พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
ฮิต: 21386
 

S 15360020

ชาวชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนาลงเสาเอกเอาฤกษ์  9 หลัง  เดินหน้าก่อสร้างบ้านมั่นคงริมคลองบางบัวเฟสแรก 28 หลัง  คาดจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคมปีหน้า  หลังจากนั้นจะทยอยก่อสร้างครบทั้งชุมชนจำนวนเกือบ 200 หลังให้แล้วเสร็จภายในปี 2561  ชาวบ้านตั้งความหวังจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  มีบ้านที่มั่นคงไม่ต้องรื้อย้ายไปอยู่ที่ไหนอีก  ขณะที่ชาวบ้านริมคลองเปรมฯ อีก 2 ชุมชนเตรียมสร้างบ้านมั่นคงเฟสแรกในเดือนพฤศจิกายนนี้

โครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ที่จะเริ่มดำเนินการในปีนี้โดยสำนักการระบายน้ำ   กรุงเทพมหานครในคลองสายหลัก ทำให้ชาวบ้านในคลองลาดพร้าว-บางบัว-คลองเปรมประชากร-คลองถนน ที่ปลูกบ้านรุกล้ำลงในลำคลองเริ่มรื้อย้ายบ้านเรือนให้พ้นคลอง  แล้วปลูกสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิม  โดยการปรับผังชุมชนใหม่เพื่อให้จัดสรรที่ดินได้เพียงพอสำหรับชาวบ้านทั้งชุมชน  โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ให้การสนับสนุนชาวบ้านเพื่อจัดสร้างที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคใหม่

ล่าสุดวันนี้ ( 17 ตุลาคม 2558)  เวลา 9.00  น.  ที่ชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนา (เชิงสะพานไม้ 2) เขตหลักสี่  กรุงเทพฯ  ชาวบ้านในชุมชนได้ร่วมกันทำพิธีลงเสาเอกเพื่อความเป็นศิริมงคลในการก่อสร้างบ้านใหม่จำนวน  9 หลัง  โดยมีชาวบ้านจากเครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมริมคลองบางบัว  และตัวแทนจากชุมชนริมคลองต่างๆ ที่จะก่อสร้างบ้านมั่นคงเข้าร่วมในงานนี้

นางจันทร์อัมพร  ภาคีธรรม  อายุ 35 ปี  ผู้เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนา  กล่าวว่า แต่เดิมตนและครอบครัวปลูกสร้างบ้านอยู่ในคลอง  เมื่อรู้ข่าวว่าทางราชการจะสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม  และจะต้องมีการรื้อย้ายบ้านเรือนในคลองก็รู้สึกตกใจ  แต่เมื่อรู้ว่ามีโครงบ้านมั่นคงที่ชาวบ้านสามารถอยู่ในชุมชนเดิมได้  ตนจึงเข้าร่วมโครงการ  โดยเริ่มตั้งกลุ่มออมทรัพย์ตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเพื่อสะสมเงินเป็นทุนเอาไว้สร้างบ้าน  เมื่อออมเงินไปได้ 6เดือน  โครงการบ้านมั่นคงก็คืบหน้าไปมาก  ชาวบ้านที่จะก่อสร้างบ้านเฟสแรกจึงต้องรื้อย้ายบ้านเพื่อเตรียมสร้างบ้านใหม่

“รู้สึกดีใจที่ได้ทำพิธีลงเสาเอกก่อสร้างบ้านในวันนี้  เพราะจะได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง  ไม่ต้องถูกรื้อย้ายไปอยู่ที่ไหน  เนื่องจากทุกคนในครอบครัวต่างก็ทำงานอยู่ใกล้บ้าน  ลูกๆ ก็เรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนใกล้บ้าน  ทำให้เกิดความสะดวก  หากเราไม่เข้าร่วมโครงการ  ถ้าถูกไล่รื้อไปอยู่ที่ไกลๆ  ครอบครัวก็จะต้องลำบาก  ทั้งเรื่องการทำมาหากิน  และเรื่องโรงเรียนของเด็กๆ”  นางจันทร์อัมพรกล่าว  และบอกว่า แบบบ้านที่ตนเลือกเป็นบ้านแฝด 2 ชั้น  มีขนาดพื้นที่ 5X8  ตารางเมตร  เป็นเนื้อที่บ้าน  4X7 ตารางเมตร  ราคาประมาณ  190,000 บาทเศษ  ผ่อนชำระ 15 ปี  อัตราผ่อนประมาณเดือนละ 1,400 บาทเศษ

ดวงพร  บุญมี   ประธานชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนา  กล่าวว่า  วันนี้เป็นการลงเสาเอกเพื่อก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 28 หลัง  ซึ่งทั้ง 28 หลังได้มีการรื้อถอนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว  การก่อสร้างจะใช้ช่างจากเครือข่ายชาวบ้านในชุมชนต่างๆ  รวมทั้งช่างในชุมชนเองด้วย  ซึ่งคาดว่าการก่อสร้างในเฟสแรกจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมกราคมปีหน้า  ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 เดือน  ในระหว่างการก่อสร้างบ้านนั้น  เจ้าของบ้านและครอบครัวที่รื้อบ้านก็จะอาศัยอยู่ในบ้านกลางที่ชุมชนจัดไว้ให้  หรืออาจอยู่กับญาติหรือเช่าบ้านอยู่ชั่วคราวก็ได้

“ส่วนการก่อสร้างบ้านและสาธารณูปโภคต่างๆ นั้น  เราจะมีคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ มาร่วมตรวจสอบ  เช่น      มีทีมตรวจสอบ  ทีมจัดซื้อวัสดุ  มีเจ้าของบ้านร่วมกันตรวจสอบ  และมีการถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน  เพื่อให้การจัดทำโครงการมีความโปร่งใส  ไม่มีการใช้เงินผิดประเภท   โดยจะแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 4 เฟสหรือ 4 โซน  ทยอยสร้างไปเรื่อยๆ  ซึ่งหากเป็นไปตามแผนงาน  การก่อสร้างบ้านทั้งหมดจำนวน 183 หลัง  จะแล้วเสร็จภายในปี 2561”  ประธานชุมชนกล่าว

นันทวรรณ  ไชยสุริยงค์  กรรมการตรวจสอบโซน 1  อาชีพรับเหมาก่อสร้าง กล่าวเสริมว่า  ในการตรวจสอบระหว่างการก่อสร้างนั้น  จะให้เจ้าของบ้านเอาบิลจากร้านค้าที่มีตราประทับของร้านมาแสดงด้วย  จะได้ตรวจสอบและประเมินได้ว่าแต่ละบ้านใช้วัสดุอะไรบ้าง  จำนวนเท่าไหร่  เพื่อไม่ให้มีของเหลือ  และใครเบิกวัสดุอะไรไปก็จะมีการลงบัญชีเอาไว้  ตอนเย็นก็ให้มาลงชื่อรับทราบ  เพื่อความโปร่งใส  ไม่ให้เกิดการรั่วไหล  ป้องกันไม่ให้คนที่ไม่หวังดีเอาไปพูดให้ร้ายได้ว่าการก่อสร้างบ้านมีการทุจริต ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านขาดความเชื่อมั่น  ไม่ไว้ใจกันกัน  และจะเป็นผลเสียต่อโครงการฯ

ชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนามีเนื้อทั้งหมดประมาณ 6 ไร่  300 ตารางวา  มีบ้านเรือนทั้งหมดจำนวน 206  หลัง   มีชาวบ้านทั้งหมดประมาณ 900 คน  ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป  ค้าขาย  ร้อยพวงมาลัย  ฯลฯ  มีชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงจำนวน 183 หลัง  เริ่มจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์  2558  มีกรรมการ 15 คน  กำหนดการออมขั้นต่ำเดือนละ 100 บาท  โดยมีเจ้าหน้าที่จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เข้ามาสนับสนุนเรื่องการจัดตั้งกลุ่ม  การสำรวจข้อมูลชุมชน  การออกแบบผังชุมชน  ออกแบบบ้าน  ฯลฯ 

ส่วนแบบบ้านที่สถาปนิกชุมชนและชาวบ้านช่วยกันออกแบบนั้น  มีทั้งหมด 5 แบบ  แต่ที่ชาวบ้านเลือกส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น  ขนาด 5 X 7.50  ตารางเมตร  ราคา 286,174 บาท  อัตราผ่อนส่งเดือนละ 2,219 บาท  ระยะเวลา 15 ปี  นอกจากนี้ก็มีบ้านเดี่ยวชั้นเดียว  และบ้านแฝด 2 ชั้น  ขนาดเท่ากัน  คือ 4 X 7 ตารางเมตร  โดยชุมชนเสนอสินเชื่อจาก พอช.ทั้งหมด  206 หลัง  (รวมชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วมด้วย)  รวม 42 ล้านบาทเศษ  งบสาธารณูปโภค  รวม 6.1 ล้านบาทเศษ  และงบอุดหนุนการสร้างบ้าน  รวม 5.1 ล้านบาทเศษ  ส่วนอัตราค่าเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์มีอัตราตารางวาละ 1.50 บาทต่อเดือน  ระยะเวลาเช่า 30 ปี

