ชุมชนซอยทับตะวันหมู่ 7 บ้านบางสัก ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นชุมชนชาวมอร์แกนหรือที่เรียกกันว่าชาวไทยใหม่ อาศัยอยู่ในที่ดินสาธารณะมายาวนานตั้งแต่บรรพบุรุษ มีชาวบ้านอาศัยอยู่ทั้งหมด 314 คน 74 หลังคาเรือน
เฒ่าหีต หาญทะเล หัวหน้ามอร์แกนย้อนอดีตให้ฟังว่า "แต่ก่อนที่นี่ชาวบ้านจะเรียกว่าบ้านในท่องทุ มีมอร์แกนอาศัยอยู่มานานแล้ว ประกอบอาชีพ รับจ้าง ประมง จนแปะเต็กเขาเข้ามาทำเหมืองแร่ มอร์แกนบางส่วนก็ไปรับจ้างขุดแร่ เถ้าแก่แกก็ใจดีให้มอร์แกนได้อยู่อาศัย และออกส.ก. 1 ให้ชาวบ้านบางส่วน ต่อมาเมื่อเลิกกิจการเหมืองแร่ แป๊ะเท่งได้เข้ามาดำเนินกิจการต่อและไล่ชาวบ้านออกจากบริเวณขุมเหมือง มอร์แกนจึงได้ปักหลักปักฐานรวมกันในที่ดินผืนนี้
เฒ่าหีต เล่าต่อว่า " ที่ดินก็ได้เปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ จนมาถึงมือ นายนิติ กุลวานิช เขาสัญญากับพวกเราว่าจะออกเอกสารสิทธิ์ให้มอร์แกนทั้งหมด แต่ต่อจากนั้นไม่นานนายนิติก็ถูกยิงตาย ชาวบ้านก็อาศัยอยู่ในที่ดินผืนเดิมเรื่อยๆมาจนถึงทุกวันนี้"
หลังจากสึนามิผ่านพ้นไป มีผู้เสียชีวิต 13 ราย สูญหาย 12 ราย บาดเจ็บ 13 ราย บ้านพังทั้งหลัง 60 หลัง เสียหายบางส่วน 9 หลัง เรือเสียหาย 14 ลำ
ชาวไทยใหม่ทั้งหมดได้อพยพไปอยู่ในสวนยางห่างจากที่ดินเดิม 3 กิโลเมตร ต่อมาได้มีมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เครือข่ายสลัม 4 ภาค สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชนได้เข้ามาช่วยเหลือในการสร้างบ้านถาวร โดยชาวบ้านร่วมกันออกแบบ้านกันเองในลักษณะที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตมากที่สุด คือ บ้านชั้นเดียวยกใต้ถุนสูงและฝาบ้านไม้ไผ่ขัดแตะ
นายตะวัน แสงนุ่น ชาวไทยใหม่ชุมชนซอยทับตะวัน เล่าว่า " การสร้างชุมชนขึ้นใหม่นี้พวกเราได้ร่วมไม้ร่วมมือกันในการทำงานกันมาตลอด มีการแบ่งงานกันทำออกเป็น ทีมช่าง(ก่อสร้าง) ทีมอาชีพ ทีมเยาวชน ทีมแม่ครัว ซึ่งทีมช่างยังแบ่งงานออกเป็น 3 ทีมอีกคือ ทีมหลังคา ทีมฐานราก และ ทีมตกแต่ง นายตะวัน กล่าว
ส่วนกระบวนการในการสร้างบ้านคือ ทีมรากฐานจะทำการเทพื้น ตอกเสาไปทุกๆหลัง พอเสร็จในขั้นตอนนี้ทีมหลังคาก็จะทำการมุงหลังคาไปจนครบทุกหลัง และทีมตกแต่งก็จะเข้าไปตกแต่งภายในบ้านเป็นขั้นตอนสุดท้าย บ้านทุกๆหลังที่พวกเราร่วมกันสร้างก็จะเสร็จพร้อมๆกัน ตอนนี้เราสร้างบ้านตัวอย่างเสร็จแล้วหนึ่งหลัง กว้าง 5 ยาว13 เมตร ฝาบ้านสานด้วยไม่ไผ่ มุงกระเบื้อง ใต้ถุนยกสูง มีชานบ้านยื่นออกมา งบประมาณไม่เกินหลังละ 100,000 บาท
ขณะนี้ขึ้นโครงไปได้แล้ว 34 หลัง คาดว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ทั้ง 43 หลัง ราวๆปลายเดือนเมษายน
ส่วนชาวบ้านที่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินอีก 60 หลัง มูลนิธิมัลดิเซอร์ เยอรมณี และมูลนิธิวิลลี่ (นักฟันดาบทีมชาติไทย) ได้เข้ามาช่วยในการสร้างบ้านแล้ว"
ด้านนางสาวชิดชนก หาญทะเล ประธานกลุ่มเยาวชนบ้านทับตะวัน เล่าว่า "เยาวชนในชุมชนฯเมื่อมีเวลาว่างหลังจากเลิกเรียนแล้วก็จะมาร่วมกลุ่มเรียนรู้อาชีพเสริม ตอนนี้มีการทำผ้าบาติก ซึ่งมีมูลนิธิดวงประทีปมาสอนให้ ส่วนมูลนิธิเด็กมาสอนภาษาอังกฤษ และทำตุ๊กตาพวงกุญแจ นอกจากนี้พวกเรายังประดิษฐ์ดอกไม้หิน โมบาย ที่ทำมาจากเปลือหอยเองอีกด้วย
ตอนนี้มีสมาชิกที่เป็นเยาวชนในชุมชนทั้งหมด 20 กว่าคน มีตั้งแต่ ป.5-ม.3 ส่วนรายได้จากของที่ทำไปขายก็จะเก็บไว้เป็นกองทุนให้กับเยาวชนต่อไป"
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2548 ได้มีหนังสือจากพัฒนาสังคมและสวัสดิการสังคมจังหวัดให้ระงับการก่อสร้างบ้านถาวรไว้ก่อน เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนว่าเป็นเจ้าของที่ดินที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ แต่ทางชาวบ้านยืนยันว่าอาศัยอยู่กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษแล้ว และต้องการอยู่ในที่ดินเดิมเพราะใกล้ทะเลสอดคล้องกับวิถีชีวิตของตนเองมากกว่า
จนกระทั่งวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2548 เจ้าหน้าที่ที่ดินอ.ตะกั่วป่าและผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของที่ดินเข้ามารังวัดในที่ดินซึ่งมีชาวมอร์แกนอาศัยอยู่ จำนวน 24 ไร่ แต่เนื่องจากชาวมอร์แกนขอเลื่อนการรังวัดที่ดินออกไปก่อน เพราะกลัวว่าจะเป็นการรังวัดที่เพื่อนำไปออกโฉนดให้กับนายทุน ประกอบกับยังไม่ทราบข้อมูลมาก่อน อยากจะขอให้นักกฎหมาย นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ลงมาทำความเข้าใจกับชาวบ้านเสียก่อน
นายสวาท นาวารักษ์ ชาวไทยใหม่ชุมชนซอยทับตะวัน เล่าว่า"วันนี้นายทุน เขาจะมาวัดที่ดินตรงนี้ แต่พวกผมไม่ยอม แล้วจะมาวัดที่ดินของผมได้ยังไง เจ้าหน้าที่ที่ดินเขาบอกว่า แต่ก่อนที่ดินตรงนี้เป็นของนางเฉลี่ยว แผ้วชมภู นำมาออก น.ส.3 ในปีพ.ศ.2515 จำนวน 33 ไร่ ต่อมาก็ได้ขายต่อให้กับนายประสิทธิ์ กุลวานิช ต่อมาเมื่อนายประสิทธิ์ ได้ถึงแก่กรรม ที่ดินผืนนี้จึงเป็นมรดกตกทอดแก่ นางรำพา กุลวานิช ผู้เป็นภรรยา นางรำพาได้มอบอำนาจให้นางจิตติ ลูกสาว มาในวันนี้ ซึ่งข้อมูลพวกนี้พวกเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยผู้เฒ่าหีตกล่าวทิ้งท้าย
และเมื่อปี พ.ศ. 2542 รัฐบาลประกาศออกโฉนดที่ดินให้กับประชาชนทั่วประเทศ พวกเราก็เอาหมุดมาปักชี้เขตแดนของตัวเอง แต่เจ้าหน้าที่เขาก็ไม่มารังวัดออกโฉนดให้เพราะไปทับซ้อนกับที่ดิน น.ส.3 ของคนอื่น จนมาถึงวันนี้นั้นแหละเจ้าของที่ดินเขาเพิ่งจะมาอ้างสิทธิ์"
"พวกเราไม่ต้องการให้เขาเข้ามาวัดที่ ชาวมอร์แกนเคยถูกหลอกมาแล้วหลายครั้ง พอสึนามิมาพวกนายทุนก็มาพร้อมกับสึนามิ ก่อนหน้านี้ไม่เห็นจะเข้ามาอ้างสิทธิ์เลย พวกเราชาวมอร์แกนอาศัยอยู่กันที่นี่มาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ทวด ก่อนที่แปะเต็ก แปะเท่งจะเข้ามาทำเหมืองอีก มอร์แกนจะอยู่ในที่ดินเดิมไม่ไปไหน พวกเรารอดตายจากสึนามิมาแล้วครั้งหนึ่ง ต่อให้เกิดสึนามิอีกเป็นรอบที่สองพวกเราก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น"


