พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 4718

ทรัพย์สินฯ นำ 7 ชุมชน 2,400 ครอบครัว ที่อาศัยอยู่ในซอยวัดเทพลีลาบนที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เข้าบ้านมั่นคงในลักษณะพัฒนาอยู่ในที่ดินเดิม พร้อมจัดระบบพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้ประโยชน์ร่วม ดร.จิรายุ เผย การพัฒนาครั้งนี้ได้ที่ดินคืน 40 ไร่ เพื่อสำรองไว้รองรับคนจากที่อื่นๆ

จากการที่ได้มีการทำบันทึกความร่วมมือในการพัฒนาชุมชนที่อาศัยอยู่บนที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตามโครงการบ้านมั่นคงไปเมื่อวันที่ 26 ก.พ.2547 พร้อมทั้งได้มีการประสานงานจนมีความคืบหน้าเป็นลำดับนั้น

เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการหารือร่วมกันระหว่างสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์กับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) โดยมี ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์เป็นประธานเกี่ยวกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยของชาวชุมชน 7 ชุมชน จำนวน 2,400 ครอบครัว ที่อาศัยอยู่ในที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯ ในซอยรามคำแหง 39 หรือซอยวัดเทพลีลา ซึ่งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได้จัดทำแนวทางการพัฒนา 4 แนวทาง ให้สำนักงานทรัพย์สินฯ พิจารณา โดยทาง ดร.จิรายุ เห็นควรให้มีการพัฒนาโดยการปรับปรุงอยู่ในที่ดินเดิม ตามที่แต่ละชุมชนตั้งอยู่ แต่ต้องมีการปรับผังให้เป็นระเบียบมากขึ้น

การพัฒนาตามแนวทางนี้ แบ่งเป็นครอบครัวละ 12 ตารางวา โดยใช้พื้นที่ทั้งหมด 61.84 ไร่ และมีที่ดินเหลือคืน สนง.ทรัพย์สินฯ จำนวน 47.06 ไร่ ซึ่ง สนง.ทรัพย์สินฯ จะคืนที่ดิน จำนวน 7.06 ไร่ เพื่อเป็นพื้นที่กลางให้ชุมชนทำประโยชน์ร่วมกัน เช่น การมีตลาดกลาง สวนสาธารณะ หรือศูนย์เด็กเล็ก ฯลฯ ขึ้นอยู่กับความต้องการของชุมชน ส่วนอีก 40 ไร่ สำนักงานทรัพย์สินฯ จะสำรองไว้เพื่อรองรับชาวบ้านจากที่อื่นต่อไป

ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผอ.สำนักงานทรัพย์สินฯ เปิดเผยว่า การดำเนินโครงการบ้านมั่นคง ในซอยรามคำแหง 39 ในครั้งนี้ ถือเป็นการนำร่องที่สำคัญในการพัฒนาที่อยู่อาศัยบนที่ดินของ สนง.ทรัพย์สินฯ ซึ่งจะต้องเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้เป็นตัวอย่างของความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งเจ้าของที่ดิน(สนง.ทรัพย์สินฯ) พอช. และชาวบ้าน ให้สังคมได้ถือเป็น Model ต่อไป

ประการสำคัญ การพัฒนาที่อยู่อาศัยในครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงการสร้างบ้านเท่านั้น แต่จะเป็นการสร้างชุมชนควบคู่กันไปด้วย เช่น มีระบบชุมชนที่เอื้ออาทรต่อกัน มีพื้นที่ส่วนกลาง มีการดูแลเรื่องเด็ก การศึกษา คนชรา งานอาชีพ เป็นต้น

ตอนนี้ทราบว่า ชุมชนร่วมสามัคคีเดินหน้าสร้างบ้านไปแล้วบางส่วน จำนวน 34 หลัง ก็ให้เดินหน้าต่อไป เพื่อเป็นกรณีศึกษาของอีก 6 ชุมชน ซึ่งในกรณีของที่ดินนั้น จะทำให้เกิดความมั่นคง โดยการเช่าจาก สนง.ทรัพย์สินฯ ในระยะยาว 15 ปี แบบมีเงื่อนไขว่าเมื่อครบอายุสัญญาแล้วให้ต่อสัญญาได้ โดย สนง.ทรัพย์สินฯ คิดค่าเช่าในอัตราที่ถูกกว่าอัตราปกติ ประมาณตารางวาละ 12 บาท ต่อเดือน ส่วนในการพัฒนาที่อยู่อาศัยนั้น พอช. จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค และ สนง. ทรัพย์สินฯ จะสนับสนุนการสร้างพื้นที่ส่วนกลาง

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter