พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2364

แต่ละวันเวลาเข้าครัวเพื่อหุงหาอาหาร  ชาวชุมชนอย่างเราๆ ก็หันมาใช้เตาแก๊ส เพื่อความสะดวกสบาย มีเพียงบ้านไม่กี่หลังเท่านั้นที่ยังหลงเสน่ห์เตาอั้งโล่แบบใช้ถ่านเป็นเชื้อเพลิง แต่ไม่ว่าการทำให้อาหารสุกด้วยเตาแก๊ส หรือ เตาถ่าน ก็ต้องควักกระเป๋ากันหนักหน่อยถ้าราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้น

                ที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายพลังงานเพื่อการหุงต้มคิดเป็นร้อยละ 15 ของรายได้ในครัวเรือน หามาได้เท่าไหร่ก็ต้องสูญเสียไปไม่ใช่น้อย เตาก๊าซ พพ. จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของชาวชุมชน เป็นเตาที่ออกแบบขึ้นเพื่อใช้สำหรับการหุงต้มในครัวเรือน ด้วยการนำ เชื้อเพลิงชีวมวล ที่หาได้ในบริเวณชุมชน เช่น ฟืน กิ่งไม้ ใบไม้ชนิดต่างๆ และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อาทิ ซังข้าวโพด เหง้ามันสำปะหลัง กะลามะพร้าว และเปลือกเมล็ดปาล์ม  มาจุดไฟเพื่อให้เกิดความร้อนสำหรับนำไปใช้หุงต้มอาหาร หรือประโยชน์ในด้านอื่นๆ

หลักการทำงานของเตาก๊าซ พพ. นั้น ทำได้โดยการเติมเชื้อเพลิงทางด้านบนของตัวเตาจนเต็มประมาณ 1-1.2 กิโลกรัม จากนั้นเติมเศษไม้ที่ใช้เป็นเชื้อไฟอีกจำนวนเล็กน้อยตามลงไป แล้วจุดไฟ  อากาศภายนอกส่วนแรก (Primary Air) จะไหลเข้าทางด้านหน้าของตัวเตาโดยผ่านตะแกรงเตาเข้าไปในห้องเผาไหม้  ทำให้บริเวณเหนือตะแกรงเตาที่เป็นห้องเผาไหม้เกิดการเผาไหม้เชื้อเพลิงขึ้นให้พลังงานความร้อนออกมา

สำหรับวิธีการใช้งานนั้น รับรองได้ไม่ยากอย่างที่คิด เพราะการออกแบบและประโยชน์ใช้สอยที่เกิดขึ้นจากเตาก๊าซ พพ. ที่นอกจากจะประหยัดเงินในกระเป๋าของสมาชิกใต้ชายคาแล้ว  แม่บ้านทั้งหลายก็สามารถอุ่นใจได้กับความปลอดภัยและวิธีการใช้งานที่ไม่ซับซ้อนจนเกินความเข้าใจ  ถึงแม้ว่ารูปโฉมของเตาก๊าซ พพ.จะแปลกตาไปสักหน่อยก็ตาม 

เริ่มจากเมื่อได้เตาก๊าซ พพ.มาไว้ในครอบครองแล้ว ก่อนการใช้งานทุกครั้ง คุณแม่บ้านก็ต้องปรับแผ่น เปิดหน้าเตาจนสุดเพื่อให้อากาศส่วนแรกจากภายนอกเตา เข้ามาภายในเตา จากนั้นเติมเชื้อเพลิงลงในเตา ประมาณ 1 กิโลกรัม แล้วเติมเศษไม้ที่ใช้ทำเป็นเชื้อไฟอีกเล็กน้อยตามลงไปแล้วจุดไฟ ถึงตอนนี้กระบวนการเผาไหม้เชื้อเพลิงก็จะเริ่มขึ้นได้ก๊าซที่เป็นเชื้อเพลิง  ใช้เปลวไฟจุดก๊าซที่ไหลขึ้นมาทางด้านบนของตัวเตา เมื่อก๊าซติดไฟจะเกิดเปลวไฟไหลพุ่งออกมาตามแนวรอบของช่องเติมอากาศส่วนที่สอง  จากนั้นก็ตั้งภาชนะสำหรับหุงต้ม  เมื่อเชื้อเพลิงเหลือน้อยก็สามารถเติมลงไปใหม่ได้ตามความต้องการ  เมื่อเลิกใช้งาน ควรปิดฝาด้านบนและด้านล่างตัวเตาให้สนิทเพือ่ดับเตา ซึ่งจะสามารถเก็บเชื้อเพลิงที่เหลือไว้ใช้งานในคราวต่อไป และเชื้อเพลิงจำนวน 1-1.2 กิโลกรัม จะสามารถใช้งานได้นาน ประมาณ 30-45 นาที

ที่สำคัญไม่ต้องเป็นกังวลกับค่าความร้อนที่ได้ เพราะอุณหภูมิเฉลี่ยของเตาก๊าซ พพ.จะอยู่ที่  800-900 องศาเซลเซียส ไม่น้อยหน้าบรรดาเตาชนิดต่างๆ ที่ใช้กันอยู่แต่กลับมีคุณค่าต่อการเพิ่มคุณภาพชีวิตของชาวชุมชน เกิดเงินออมจากผลประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงเพื่อการหุงต้ม  เพราะสามารถหาแหล่งเชื้อเพลิงจากบริเวณรอบๆ บ้านของตนเอง ด้วยการนำ เศษไม้ ใบหญ้าต่างๆ ที่ต้องกลายเป็นขยะชุมชน นำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านพลังงานในครัวเรือนสร้างความร้อนเพื่อการหุงต้ม เกิดการพึ่งพาตนเองในระดับรากหญ้าจากทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น เพิ่มมูลค่าจากสิ่งของเหลือใช้ให้กลายเป็นต้นทุนด้านพลังงาน ที่แต่ละหลังคาเรือนสามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของคนในครอบครัว นำมาสู่เงินคงคลังจากการลดรายจ่ายด้านเชื้อเพลิงความร้อนเพื่อการหุงต้ม กลับคืนสู่ชุมชนในระยะยาวขึ้นมาทันที

ยกตัวอย่างเช่น จากเดิมเคยใช้เตาแก๊สในการหุงต้มในครัวเรือนเดือนละ 1 ถัง  ก็จะต้องจ่ายค่าซื้อแก๊สขนาด 15 กก. ในราคาถังละประมาณ  300  บาทต่อเดือน  ถ้าใช้มากกว่านั้น ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มตามไปด้วย  แต่ถ้าหากหันมาใช้เตาก๊าซชีวมวลของ พพ.แทน ก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้หมดไป หรือถ้าหากต้องจ่าย ก็อาจจะต้องจ่ายในจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เพียงเท่านี้กระปุกออมสินใบใหญ่ อย่าง เตาก๊าซ พพ. ที่ประจำการ ณ ก้นครัว ก็สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว ประหยัดทั้งเงินในกระเป๋าและลดขยะในชุมชนจากสิ่งเหลือใช้ทางการเกษตร ตลอดจนการเกิดแหล่งพลังงานเพื่อการหุงหาอาหารที่จะขยายวงกว้างต่อการอนุรักษ์พลังงานของประเทศ  เป็นผลให้ชาวชุมชนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มพูนความเข้มแข็งด้านพลังงานทดแทนให้เป็นจริงได้ในเร็ววัน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter