พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1398

16 กุมภาพันธ์  2549

วันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ร่วมกับพันธมิตรองค์กรชุมชนแก้ปัญหาที่ดินในภาคใต้ ศูนย์ประสานสนับสนุนการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจน ภาคประชาชน (ศตจ.ปชช.) เครือข่ายองค์กรชุมชนโครงการบ้านมั่นคงชนบทภาคใต้ และอบต.ขอนหาด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช จัดสัมมนาสัญจร ผนึกพลังชุมชนท้องถิ่นร่วมจัดการที่ดินและความยากจนภาคใต้ ณ บ้านยวนนก ต.ขอนหาด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

นายไสว หนูยก หัวหน้าหน่วยพัฒนาโครงการบ้านมั่นคงชนบท สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคงชนบทเป็นโครงการแก้ปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย และสร้างชุมชนที่มั่นคงน่าอยู่ของคนจนในชนบท โดยการสร้างโอกาสให้ผู้ไร้ที่ดินทำกินในชนบท ได้มีที่อยู่อาศัยและมีที่ดินทำกินที่มั่นคง รวมทั้งเพิ่มโอกาสให้ได้รับหลักประกันด้านความมั่นคงในชีวิต

“โครงการบ้านมั่นคงชนบทเป็นการสร้างความมั่นคงในการครอบครองที่ดิน เช่น ซื้อที่ดิน การเช่าระยะยาว เป็นต้น โดยเน้นที่ดินของรัฐ ที่ดินเอกชนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ รวมทั้งการหาที่ดินใหม่ ที่จะนำไปสู่การกระจายการถือครองที่ดินที่เป็นธรรม และสิทธิร่วมของชุมชนในการอยู่อาศัย ตลอดจนการปรับแก้กฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น” นายไสว กล่าวและว่า

ขณะนี้มีพื้นที่นำร่องแล้ว 46 พื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีภาคใต้ 7 จังหวัด คือ นครศรีธรรมราช 2 พื้นที่ สงขลา 1 พื้นที่ สตูล 9 พื้นที่ สุราษฎร์ธานี 11 พื้นที่ ระนอง 13 พื้นที่ ชุมพร 7 พื้นที่ และพัทลุง 3 พื้นที่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนแห่งชาติ ภาคประชาชน หรือ ศตจ.ปชช.

นายประยงค์ หนูบุญคง นายก อบต.ขอนหาด และแกนนำชุมชน กล่าวถึงปัญหาที่ดินในพื้นที่ ต.ขอนหาด ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องโครงการบ้านมั่นคงชนบทว่า ปัญหาการทับซ้อนของที่ดินทำกินกับเขตห้ามล่าสัตว์ทะเลน้อย เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2504 ราว 1,500 กว่าไร่ มีประชาชนครอบครอง 157 ครัวเรือน และได้อบต.ขอนหาดกับชุมชนได้ดำเนินการจัดทำข้อมูลการครอบครองที่ดินของประชาชนแล้ว 80 กว่าราย ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนไม่สามารถใช้ประโยชน์ใดๆ ได้

จากการสำรวจข้อมูลพบว่า ประชาชนเข้ามาตั้งถิ่นฐาน เมื่อ พ.ศ.2484 ก่อนการประกาศเป็นเขตห้ามฯ ซึ่งประชาชนในพื้นที่หมู่ 3, 4 และ 9 ที่อยู่ในที่ดินที่มีปัญหาพยายามเข้ามาใช้ประโยชน์ เช่น ปลูกปาล์ม ยางพารา แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดีและส่งฟ้องศาลหลายสิบราย สร้างความเดือดร้อนอย่างมาก แต่ก็มีความพยายามที่จะร่วมกันแก้ปัญหา โดยหันหน้ามาเจรจา เปิดเวทีประชาคมหลายครั้งระหว่างองค์กรชุมชน อบต.ขอนหาด และเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าฯ เพื่อให้เกิดกระบวนการพิสูจน์การครอบครองที่ดินของประชาชนก่อนหรือหลังการประกาศเป็นพื้นที่เขตห้ามล่าฯ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2541 ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ดีขึ้น

นายวีระ เกิดศิริมงคล นายอำเภอชะอวด กล่าวว่า ปัญหาที่มีผู้จดทะเบียนปัญหาสังคมและความยากจนของอ.ชะอวด มาก คือ ปัญหาไม่มีที่ดินทำกิน จำนวน 8 พันกว่าราย จาก 5 ล้านรายทั่วประเทศ ซึ่งทั่วประเทศมีที่ดินพร้อมที่จะแจกให้ประชาชนเพียง 1 ล้านกว่าไร่ ซึ่งต้องมาแยกแยะผู้จดทะเบียนว่าอาศัยยอยู่ในที่ใดบ้าง หากชาวบ้านอยู่ที่ใดก็จะแก้ปัญหาในพื้นที่นั้น สามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้ แต่ห้ามบุกรุกเพิ่มเติม ซึ่งตรวจสอบได้โดยการดูจากภาพถ่ายดาวเทียมที่ถูกถ่ายไว้ทุก 3 วัน

ในส่วนของ อ.ชะอวด มีผู้จดทะเบียน 146 ราย อยู่ใน ต.ขอนหาด 68 ราย ต.เคร็ง 78 ราย ซึ่งได้แยกข้อมูลออกมาทั้งหมดแล้ว กำลังส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอำเภอจะติดตามเพื่อทวงคำตอบเป็นระยะ เพราะครม.มีมติให้ทุกหน่วยงานต้องสนับสนุนนโยบายแก้ปัญหาความยากจน ทั้งคนและงบประมาณ โดย อ.ชะอวดจะเริ่มประกาศนโยบายไล่ล่าแก้ปัญหาความยากจนในเร็วๆ นี้ ในปีนี้ทราบว่าหน่วยงานที่รับผิดพรุควนเคร็งจะเร่งสำรวจที่ดินที่ทับซ้อนกับชาวบ้าน จำนวน 400 แปลง ซึ่งตนจะผลักดันให้ครอบคลุมพื้นที่    อ.ชะอวดด้วยทั้งหมด

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter