เหตุการณ์ธรณีพิบัติสึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อปลายเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ทำให้บ้านน้ำเค็ม ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงและมีผู้เสียชีวิตเกือบ 2 พันคน ทำให้ชาวบ้านทั้งหมดเดือดร้อนทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย การประกอบอาชีพ และวิถีชีวิต
ชาวบ้านที่เช่าบ้านของคนอื่นอยู่อาศัย หรือ “กลุ่มบ้านเช่า” หรือ “กลุ่มคนไร้บ้าน” ในบ้านน้ำเค็มเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ประสบปัญหาอย่างหนัก ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เนื่องจากไม่มีทะเบียนบ้านในชุมชน และที่ผ่านมาไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ เพราะไม่มีหลักฐานยืนยันการอยู่อาศัยในชุมชน
อย่างไรก็ตาม ต่อมาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช.ร่วมกับมูลนิธิชุมชนไท และหน่วยงานต่างๆ ในท้องถิ่น ได้จัดทำโครงการบ้านมั่นคงขึ้น เพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนไร้บ้านและกลุ่มบ้านเช่า ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยสนับสนุนให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าว รวมตัวกัน เริ่มจากการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยและพัฒนาไปสู่สหกรณ์เคหสถานบ้านน้ำเค็มพัฒนา จำกัด โดยมีสมาชิกทั้งสิ้น 106 ราย
นายศักดา กรรณ์รังษี เลขานุการสหกรณ์เคหสถานบ้านน้ำเค็มพัฒนา จำกัด กล่าวว่า หลังจากทางกลุ่มฯ ได้จัดตั้งสหกรณ์ฯ ขึ้นแล้ว ต่อมาทางสหกรณ์ฯ ได้ซื้อที่ดิน จำนวน 2 แปลง โดยนำเงินบริจาคของรัฐบาลเดนมาร์กมาสมทบกับเงินสินเชื่อจาก พอช. แปลงแรกจำนวน 8 ไร่ 1 งาน รองรับผู้เดือดร้อน 50 ราย โดย พอช. สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค เช่น ถนน ไฟฟ้า และระบบน้ำประปา ส่วนการสร้างบ้านนั้น ได้มีหน่วยงานต่างๆ บริจาคช่วยเหลือ เช่น มูลนิธิโมเสสจากอิตาลี สนับสนุนจำนวน 12 หลังๆ ละ 210,000 บาท และโสสะมูลนิธิ สนับสนุนจำนวน 38 หลังๆ ละ 210,000 บาท เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว ขนาด 7x11 ตารางเมตร ก่ออิฐบล็อคประสาน ไม่มีเสา ซึ่งชาวบ้านช่วยกันออกแบบ วางผัง คัดเลือกวัสดุ แบ่งกลุ่มกันรับผิดชอบงาน และขณะนี้ดำเนินการเสร็จไปแล้วประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ โดยชาวบ้านใช้วิธีการจ้างแรงงานก่อสร้างภายในกลุ่ม เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกมีงานทำระหว่างรอการก่อสร้างบ้านเสร็จ ซึ่งสหกรณ์มีข้อตกลงกับสมาชิกว่า แต่ละครอบครัวต้องส่งตัวแทน 1 คนมาเป็นแรงงาน โดยจ่ายค่าจ้างวันละ 200 บาท ซึ่งโครงการแรกจำนวน 50 หลังนี้ คาดว่าจะเสร็จทั้งหมดภายในเดือนกรกฎาคมนี้
ส่วนโครงการที่สองนั้น ขณะนี้ทางสหกรณ์ฯ ได้จัดซื้อที่ดินแปลงที่สอง จำนวน 23 ไร่ ในราคาไร่ละ 500,000 บาท ใกล้สถานีอนามัยบ้านน้ำเค็ม รองรับผู้เดือดร้อนกลุ่มที่ 2 จำนวน 56 ราย โดยได้รับสินเชื่อสำหรับซื้อที่ดินและงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภคจาก พอช. และศูนย์โรตารีในประเทศไทย ได้สนับสนุนงบประมาณในการสร้างบ้าน หลังละ 150,000 บาท จำนวน 56 หลัง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 8,400,000 บาท ผ่านการดำเนินงานของมูลนิธิชุมชนไท ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านได้ช่วยกันจัดวางผังชุมชน ออกแบบบ้าน รวมทั้งได้ดำเนินการปรับพื้นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมจะลงมือก่อสร้างบ้านในเร็วๆ นี้
“เรานำประสบการณ์หลายอย่างจากโครงการ 1 มาเป็นบทเรียน เช่น เราจะสร้างบ้านก่อนจับสลากว่า หลักไหนเป็นของใคร ถือว่าทุกหลังเป็นของทุกคน จะต้องสร้างทุกหลังให้เต็มฝีมือ เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็จับสลากบ้าน”
แกนนำโครงการ 2 ผู้หนึ่งเล่าให้ฟัง
“ตอนแรกๆ ก็รู้สึกหนักใจมาก เพราะเป็นเรื่องใหญ่เกินไป กลัวจะทำไม่สำเร็จ แต่พอทุกคนร่วมมือกันอย่างจริงจัง ทำไปเรื่อยๆ ทำให้ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รู้จักกระบวนการสร้างชุมชน ทำให้ทุกคนเกิดความเข้มแข็งขึ้น ซึ่งก็รู้สึกดีใจมากๆ ที่จะได้มีบ้านเป็นของตนเอง ภูมิใจที่ได้ร่วมกันทำให้ชาวชุมชนมีความรักสามัคคีและทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งมั่นคง”
สำหรับแผนงานในอนาคตนั้น หลังจากสร้างบ้านสร้างชุมชนเสร็จแล้ว ก็มีแผนที่จะพัฒนาอาชีพให้กับชาวบ้านเพื่อสร้างหลักประกันให้กับอนาคต จะสร้างโรงน้ำดื่มขึ้น เพื่อผลิตน้ำดื่มช่วยเหลือชาวบ้านน้ำเค็มทั้งหมด เนื่องจากชาวบ้านน้ำเค็มต้องซื้อน้ำในราคาที่ค่อนข้างแพง โดยจะนำผลกำไรจากการจำหน่ายน้ำดื่มมาเป็นทุนสวัสดิการของชุมชน สำหรับช่วยเหลือผู้สูงอายุ สนับสนุนการศึกษาของเยาวชน และพัฒนาอาชีพต่างๆ ต่อไป


