นายหนูค่าย ชมพูหลง นายกอบต.โคกก่อ อ.เมือง จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า หลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นสิ่งที่ชุมชนต้องรู้และนำปฏิบัติ ประชากรที่ดูแลกว่า 8,000 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา และมีรายได้เสริมจากการปลูกพืชระยะสั้น คือ พริก มะเขือ ถั่วฝักยาว และข้าวโพดหวาน
พืชระยะสั้นจะลงมือปลูกช่วงหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวในพื้นที่บริการของอ่างเก็บน้ำโคกก่อ จำนวนกว่า 100 ไร่ นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนมูลค่าหลายแสนบาทต่อปี เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตสิ่งหนึ่งที่ต้องเดินหน้าต่อไปคือผลักดันโรงงานผลิตปุ๋ยชีวภาพของ อบต. ให้เป็นโรงงานผลิตปุ๋ยชีวภาพที่ได้มาตรฐานและใหญ่ที่สุดของจ.มหาสารคาม
เมื่อมีรายได้ขึ้นมาสิ่งหนึ่งจะต้องมีการออมเกิดขึ้น จึงตั้งกองทุนบุญสัจจะสวัสดิการชุมชนตำบลโคกก่อขึ้น เพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่ชุมชนในเรื่องของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับชาวบ้าน เบื้องต้นทางอบต. จัดสรรงบประมาณสนับสนุน 2 แสนบาท และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้มาอีกปีละ 5 หมื่นบาท
สมาชิกจะต้องจ่ายเงินสมทบโดยเป็นเงินสัจจะออมวันละ 1 บาท หรือปีละ 365 บาท การบริหารจัดการกองทุนเป็นเรื่องของคณะกรรมการที่สมาชิกในหมู่บ้านเลือกกันขึ้นมา เพื่อให้คนในหมู่บ้านดูแลกันเอง ขณะนี้ทางกองทุนสวัสดิการชุมชนมีสมาชิกประมาณ 1,000 คน และมีเงินกองทุนฯประมาณ 900,000 บาท มีการจัดสวัสดิการสมาชิกไปแล้ว 4 ประเภท คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย
"กองทุนบุญสัจจะสวัสดิการชุมชนตำบลโคกก่อ นอกจากเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนแล้ว ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ชาวบ้านรักการออม ปลูกฝังนิสัยให้รู้คุณค่าของเงิน 1 บาท รู้จักการออมไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ที่สำคัญกองทุนนี้ยังอยู่ในความรับผิดชอบของชาวบ้านเป็นผู้บริหารจัดการกันเอง"