กันชาติ  บุญเลิศ  กรรมการชุมชน  กล่าวว่า  ก่อนที่สมาชิกบ้านมั่นคงจะก่อสร้างบ้านได้นั้น  สมาชิกแต่ละคนจะต้องออมเงินให้ได้จำนวน  5 เปอร์เซ็นของวงเงินที่กู้มาจาก พอช.เช่น  ถ้าเลือกบ้านเดี่ยว 2 ชั้น  จะต้องออมเงินให้ได้  10,500 บาท  ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ออมเงินได้เกือบครบแล้ว  ยังขาดอีกไม่มาก  บางคนก็เอาเงินออมมาโปะอาทิตย์หนึ่งหลายพันบาท  เพื่อจะได้สร้างบ้านใหม่ได้เร็ว  ส่วนการกันแนวเขตคลองเพื่อให้ทางราชการก่อสร้างเขื่อนนั้น  ชาวบ้านได้ร่วมกันวัดความกว้างของคลองและรื้อย้ายบ้านเรือนให้พ้นแนวคลองบางบัวแล้ว  ทำให้แนวคลองมีความกว้างประมาณ 35-38 เมตร  กว้างพอที่จะก่อสร้างเขื่อนโดยไม่กระทบกับชุมชน

“นอกจากการก่อสร้างบ้านใหม่แล้ว  เรายังกันพื้นที่เอาไว้เป็นสวนหย่อม  ให้เด็กๆ และชาวบ้านได้มีที่พักผ่อนหรือออกกำลังกาย  มีการปลูกต้นไม้  มีทางเดินเลียบชายคลอง  มีระบบบำบัดน้ำเสียจากบ้านเรือน  ทำให้ชุมชนและคูคลองมีความสะอาด  น่าอยู่อาศัย  ไม่เป็นแหล่งเสื่อมโทรมเหมือนเมื่อก่อน  ชาวบ้านก็จะได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น”    กันชาติกล่าว

ดุสิตธร  ทิวะกะลิน  ประธานชุมชนคนรักถิ่น   กล่าวว่า  ชุมชนตั้งอยู่ริมคลองเปรมประชากร  เขตหลักสี่         มีบ้านเรือนทั้งหมด 140  หลัง  เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงรวม 102 หลัง  เริ่มรื้อบ้านเฟสแรก 7 หลังเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558   ที่ผ่านมา  เป็นบ้านที่ปลูกล้ำลงไปในคลอง  4  หลัง  และบนฝั่ง 3 หลัง  โดยจะก่อสร้างบ้านเฟสแรก 7 หลังในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้  แบ่งเป็นบ้านแฝด 2 หลัง  บ้านเดี่ยว 2 หลัง  ขนาดเนื้อที่เฉลี่ยหลังละ 4x8 ตารางเมตร  ใช้สินเชื่อจาก พอช.ประมาณ  2 ล้านบาทเศษ  คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมปีหน้า  และหลังจากนั้นจะทยอยก่อสร้างเฟสต่อไป

กิติชัย  เรืองมาลัย  แกนนำบ้านมั่นคงชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5  ริมคลองเปรมฯ กล่าวว่า  ขณะนี้บ้านเฟสแรกจำนวน 17 หลังที่รื้อถอนแล้วกำลังตอกเสาเข็มเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่  โดยใช้รูปแบบบ้านน็อคก์ดาวน์ที่นำเข้าจากประเทศจีน  ใช้บริษัทรับเหมาและช่างก่อสร้างจากชุมชน  ซึ่งขณะนี้ได้ขนส่งวัสดุต่างๆ ทางเรือมาถึงท่าเรือแหลมฉบังแล้ว  คาดว่าภายในปลายเดือนตุลาคมนี้  เมื่อตอกเสาเข็มและทำโครงบ้านเสร็จแล้วช่างก็จะประกอบบ้านได้ทันที  ใช้เวลาประมาณ 45 วันก็จะก่อสร้างแล้วเสร็จ

บ้านมั่นคงชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5  ถือเป็นบ้านมั่นคงแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้รูปแบบการก่อสร้างแบบใหม่  ใช้เวลาประกอบบ้านเพียง 45 วัน  ชุมชนแห่งนี้เดิมปลูกสร้างเป็นห้องแถวเหมือนกับอาคารพาณิชย์  เนื่องจากอยู่ในย่านชุมชนและศูนย์ราชการ  ส่วนใหญ่จะใช้ค้าขายหรือประกอบอาชีพและอยู่อาศัยไปพร้อมกัน  มีบ้านที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 93 หลัง  ก่อสร้างเป็นบ้านแถว 2 ชั้น ขนาดห้องละ 4x6 ตารางเมตร  รวมค่าก่อสร้างประมาณห้องละ 420,000 บาท

S 15360017S 15360018S 15360019S 15360021

ภาพ: Off@Tanadech

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter