พิมพ์
เปรมปรีด์ นาราช
หมวดหลัก: การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและเกษตรยั่งยืนภาคประชาชน
ฮิต: 3974

กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งชุมชนบ้านแหลมโพธิ์ มีสมาชิกอยู่ราว 20 ครอบครัว ร่วมจัดทำโครงการเพาะเลี้ยงปูม้าในคอกแบบชุมชนมีส่วนร่วม และธนาคารปูม้าคืนธรรมชาติ

นายจริณทร์ เฉยเชยชม ประธานกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งชุมชนบ้านแหลมโพธิ์ ความเป็นมาของโครงการนี้ เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาทรัพยากรชายฝั่งเสื่อมโทรม พันธุ์ปูม้ามีจำนวนลดน้อยถอยลง สาเหตุมาจากการใช้เครื่องมือประมงแบบทำลาย เช่น ลอบปู ใช้อวนตาถี่ขนาดเล็กกว่า 1 นิ้ว เครื่องมือประมงเหล่านี้ทำลายวงจรชีวิตของปูม้า ปูยังไม่ทันโตขนาดกระดองไม่ถึงฝ่ามือก็ถูกจับไปขายและก็ไม่ได้ราคา พวกเรืออวนลาก อวนรุน นอกจากทำลายวงจรชีวิตปูม้าแล้ว ยังทำลายห่วงโซ่อาหารแหล่งอาหารของปูม้า เพราะได้กวาดเอาทั้งสาหร่าย หอยกระพัง หอยกระพุงไปด้วย

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ 3 แสนบาทจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) พาไปดูงานเพาะเลี้ยงปูม้าที่จ.กระบี่ รูปแบบการสร้างคอก กลับมาสมาชิกกลุ่มก็ร่วมกันสร้างคอกโดยเลือกสร้างตรงด้านหลังเกาะเสร็จ ซึ่งเป็นที่คลื่นลมไม่แรง เป็นที่ท่องเที่ยวพักผ่อนของชาวบ้านชาวประมง ห่างจากฝั่งราว 3 กิโลเมตร สมาชิกช่วยกันหาไม้จำนวนมากสร้างโครงสร้างให้มั่นคง จากนั้นซื้ออวนมากั้นล้อมเป็นคอกปู

หลังจากสร้างคอกเสร็จสมาชิกต่างช่วยกันหาลูกปู และแม่ปูทั้งที่จับได้เอง ซื้อต่อมา หรือขอบริจาคจากชาวประมงในบ้านพุมเรียง ส่วนอาหารสมาชิกก็ช่วยกันเก็บหอยกระพัง หอยกระพุงมาปล่อย ต่อมากลายเป็นว่าชาวบ้าน ชาวประมงทั่วไปเมื่อได้ลูกปูก็จะเอามาปล่อยให้เองที่คอก กลายเป็นว่าโครงการนี้ได้สร้างจิตสำนึกให้กับชุมชนไปในตัว

นายจริณทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ได้เริ่มทำตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤศจิกายน ปี 2550 เพราะเป็นช่วงปลอดลมมรสุม หลังจากนั้นต้องหยุดเพราะเสี่ยงอันตรายเกินไป สำหรับปีนี้ก็จะเริ่มใหม่อีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่มีงบประมาณสนับสนุนแล้ว ชาวบ้านก็คงต้องทำไปตามที่มีก่อน ทั้งค่าปรับปรุงซ่อมแซมคอก หรือค่าน้ำมันเรือสำหรับไปเฝ้าคอก

ปีที่ผ่านมาการทำโครงการเน้นการทดลอง เก็บข้อมูลเป็นหลัก ศึกษาวงจรชีวิตปูม้า รายได้ผลตอบแทนจึงมีไม่มาก

นายจริณทร์ ไขความหมายธนาคารปูม้าว่า คือรูปแบบที่สมาชิกและชาวบ้านนำปูม้าที่ไม่ได้ขนาดมาปล่อยไว้ในคอก ต่อมากลายเป็นแม่ปูซึ่งแม่ปูตัวหนึ่งมีไข่ประมาณ 5 แสนถึง 1 ล้านใบ ซึ่งธรรมชาติแม่ปูม้าก็จะปล่อยไข่ให้ละลายไปกับน้ำ ไข่จำนวนนับล้านเหล่านั้นก็จะเติบโตแพร่พันธุ์สู่ท้องทะเลคล้ายเป็นดอกเบี้ย ซึ่งพบว่าบริเวณรอบๆเกาะเสร็จกลายเป็นแหล่งจับปูม้า ซึ่งชาวประมงทุกคนต่างบอกตรงกันว่าจับปูได้มากขึ้นและมีขนาดใหญ่ ทั้งอ่าวบ้านดอนมีชุมชนเราทำแห่งเดียว แต่ประโยชน์เกิดขึ้นทั้งอ่าวบ้านดอนที่ครอบคลุมทั้ง 5 อำเภอในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

“ตรงนี้เราก็มาอธิบายให้ชาวบ้านเห็นคุณประโยชน์ในการทำโครงการธนาคารปูม้า เพราะจากที่หาจับได้ยาก หรือจับได้แต่ปูเล็กขายไม่ได้ราคาแต่เมื่อทำโครงการแล้วจับได้ปูม้าตัวโตสร้างรายได้มากมาย กลายเป็นการสร้างความร่วมมือและสร้างจิตสำนึกไปในตัวให้กับชุมชน จนกลายเป็นแหล่งศึกษาดูงานจากผู้สนใจทั้งกลุ่มชาวบ้าน นักวิชาการ หน่วยงานราชการ”นายจริณทร์กล่าว

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter