จ.เชียงราย / วันที่ 29 ตุลาคม 2550....งานรับรองก็คือการสร้างการยอมรับสถานะความเป็นตัวตน ยอมรับความเข็มแข็ง ยกระดับสู่การสร้างความยอมรับจากสังคมภายนอก ให้ชุมชนมีที่ยืน มีสถานะในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี เพื่อปิดช่องความอ่อนแอของชุมชน การรับรองไม่ใช่เพียงกระดาษใบเดียว แต่หมายถึงความเป็นตัวตน เป็นหลักฐานประกาศความมีสถานะทางสังคมที่สามารถประกาศกับสังคมอย่างเท่าเทียม....
ธกส.และธนาคารออมสินร่วมกับองค์กรชุมชน อ.เวียงปาเป้า จ.เชียงราย
ทำพิธีมอบใบประกาศรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน 53 กลุ่ม
จ.เชียงราย / วันที่ 29 ตุลาคม 2550 เวลา 08.30 น. ที่ห้องประชุมที่ว่าอำเภอเวียงปาเป้า จ.เชียงราย พอช.สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือตอนบน ร่วมกับ องค์กรชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น ได้แก่ สำนักงานที่ว่าอำเภอเวียงปาเป้า พัฒนาการอำเภอ ธกส.สาขาเวียงปาเป้า ธนาคารออมสิน สาขาเวียงปาเป้า ศูนย์มีชัย อ.เวียงปาเป้า ผู้ประสานงานพัฒนาสังคม อ.เวียงปา และอบต.เวียงกาหลง อบต.บ้านโป่ง ได้จัดพิธีมอบใบประกาศการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนให้กับ 53 องค์กร จาก 3 ตำบล ได้แก่ ต.บ้านโป่ง,ต.สันสลี,ต.เวียงกาหลง อ.เวียงปาเป้า จ.เชียงราย โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานจำนวน 150 คน
เวลา 09.00 น. ตัวแทนองค์กรชุมชนได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน โดยมีนางสาวก๋องคำ ทองคำ ประธานเครือข่ายองค์กรการเงิน ต. สันสลี กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงานว่า “ในการการจัดการครั้งนี้เป็นการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนได้ดำเนินการตามกระบวนการต่างๆจนครบ 7ขั้นตอน กระทั่งนำมาสู่เวทีวันนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ข้อ คือ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและสาธารณะยอมรับสถานะความเป็นองค์กรชุมชนและเครือข่าย ตลออดจนศักยภาพและบทบาทในการเป็นกลไกพื้นฐานในการพัฒนาชุมชน เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนและองค์กรภาคีพัฒนาในพื้นที่ได้สร้างระบบการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนร่วมกันในระดับพื้นที่ และเพื่อให้องค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนที่ได้รับประโยชน์จากกิจการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสถาบัน มีสถานนะความเป็นองค์กรชุมชนที่ชัดเจน รวมทั้งเพื่อให้มีระบบข้อมูลองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนที่ชัดเจน เป็นปัจจุบันตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ สามารถนำไปใช้เป็นฐานในการพัฒนาความเข้มแข็ง โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์ตัวชี้วัดและผ่านการพิจารณานำไปสู่การรับรองสถานภาพรวมจำนวน 53 กลุ่ม ได้แก่ ต.บ้านโป่ง 24 องค์กร ต.เวียงกาหลง 17 องค์กร และต.สันสลี 12 องค์กร เพื่อให้มีการมอบใบประกาศรับรองสถานภาพในวันนี้”
