พิมพ์
เปรมปรีด์ นาราช
หมวดหลัก: การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและเกษตรยั่งยืนภาคประชาชน
ฮิต: 2092

เสียงเครื่องยนต์เรือหางยาวรับจ้างดังอื้ออึงตลอดเวลา ยิ่งตอนเช้าตรู่ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าจากฝั่งไทยจะพากันขนสินค้าพวกผัก ผลไม้ ข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลกไปจำหน่ายที่ประเทศมาเลเซีย ขณะที่ผู้คนอีกจำนวนมากต่างก็ข้ามฝั่งไปทำงาน หรือทำธุระของตนเองยังประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ท่าเรือรัชดาภิเษกที่ตำบลตาบา อ.ตากใบ จ.นราธิวาสคึกคักเหมือนทุกๆ วัน

หากแต่วันนี้มีกิจกรรมพิเศษต่างจากทุกวันที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา ชมรมเรือข้ามฝั่งไทย-มาเลเซีย ร่วมกับหลายหน่วยงานในท้องถิ่นจัดโครงการรณรงค์อนุรักษ์แม่น้ำไทย-มาเลเซีย มีนายประดิษฐ์ สุคนธสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของด่านตรวจคนเข้าเมืองตุมปัต รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย โดยมีประชาชนชาวไทยและชาวมาเลเซียร่วมงานจำนวนมาก

นายแวรุกมา อาแด รองประธานชมรมเรือข้ามฝั่งไทย-มาเลเซีย กล่าว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา และเพื่อรณรงค์ให้ชาวชุมชนในตำบลตาบามีความตระหนัก ตื่นตัวในการอนุรักษ์แม่น้ำสุไหงโก-ลก รวมทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยวและความสัมพันธ์ที่ดีของ 2 ประเทศ คือ ไทยกับมาเลเซีย ที่แม้จะอยู่คนละประเทศ แต่ก็พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

สำหรับชมรมเรือข้ามฝั่งไทย-มาเลเซีย ประกอบด้วย ผู้ประกอบการเรือข้ามฝั่ง เยาวชนชุมชนตาบาปาเระ เยาวชนจากชุมชนตาบายีเร เยาวชนจากชุมชนตาบาปอเยาะ ซึ่งมีกลุ่มเยาวชนเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการจัดงาน เพราะคาดหวังว่าอยากจะพัฒนาชุมชนบริเวณริมฝั่งแม่น้ำสุไหงโก-ลกในพื้นที่ตำบลตาบาเป็นชุมชนท่องเที่ยวอนุรักษ์และวัฒนธรรม

เรามีการนำปัญหาที่มีอยู่ในชุมชนมาร่วมกันคิดแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาขยะที่มักจะทิ้งลงแม่น้ำ เราคงเปลี่ยนผู้ใหญ่ได้ยาก หันมาปลูกจิตสำนักให้เยาวชนน่าจะง่ายกว่า เพราะพวกเขาจะเติบโตเป็นอนาคตของชุมชน” รองประธานชมรมเรือข้ามฝั่งไทย-มาเลเซีย กล่าว และเสริมว่า

การจัดกิจกรรมนี้มีเยาวชนเป็นแกนสำคัญในการจัดงานทั้งหมดตั้งแต่การเตรียมงาน การติดต่อประสานงาน การจัดกิจกรรม ซึ่งเราอยากให้เยาวชนได้รับการยอมรับจากกลุ่มผู้ใหญ่มากขึ้น การเป็นแกนนำในชุมชนนั้น บางครั้งเราเสนอความคิดเห็นมันไม่เห็นเป็นรูปธรรม ผู้ใหญ่ก็ไม่เชื่อมั่น เราจึงคิดว่าต้องทำกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม จึงเกิดโครงการนี้ขึ้น

นายแวรุกมา กล่าวอีกว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวจะเป็นการช่วยสื่อสารภาพพจน์ดีๆ จากจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่ประชาชนทั่วไป และเพื่อนบ้านประเทศมาเลเซีย เพราะที่ผ่านมา มีการนำเสนอแต่สิ่งที่ไม่ดีออกไปมาก ตนอยากให้มีการสื่อสารสิ่งสร้างสรรค์ออกไปบ้าง เพื่อให้เกิดความสมดุลกัน

ตำบลตาบาเป็นจุดที่จะมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้น เป็นตำบลแรกของประเทศไทย เราจึงอยากให้ประชาชนรู้จักทำตำบลตาบามากขึ้น แต่เดิมนั้นค่อนข้างคึกคัก แต่ตอนนี้มีแต่คนท้องถิ่นที่แวะมาเยี่ยมเยือน เพราะหวาดกลัวสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การจัดงานวันนี้อย่างน้อยก็ทำให้มีคนจากต่างถิ่นมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น หลังจากนี้ตนก็อยากจะพาสมาชิกกลุ่มไปทัศนศึกษา แลกเปลี่ยนการทำงานกับเยาวชนกลุ่มอื่นๆ เพื่อเปิดความคิด เปิดโลกทัศน์เยาวชนในพื้นที่ให้กว้างขึ้น มีความรู้มากขึ้น สามารถนำมาปรับใช้กับชุมชนของตนเองได้” นายแวรุกมา กล่าว

ทั้งนี้กลุ่มเยาวชนดังกล่าว ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา มีสมาชิกราว 100 คน ซึ่งได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของชุมชนมากขึ้น ส่วนกิจกรรมภายในดังกล่าวประกอบด้วย การแสดงศิลปะการต่อสู้สิละ การแสดงลิเกร์ฮูลู การแสดงนิทรรศการเรื่องการบำบัดน้ำเสียในครัวเรือน การผลิตแก๊ซหุงต้มชีวภาพ การสาธิตเครื่องโซล่าเซลสำหรับชาร์ตแบตเตอรี่มือถือ การแสดงนิทรรศการบ้านมั่นคงตากใบ และการคัดแยกขยะ

นอกจากกลุ่มเยาวชนที่ตาบาแล้ว ยังมีกลุ่มผู้ใหญ่ในอำเภอตากใบที่อยู่ไม่ไกลกันนัก ก็หันมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว โดยเฉพาะแม่น้ำสุไหงโก-ลกที่ไหลผ่านชุมชน ซึ่งนายสุรเชษฐ์ บุญเทพ ประธานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยชุมชนภัทรภักดี ต.เจ๊ะเหม อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และคณะกรรมการโครงการบ้านมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เล่าให้ฟังว่า ชุมชนภัทรภักดีมี 414 หลังคาเรือน หรือ 436 ครัวเรือน อยู่ในที่ดินบุกรุกของเอกชน และที่ดินของกรมเจ้าท่า ได้ดำเนินการโครงการบ้านมั่นคง เมื่อปี 2547 จนปัจจุบันได้รับเงินสนับสนุนสาธารณูปโภค จำนวน 9.4 ล้านบาทแล้ว และกำลังจะเริ่มดำเนินการปรับปรุงชุมชนตามแผนที่ได้กำหนดไว้

ส่วนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชนนั้น เราได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยจัดตั้งธนาคารขยะขึ้น จากการร่วมหุ้นของคณะกรรมการ คนละ 200 บาท รวมเป็นเงินทุนตั้งต้น 2,200 บาท มีการซื้อขยะในชุมชนประเภทขวดแก้ว พลาสติก กระดาษ เป็นต้น

 “ในหลักคำสอนศาสนาอิสลามระบุว่าสิ่งปฏิกูลเป็นสิ่งไม่ดี เราก็พยายามนำคำสอนนี้มาใช้ในการทำความเข้าใจกับชาวบ้านด้วย ชาวบ้านก็ตอบรับพอสมควร การจะให้ผู้ใหญ่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมดูจะยากสักหน่อย แต่หากเราเริ่มจากเด็กแล้วค่อยๆ ขยายไปหาผู้ใหญ่ก็คงจะทำได้ง่ายกว่า” ประธานกลุ่มออมทรัพย์ กล่าว

สำหรับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคเรามีแผนที่จะก่อสร้างที่ทำการชุมชนศูนย์อาชีพ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก นอกจากนี้ยังจะมีการก่อสร้างสะพานริมตลิ่งยื่นออกไปในแม่น้ำสุไหงโก-ลก ราว 20 เมตร (แม่น้ำกว้าง 200 เมตร) ความยาว 500 เมตรตลอดชุมชน โดยจะสร้างสะพานกั้นไว้ และสร้างบ้านระหว่างตลิ่งกับสะพานจำนวน 50 หลังคาเรือน เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวชุมชนที่เป็นครอบครัวขยายและไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง แต่ขณะนี้หยุดการดำเนินโครงการไว้ก่อน เพื่อทำความเข้าใจกับชาวบ้านบางคนที่ยังไม่เข้าใจ

ส่วนปัญหาที่หลายคนกังวลว่า ถ้าสร้างที่พักอาศัยยื่นออกไปในแม่น้ำจะมีการปล่อยน้ำเสียลงในแม่น้ำหรือไม่ ทางชุมชนได้มีการพูดคุยกัน ก็พบทางออกว่าเราจะให้แต่ละหลังคาเรือนมีถังบำบัดน้ำเสียประจำทุกบ้าน เพื่อทำให้น้ำเสียกลายเป็นน้ำดีก่อนที่จะปล่อยลงแม่น้ำ
 
ในตำบลตาบาไม่ได้มีเยาวชนไปมีส่วนร่วมกับการก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชุมชนที่นี่เป็นชุมชนสีเขียว แต่ปัญหายาเสพติดก็อาจจะมีบ้าง ซึ่งกิจกรรมกลุ่มก็จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะดึงเยาวชนมาทำกิจกรรมเพื่อชุมชน

*ภีรกาญจน์  ไค่นุ่นนา

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter