นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กล่าวว่า จากการเกิดภัยพิบัติสึนามิเมื่อปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ทำให้กลุ่มบ้านเช่าบ้านในบ้านน้ำเค็มประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เนื่องจากไม่มีทะเบียนบ้านในชุมชน และที่ผ่านมาไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ เพราะไม่มีหลักฐานยืนยันการอยู่อาศัยในชุมชน พอช.จึงได้ร่วมกับมูลนิธิชุมชนไท และหน่วยงานต่างๆ ในท้องถิ่น จัดทำโครงการบ้านมั่นคงขึ้น เพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนไร้บ้านและกลุ่มบ้านเช่า ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยสนับสนุนให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าว รวมตัวกัน โดยเริ่มจากการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และพัฒนาไปสู่ สหกรณ์เคหสถานบ้านน้ำเค็มพัฒนา จำกัด รวมสมาชิกทั้งสิ้น 106 ราย
ด้านนายศักดา กรรณ์รังษี เลขานุการสหกรณ์เคหสถานบ้านน้ำเค็มพัฒนา จำกัด กล่าวว่า สหกรณ์ได้ซื้อที่ดิน จำนวน 2 แปลง โดยนำเงินบริจาคของรัฐบาลเดนมาร์กมาสมทบกับเงินสินเชื่อจาก พอช. แปลงแรกจำนวน 8 ไร่ 1 งาน รองรับผู้เดือดร้อน 50 ราย ส่วนการสร้างบ้านนั้น ได้มีหน่วยงานต่างๆ บริจาค ขณะนี้มีการวางเสาเอกและลงตอม้อเสร็จแล้ว 20 หลัง เป็นบ้านชั้นเดียว ก่ออิฐบล็อคประสาน ไม่มีเสา ราคาหลังละ 160,000 บาท และมีการจ้างแรงงานก่อสร้างภายในกลุ่ม เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกมีงานทำระหว่างรอการก่อสร้างบ้านเสร็จ ซึ่งสหกรณ์มีข้อตกลงกับสมาชิกว่า แต่ละครอบครัวต้องส่งตัวแทน 1 คนมาเป็นแรงงาน โดยจ่ายค่าจ้างวันละ 200 บาท ซึ่งคาดว่า ราว 4 เดือนจะแล้วเสร็จ ส่วนแปลงที่สอง จำนวน 10 ไร่ ใกล้สถานีอนามัยบ้านน้ำเค็ม รองรับผู้เดือดร้อนอีก 56 ราย