เวลา 09.15 น.ได้รับเกียตริจากนายกิติรัตน์ สอนซื่อ ปลัดอำเภอ(เจ้าพนักงานปกครอง 7) รักษาราชการแทนนายอำเภอเวียงป่าเป้า ได้กล่าวเปิดงาน จากนั้นนายวรเชษฐ์ หน่อคำ พัฒนาการอำเภอเวียงป่าเป้า ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อบทบาทของหน่วยงานท้องถิ่นในการมีส่วนร่วมในขบวนการรับรองสถานภาพ ซึ่งกล่าวว่า “ในการขับเคลื่อนงานองค์กรชุมชนเป็นกระบวนการพัฒนาจากความไม่มีอะไรเลย กระทั่งองค์กรชุมชนสามารถสร้างความเข้มแข็งได้ แล้วจากนั้นจึงนำมาตรฐานองค์กรชุมชน(มชช.)มาจับแล้ว ทำให้เห็นศักยภาพขององค์กรชุมชนชัดขึ้น เช่น มีผู้นำชุมชน มีองค์กร/กลุ่มองค์กรชุมชน มีเครือข่าย มีความเข้มแข็ง ซึ่งมาตรฐานนี้เป็นกระบวนการขับเคลื่อนในเรื่องเดียวกันกับงานรับรองสถานภาพของ พอช. ซึ่งในส่วนของพัฒนาชุมชนนั้นองค์กรชุมชนที่เข้าร่วมต้องผ่านระบบมาตรฐานงานองค์กรชุมชน(มชช.)ก่อนจึงเรียกว่าเป็นการรับรองสถานภาพ ที่แสดงว่าองค์กรชุมชนมีตัวตน มีเงินทุนเป็นของตนเอง มีการพัฒนาศักยภาพ มีฐานข้อมูล โดยวิธีการเริ่มต้นต้องเขียนใบสมัครเข้าร่วมกับพัฒนาชุมชนก่อน เพื่อพิจารณาตามเกณฑ์ต่างๆ เมื่อผ่านการพิจารณาตามเกณฑ์แล้วจากนั้นจึงมีการมอบใบประกาศตามขั้นตอน”
ต่อมาเวลา 11.30 น. นายรอย รัถยาอนันต์ รักษาการผู้จัดการ พอช. สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือตอนบน ได้ให้ภาพทิศทางการพัฒนางานรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน โดยกล่าวว่า
“วันนี้ถือว่าเป็นการมาทบทวนข้อมูลขบวนงานรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนร่วมกัน ถ้าพูดถึงคำว่ารับรองสถานภาพอาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับชุมชน แต่จริงๆแล้วเป็นคำที่มีการนำมาใช้นานแล้ว ซึ่งถ้าเปรียบทางด้านกฎหมายแล้วผมเชื่อว่าทุกคนมีบัตรประชาชน ต่อมามีทะเบียนบ้าน ต่อมามีบัตรราชการ บัตรห้างร้านหรือบัตรสมาชิกต่างๆ ซึ่งคำว่าบัตรแสดงถึงการรับรองของแต่ละวัตถุประสงค์ ซึ่งบัตรประชาชนถือเป็นบัตรที่รับรองสถานะความเป็นคนไทย ดังนั้นคำว่ารับรองจึงไม่ใช่คำใหม่แต่เกิดมานานแล้วเป็นกระบวนการรับรองเบื้องต้นที่มีอยู่แล้วตามกฎหมาย
แต่คำว่ารับรองสถานภาพองค์กรชุมชน เป็นการรับรองเพื่อยอมรับความมีตัวตนของกลุ่มองค์กรหรือความเป็นนิติบุคคลขององค์กรที่ทำงานด้านการพัฒนาต่างๆในชุมชน ซึ่งในความเป็นนิติบุคคลเป็นการรับรองทางกฎหมาย เช่น การจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ถือเป็นการยอมรับและรับรองทางราชการโดยมีกฎหมายรองรับ ส่วนการรับรองกลุ่มองค์กรที่มีการทำงานมาเป็นเวลานานแต่ขาดสถานะทางกฎหมาย ซึ่งถ้าพูดในทางตัวบทกฎหมายถือว่าเป็นองค์กรเถื่อน ไม่มีสถานะทางกฎหมายที่บ่งบอกหน้าที่ ซึ่งไม่ได้บังคับว่าต้องมีการตรวจสอบทางบัญชี เมื่อไม่มีสถานะทางกฎหมายจึงขาดสิทธิในความเป็นกลุ่ม ไม่สามารถทำนิติกรรมที่เกี่ยวข้องกับทางกฎหมายได้ นั่นคือภาพที่ผ่านมาของกลุ่มองค์กรชุมชนต่างๆ
