พิมพ์
เปรมปรีด์ นาราช
หมวดหลัก: การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและเกษตรยั่งยืนภาคประชาชน
ฮิต: 1924

ในอดีตคนไม่รู้จักรักษา หวงแหน ทรัพยากรธรรมชาติ ขาดการรับผิดชอบร่วมกันของคนในท้องถิ่น โค่นต้นไม้เพื่อเผาถ่าน เลื่อยไม้ส่งขายเป็นอาชีพหลัก ส่วนคนภายนอกก็เข้ามากอบโกย ทุกคนต่างมุ่งหวังเอาประโยชน์เพียงอย่างเดียว เป็นช่องทางให้ทรัพยากรที่มีอยู่หมดไปอย่างรวดเร็วผู้อยู่ป่าก็เกิดภูมิปัญญา รู้จักใช้ดินที่อุดมสมบูรณ์ปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกมัน และเป็นอาชีพที่ยั่งยืนตราบใดที่ชาวบ้านใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ตลอดจนการค้นคิดประดิษฐ์เครื่องมือจับสัตว์ป่ามากินเป็นอาหาร เครื่องมือจับสัตว์ป่าได้จากวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น และสร้างขึ้นมาเพื่อจับสัตว์ป่าอย่างรู้ถ่อมรู้เจียม จับมากินแต่พอประทังชีวิตและต่อเติมในส่วนขาดเขิน ไม่หวังจะร่ำจะรวยหรือกอบโกยจนล้นเกิน”

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2550 ได้มีเวทีเสวนา “บทบาทท้องถิ่น กับการจัดการทรัพยากรที่ผ่านมาและอนาคต” ในงานก้าวย่างการขับเคลื่อนการจัดการป่าชุมชน ปีที่ 11 เครือข่ายเขาราวเทียนทอง ณ ศูนย์การเรียนรู้หมู่ 5 บ้านบุทางรถ ตำบลเด่นใหญ่ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท 

นางสายชล พวงพิกุล ที่ปรึกษาเครือข่ายป่าชุมชนเขาราวเทียนทอง เจ้าของรางวัลลูกโลกสีเขียวครั้งที่ 9 และแม่ดีเด่นแห่งปี 2550 เล่าถึงความเป็นมาว่ามีคนจำนวนมากกล่าวถึงเขาราวที่เต็มไปด้วยภาพความงดงามของธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์และวิถีการหาอยู่หากินที่เรียบง่าย เพราะ “คนเขาราวนั้นต่างรับรู้และเข้าใจเป็นอย่างดีว่า ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติดิน น้ำ ป่า อาหาร ยารักษาโรค คือ สัญลักษณ์และเอกลักษณ์อันแท้จริงที่อยู่คู่เขาราวนี้มานานนม”

ผู้อยู่ป่าก็เกิดภูมิปัญญา รู้จักใช้ดินที่อุดมสมบูรณ์ปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกมัน และเป็นอาชีพที่ยั่งยืนตราบใดที่ชาวบ้านใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ตลอดจนการค้นคิดประดิษฐ์เครื่องมือจับสัตว์ป่ามากินเป็นอาหาร เครื่องมือจับสัตว์ป่าได้จากวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น และสร้างขึ้นมาเพื่อจับสัตว์ป่าอย่างรู้ถ่อมรู้เจียม จับมากินแต่พอประทังชีวิตและต่อเติมในส่วนขาดเขิน ไม่หวังจะร่ำจะรวยหรือกอบโกยจนล้นเกิน

“ในอดีตคนไม่รู้จักรักษา หวงแหน ทรัพยากรธรรมชาติ ขาดการรับผิดชอบร่วมกันของคนในท้องถิ่น โค่นต้นไม้เพื่อเผาถ่าน เลื่อยไม้ส่งขายเป็นอาชีพหลัก ส่วนคนภายนอกก็เข้ามากอบโกย ทุกคนต่างมุ่งหวังเอาประโยชน์เพียงอย่างเดียว เป็นช่องทางให้ทรัพยากรที่มีอยู่หมดไปอย่างรวดเร็วผู้อยู่ป่าก็เกิดภูมิปัญญา รู้จักใช้ดินที่อุดมสมบูรณ์ปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกมัน และเป็นอาชีพที่ยั่งยืนตราบใดที่ชาวบ้านใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ตลอดจนการค้นคิดประดิษฐ์เครื่องมือจับสัตว์ป่ามากินเป็นอาหาร เครื่องมือจับสัตว์ป่าได้จากวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น และสร้างขึ้นมาเพื่อจับสัตว์ป่าอย่างรู้ถ่อมรู้เจียม จับมากินแต่พอประทังชีวิตและต่อเติมในส่วนขาดเขิน ไม่หวังจะร่ำจะรวยหรือกอบโกยจนล้นเกิน”

เมื่อป่าไม้ที่เป็นต้นกำเนิดของสายน้ำเล็กสายน้อยที่เคยไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีนก็ถูกปิดกั้นและหืดแห้ง แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยดำเนินและดำรงอยู่ก็ขาดสะบั้นลง ทรัพยากรถูกเปลี่ยนทิศทาง การหาอยู่หากินในป่าก็สุดแสนยากเย็น วิถีชีวิตจึงเปลี่ยนไป

ป่าเขาราวเทียนทองกลายเป็นป่าที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งของคนกับคน และความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ ภาพคนอยู่ป่ากลายเป็นอดีต อาหารธรรมชาติไม่มีให้ดำรงชีวิต ยามหน้าแล้งตามเทือกเขา ตาน้ำ แห้งขอดอาหารจากป่าเคยเป็นสรวงสวรรค์ให้ชาวบ้านชักชวนกันไปกินข้าวป่า โดยมีกฎให้นำไปเพียงข้าว กับข้าวไปหาข้างหน้า ไม่มีอีกแล้ว

เรื่องราวของคนป่าเขาราวเทียนทองในวันนี้ ล้วนแต่บอกเล่าเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างคนกับป่า สายน้ำ ผู้คน วิถีและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป

การใช้ทรัพยากรจึงต้องมีความระมัดระวัง เครือข่ายป่าชุมชนเขาราวเทียนทองจึงได้เล็งเห็นความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การส่งเสริมให้ชาวบ้านมีการอนุรักษ์ป่า น้ำ ภูเขา ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ ประชาชนทั่วไป ข้าราชการ และหน่วยงานรัฐ หันมาหวงแหน ปกป้องร่วมกันอย่างจริงจัง เพราะป่าเป็นตัวบ่งบอกถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างแท้จริง หากทุกคนรวมตัวกันจะสามารถรักษาแหล่งดำรงชีวิตได้อย่างสมบูรณ์

ด้านสายรุ้ง ฤทธ์ทับ ที่ปรึกษากลุ่มเยาวชนต้นตอ ผู้เคยติดตามครอบครัวไปหาของป่าและเผาถ่านขายตั้งแต่ยังเล็กๆ เคยให้สัญญากับตัวเองว่าโตขึ้นจะขอปลูกต้นไม้ทดแทน จะไม่ทำลายป่าอย่างเด็ดขาด เขาได้สะท้อนวิถีคนอยู่ป่า ความผูกพัน และความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นของชาวบ้าน อันเนื่องมาจากการแย่งชิงทรัพยากรว่า อยากเห็นคนอยู่ป่ามีความรักต่อกันเหมือนที่เคยมีมาก่อน ผูกพันกันด้วยน้ำใจ เกื้อกูลเป็นเครือญาติ พริกบ้านเหนือเกลือบ้านใต้ พึ่งพาอาศัยข้าวปลาอาหาร อยู่ในศีลในธรรม ด้วยจิตใจที่สงบสุข

วันนี้คนเล็กคนน้อยจะช่วยกันดูแลป่าไม่ใช่ทำตามกระแส แต่เราทำป็นวิถีชีวิต ทำให้คนรักถิ่นฐานสามารถอยู่คู่กับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน การจัดการทรัพยากรร่วมกันจะไม่ใช่เพียงรักษา เมื่อธรรมชาติกลับคืนมาแล้วเราจะใช้ประโยชน์จากป่าอย่างรู้คุณค่า เราจะไม่อนุรักษ์เพียงอย่างเดียวหากปากหิวเราจะรักษาป่าได้อย่างไร หากไม่พึ่งพา พึ่งพิงกันและกัน

การแบ่งพื้นที่ในการทำมาหากินอย่างชัดเจน ป่าเขาราวจึงเริ่มเขียวขจีและมีอาหารจากป่า สร้างงาน สร้างความมั่นคงด้านอาหารและชีวิต เมื่อไม่มีอาหารจากป่า ไม่มีป่า ที่สุดก็ไม่มีชาวบ้านรอบป่า แล้วเขาก็จะอพยพไปหากินยังในเมืองกลายเป็นภาระของสังคม

ดังนั้นเมื่อเราอนุรักษ์ได้แล้วต้องขยายผลให้เกิดการเรียนรู้สู่ชุมชน ปลูกจิตสำนึกต่อๆไป เราได้ขยายไปสู่เด็กในโรงเรียนต่างๆ เพื่อต้องการให้เด็กเป็นต้นตอที่ต่อยอดใหม่ใฝ่รักธรรมชาติไม่มีที่สิ้นสุด

เขาราวเทียนทองและชีวิตผู้อนุรักษ์โดยรอบคงไปได้ดี การต่อสู้อันยาวนาน 11 ปี คงไม่สูญปล่าวหากไม่มีกระแสว่า กรมป่าไม้ต้องการนำป่าเขาราวเทียนทองที่ชาวบ้านฟื้นขึ้นมากับมือให้เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งก็หมายความว่าชาวบ้านจะไม่สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากป่าได้เลย แม้กระทั่งเก็บหน่อเก็บเห็ดไปประทังชีวิต แม้หลายปีที่ผ่านมาการอนุรักษ์เป็นภาระกิจโดยตรงของชาวบ้านที่อยู่รอบป่าเขาราวเทียนทอง หรือแม้กระทั่งสัตว์ป่าที่เป็นชาวบ้านนำมาปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเพื่อเกิดความสมดุล จึงขอฝากให้ผู้หลักผู้ใหญ่คิดใหม่ไตร่ตรองดูอีกครั้ง  

ที่สำคัญ กาลข้างหน้าลูกๆ หลานๆ ของคนรอบป่าเขาราวเทียนทองจะอยู่กันอย่างไร เมื่อป่าเขาราวเทียนทอง ไม่ใช่ป่าชุมชนอีกต่อไป

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter