?ร้องรัฐหนุนราคาข้าว?
?ข้าวล่ม?ชาวนานับพันตั้งกลุ่มประท้วงเทวดา?
นี่เป็นเพียงบางส่วนที่สื่อสาธารณะได้ตีแผ่เรื่องราวความล้มเหลวของชาวนาไทย ที่ปลูกข้าวในแต่ละปีไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องมาจากราคาข้าวตกต่ำ และต้นทุนในการทำนานั้นสูงลิบลิ่ว ไม่ว่าจะเป็นค่าปุ๋ยใส่ข้าว ค่ายาฆ่าแมลง ค่าน้ำมัน ฯลฯ
นายจรัส โยธา ประธานเครือข่ายเกษตรยั่งยืนจังหวัดอุทัยธานี เป็นอีกผู้หนึ่งที่ประสบชะตากรรมเช่นนั้น ในปี 2540 จึงเริ่มหันมาใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพที่ได้มาจากการผสมน้ำมะพร้าว สัปปะรด น้ำตาล ยีสต์หรือแหนม 2 ลิตรต่อนา 1 ไร่ ไม่ต้องเผาฟาง เขี่ยฟางให้กระจายทั่วนาแล้วเปิดน้ำเข้าแช่ให้ฟางเปียก ใช้น้ำหมักสูตรย่อยสลาย ปะพรมให้ทั่วนาแล้วใช้ขลุบตีย่อฟางให้จมน้ำทิ้งไว้ 10-15 วัน แล้วนำคราดและเทือกนาฟางจะป่นเป็นดิน เพิ่มอินทรีย์วัตถุ และธาตุอาหารของพืชต่อไป
เมื่อข้าวอายุได้ 3-7 วัน ให้ใช้น้ำหมักชีวภาพสูตรย่อยสลายเข้มข้น 1,500 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นคุมฆ่าหญ้า ได้ 3 วัน เปิดน้ำเข้านาพอท่วมหญ้า หญ้าหรือวัชพืชจะตายไม่ต่างกับใช้สารเคมี เมื่อเปิดน้ำเข้านาแล้วได้ 10 วัน ให้ใช้น้ำหมักชีวภาพสูตร 1 อัตรา 1,000 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นทุก 10 วัน สลับกับสูตรขับไล่แมลง เพื่อเร่งบำรุงต้นและรากให้สมบูรณ์ และต้านทานโรคแมลง พอข้าวอายุได้ 60 วัน ให้เปลี่ยนมาใช้น้ำหมักชีวภาพ สูตร 3 ฉีดพ่นอัตรา 1,000 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นเพื่อเร่งการออกดอกออกรวงให้พร้อมกันทั้งทุ่ง หลังจากข้าวออกรวงและตากเกสรแล้ว เริ่มเป็นน้ำนมหรือลูกหวายให้ฉีดน้ำหมักชีวภาพสูตร 3 อัตรา 500-1,000 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร
จากที่ทำมาเมื่อก่อนได้ข้าวประมาณ 4 เกวียน หลังจากที่ใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพทำให้ได้ข้าวเพิ่มขึ้นเป็น 6 เกวียน 38 ถัง เมื่อก่อนเคยชวนชาวบ้านระแวกนี้ทำ เขาก็ไม่เชื่อ พอเห็นเราทำได้เขาก็ทำตาม ถือได้ว่าเป็นการลดต้นทุนแต่เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวได้มากทีเดียว