เราจะเห็นว่ากลุ่มแม่บ้าน กลุ่มสตรี หรือกลุ่มออมทรัพย์ มีการยอมรับทางสังคมแต่ยังขาดการยอมรับทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นถือเป็นเรื่องหนึ่งที่จะต้องสร้างให้เกิดการยอมรับในระยะต่อมา รวมถึงกลุ่มองค์กรชุมชนอื่นๆที่ยังไม่ได้รับการยอมรับทางสังคม ซึ่งยากต่อการทำงานหรือประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆที่เป็นภาครัฐหรือเอกชน ดังนั้นการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน จึงมีวัตถุประสงค์หลักก็เพื่อเป็นการรับรองว่ามีองค์กรชุมชนเหล่านี้ตัวตนจริง มีกิจกรรม มีคนทำงานอยู่ในหมู่บ้านหรือตำบลนั้นๆจริง และเพื่อรับรองความมีคุณภาพของกลุ่ม รับรองความมีศักยภาพในการบริหารจัดการ การช่วยเหลือสมาชิกที่เป็นจริง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หากมองในแง่ของตัวบุคคล “การรับรองก็คือการได้มาซึ่งสิทธิ”
การรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนนั้นต้องเริ่มจากกระบวนการรับรองโดยกลุ่มองค์กรภายในชุมชนก่อน ซึ่งกลุ่มต่างๆที่เกิดขึ้นมีหลายกลุ่ม หลายองค์กร ที่รู้จักและยอมรับกันภายในชุมชน กลุ่มต่างๆเหล่านี้ ต้องยอมรับกันเองก่อนและรับรองกันเองก่อน ซึ่งผมเชื่อว่าเรารู้จักกันว่ากลุ่มไหนทำอะไรอยู่ มีความเข้มแข็ง มีจุดอ่อน จุดแข็ง อย่างไร ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการแล้วเราสามารถนำจุดอ่อนเข้าไปสู่กระบวนการช่วยเหลือกันและรับรองกันอย่างภาคภูมิ รวมถึงยกระดับให้องค์กรต่างๆที่มีจุดอ่อนสามารถยืนอยู่ได้ มีการพัฒนาให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น จากนั้นเมื่อมีการยกระดับแล้วสังคมภายนอกก็จะยอมรับองค์กรชุมชนนั้นๆ เช่น การสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือด้านงานพัฒนาต่างๆ ช่วยเหลือเมื่อประสบภัยพิบัติต่างๆ เนื่องจากรู้จักและรู้ว่าองค์กรนั้นมีคุณภาพจริง
ดังนั้นงานรับรองก็คือการสร้างการยอมรับสถานะความเป็นตัวตน ยอมรับความเข็มแข็ง ยกระดับสู่การสร้างความยอมรับจากสังคมภายนอก ให้ชุมชนมีที่ยืน มีสถานะในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี เพื่อปิดช่องความอ่อนแอของชุมชน การรับรองไม่ใช่เพียงกระดาษใบเดียว แต่หมายถึงความเป็นตัวตน เป็นหลักฐานประกาศความมีสถานะทางสังคมที่สามารถประกาศกับสังคมอย่างเท่าเทียม
สิ่งสำคัญในวันนี้คือการได้รับใบประกาศ และต่อไปคือการพัฒนาให้องค์กรชุมชนได้มีความเข้มแข็งและยืนอยู่ในสังคมอย่างเท่าเทียมและมีศักดิ์ศรี”
หลังจากนั้นเวลา 11.45 น. ได้ทำพิธีลงนามและมอบใบประกาศรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน จำนวน 53 องค์กร จาก 3 ตำบล ได้แก่ ต.บ้านโป่ง 24 องค์กร ต.เวียงกาหลง 17 องค์กร และ ต.สันสลี 12 องค์กร หลังเสร็จพิธีการแล้วทุกคนได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันก่อนเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิ์ภาพ
.................................................................
นภาพร สุวรรณศักดิ์
เจ้าหน้าบริหารข้อมูล พอช.ภาคเหนือ
รายงาน : 29 ตุลาคม 2550


