหายน้อยเป็นเพราะชุมชนมีป่าโกงกาง จึงช่วยลดแรงปะทะคลื่นเอาไว้ได้

เมื่อคลื่นสงบลงได้เพี่ยงไม่กี่เดือนกลับเกิดปัญหาซ้ำเติมมากมาย โดยเฉพาะเรื่องที่ดิน หลายฝ่ายต่างออกมายืนยันว่าที่ดินเป็นของตน ส่วนรัฐก็บอกว่าเป็นเขตพื้นที่ของอุทยาน ดีแต่ว่าชาวบ้านไม่ย่อท้อกลับการที่จะอยู่ในที่ดินเดิม จึงได้จับกลุ่มกัน 3-4 คน เรียกร้องขออยู่ในที่ดินเดิม จำนวน 3 ไร่ 2 งาน โดยให้เหตุผลว่าจะช่วยดูแลรักษา ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากนั้นจึงได้ทำหนังสือของใช้ที่ดินเพื่ออยู่อาศัยไปยัง พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ช่วยแก้ไขปัญหา จึงมีการออกหนังสือรับรองให้ชาวบ้านเข้าอยู่ได้ จนทางองค์การบริหารส่วนตำบลไม้ขาวและกรมอุทยานศิรินาถก็เห็นดีด้วย ในที่สุดเรื่องที่ดินจึงถูกคลี่คลาย

ส่วนการสร้างบ้านในช่วงแรกๆ ได้รับงบประมาณจากมูลนิธิชุมชนไท โดยให้ชาวบ้านรวมตัวกันสร้างบ้านกันเอง โดยอาศัยช่างในชุมชน หลังจากเกิดสึนามิได้ 1 ปี ต่อมาจึงได้เล็งเห็นความมั่นคงในชีวิต จึงได้รวมกันตั้งกลุ่มออมทรัพย์ เพราะอยากเก็บไว้เพื่อสร้างบ้านมั่นคง หากบ้านหลังแรกผุพังไป ซึ่งตามสายตาแล้วไม่น่าเกิด 5 ปี เพราะพื้นบ้านเป็นกระดานอัด ผนังไม้ใผ่ เท่านั้น

“ วันนี้เราออมทรัพย์กันครอบครัวละ 100 บาท/ เดือน 34 ครอบครัว มีเงินออมร่วมกันหลายหมื่นบาทแล้ว คาดว่าหากถึง 5 ปีคงมีเงินพอซ่อมแซมบ้าน”

บุญช่วย ยังบอกอีกว่า หลังจากมีที่ดินมีบ้านแล้ว วันนี้จึงได้เล็งเห็นคุณภาพของชีวิตที่ต้องมีกินต่อไปในอนาคต และเป็นการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้าหน้าที่ จึงได้เข้าร่วมเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดภูเก็ต 30 ชุมชนด้วยกัน ทำโครงการคนจนเมืองภูเก็ตขึ้น เพื่อสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในการปลูกป่าชายเลนและอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่ง จำนวน 1,800 ไร่ เป้าหมาย 730,000 กว่าต้น ครอบคลุม 30 ชุมชน ส่วนชุมชนหินลูกเดียวก็ได้รับสนับสนุนกล้าพันธุ์มาจากกรมอุทยานฯกว่า 2,000 กล้า เพื่อปลูกในชุมชน

“ ชุมชนปลูกป่าโกงกางมากว่า 3 ปี มี 2,000 กว่าต้น โดยอาศัยการจัดกิจกรรมการปลูกป่าร่วมกันทุกๆ เดือน หรือในวันสำคัญๆ โดยจะให้ชาวบ้านทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือกัน หรือบางทีก็มีนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มเยาวชน เข้ามาช่วยปลูกป่าในช่วงวันหยุดกันอย่างสนุกสนาน ส่วนเด็กๆ ในชุมชนจะร่วมกิจกรรมปลูกป่ากันทุกเดือนพร้อมๆ ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น การเก็บขยะมูลฝอย การคัดแยกขยะ” เป็นต้น

“ และตั้งแต่ช่วยกันปลูกป่าขึ้นมาเราเห็นความเปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว เพราะเริ่มมีปู ปลา เข้ามาวางไข่และอยู่อาศัยมากขึ้น หากชาวบ้านรักษากฎกติกา อีกไม่ช้าชุมชนจะมีอาหารการกินที่สมบูรณ์ขึ้นมากกว่านี้”

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม . ) ได้ลงไปเยี่ยมเยียนพี่น้องผู้ประสบภัยสึนามิ ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาทุกๆ ด้าน ที่เป็นความอยู่ดีมีสุขของพี่น้องทุกคน ในงานนี้ยังได้บันทึกความร่วมมือเพื่อการปลูกป่าชายเลนและอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่ง โดยการมีส่วนร่วมของภาคีความร่วมมือจากหลายฝ่าย เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน แก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า รักษาพื้นที่สาธารณะ ป้องกันภัยพิบัติ รวมถึงการฟื้นฟูวิถีชีวิต วัฒนธรรมชุมชนดั้งเดิม เสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชน พึ่งตนเองและความมั่นคงในการอยู่อาศัย รวมถึงการสร้างกติกาในการอยู่ร่วมกันของชุมชน ซึ่งเป็นการสร้างรูปธรรมการจัดทรัพยากรธรรมชาติอย่างบูรณาการ

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter