พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: สินเชื่อเพื่อการพัฒนา
ฮิต: 2131

ขณะที่ราคากาแฟตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 20 บาท แต่ต้นทุนในการปลูก ดูแลรักษากลับสูงขึ้น ขายได้ไม่คุ้มทุน ทำให้แม่บ้านเกษตรกรทรัพย์สวนใหม่ อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งมีอาชีพทำสวนกาแฟกันทั้งหมู่บ้าน รวมตัวกันนำกาแฟมาแปรรูปเป็นกาแฟซองพร้อมชงดื่มได้ทันที ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าราคาเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า

นางพยอม สมหมาย ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทรัพย์สวนใหม่ เล่าให้ฟังว่า ในช่วงหลายปีมานี้ราคากาแฟตกต่ำอย่างต่อเนื่องจึงขายไม่ได้ราคา (ข่าวว่าตอนนี้รัฐบาลประกันราคากาแฟให้ก็กิโลกรัมละ 35 บาท) พวกเราที่เป็นแม่บ้านก็มาคิดกันว่าจะทำอย่างไรถึงจะช่วยครอบครัวได้จึงชักชวนเพื่อนบ้านไปดูงานการแปรรูปกาแฟและกลับมาทดลองทำเอง ซึ่งการทำก็ไม่ยาก เพียงแค่นำเมล็ดกาแฟมาคั่ว เชื่อมให้แห้ง แล้วนำไปตำ หลังจากนั้นก็ร่อนเอากากออก และนำมาบรรจุใส่ซองกระดาษสา เพื่อให้ชงง่าย ซึ่งช่วงแรกมีปัญหาเรื่องรสชาติ แต่ก็พยายามปรับปรุงมาเรื่อยๆ จนเป็นที่ถูกใจคอกาแฟ ตอนนี้ทำมาได้ 3 เดือนแล้ว

การรวมกลุ่มนั้นจะเปิดให้แม่บ้านในหมู่บ้านเข้ามาถือหุ้นๆละ 100 บาทซึ่งใครจะ ถือมาก-ถือน้อย ก็อยู่ที่ความสมัครใจ แล้วนำเงินไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งในการทำนั้นจะมีสมาชิกหมุนเวียนกันทำทุกวัน

นางพยอม สมหมาย เล่าเรื่องการตลาดว่า แรกๆก็นำไปทดลองขายตามงานต่างๆ พร้อมสาธิตการทำ ยกครกไม้และคั่วกันให้เห็นๆ ก็มีคนสนใจวิธีการทำแบบโบราณมาก เพราะมีกลิ่นหอม ตอนนี้ทางกลุ่มเรามีตลาดประจำในจังหวัดภูเก็ตและพังงา ซึ่งเมื่อคำนวณกันกิโลต่อกิโลแล้วจากที่ขายกาแฟสดได้กิโลกรัมละ 20 บาท พอแปรรูปบรรจุซองจะได้ถึง 90 บาท ซึ่งเพิ่มได้เกือบ 5 เท่าตัว ทำให้มีกำไรแบ่งปันกันได้

ซึ่งกำไรที่ได้นั้นก็จะมีการปันหุ้นคืนสมาชิกทุก 6 เดือน และเก็บไว้ 10% สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนและไปดูงานกลุ่มอื่นๆ อีกด้วย ปัจจุบันกลุ่มมีเงินทุนหมุนเวียน 6 หมื่นบาทแล้ว ซึ่งนับว่ายังน้อย เพราะเป็นการเริ่มต้น แต่ก็จะค่อย ๆ ทำไปตามกำลัง ซึ่งก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างน่าพอใจ นางพยอม กล่าว


ที่มา ข่าวชุมชน ฉบับ เดือนมีนาคม 2545

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter