พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1404

28 1วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๔  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานประชุมคณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาการจัดสวัสดิการชุมชน ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔ ที่ตึกบัญชาการ ๑ ห้อง ๕๐๑และตึกสันติไมตรี พร้อมมอบงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนครั้งที่ ๕  จำนวน  ๑,๕๘๗  กองทุน งบประมาณ  ๒๖๐.๘  ล้านบาท  จะมีผู้แทนองค์กรสวัสดิการชุมชน รมต.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯผู้แทน หน่วยงานและคณะกรรมการฯที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการชุมชนเข้าร่วมประชุมกว่า ๑,๕๐๐ คน

โดยในช่วงเช้าจะมีการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาการจัดสวัสดิการชุมชน  และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจะประชุมทางไกลเพื่อมอบนโนบายสวัสดิการชุมชนกับผู้ว่าราชการ จังหวัดและคณะกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัด    และในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนายกรัฐมนตรีจะมอบงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการ ชุมชนครั้งที่ ๕ แก่ผู้แทนองค์กรสวัสดิการชุมชน  ๑,๕๗๕   องค์กร  วงเงิน  ๒๖๐.๘  ล้านบาท               

นางทิพย์รัตน์ นพลดารมณ์   ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  หรือพอช.เปิดเผยว่า ตามที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือพอช.ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลภายใต้โครงการ สนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน  เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน งบประมาณปี ๒๕๕๓ จำนวน ๗๒๗.๓ ล้านบาท และปี ๒๕๕๔ จำนวน ๘๐๐ ล้านบาท  มีวัตถุประสงค์ให้สวัสดิการชุมชนเป็นวาระแห่งชาติ   และเป็นการสร้างหลักประกันความมั่นคงของชุมชนฐานราก รวมทั้งให้คนในชุมชนท้องถิ่นสามารถจัดตั้ง และพัฒนาสวัสดิการชุมชนให้ครอบคลุมเต็มพื้นที่ทั้งประเทศ            

โครงการมีความคืบหน้าทั้งด้านการพัฒนาความเข้มแข็งและการสมทบงบประมาณเข้า กองทุนสวัสดิการชุมชน   โดยในด้านการสมทบงบประมาณได้มีการอนุมัติงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการ ชุมชนระหว่างมกราคม ๒๕๕๓ - เมษายน ๒๕๕๔ จำนวน ๓,๑๗๐  กองทุน วงเงิน ๕๔๒.๙ ล้านบาท   คือเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดตั้งก่อน ๓๐ เมษายน ๒๕๕๒  จำนวน  ๒,๖๕๔  กองทุน  ผู้รับประโยชน์รวม  ๑.๔๗ ล้านคน และกองทุนสวัสดิการชุมชนใหม่ที่จัดตั้งหลัง ๑ ตุลาคม  ๒๕๕๒ จำนวน ๕๑๖  กองทุน   โดยมีกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ได้รับการอนุมัติสมทบงบประมาณรอบสองจำนวน  ๓๔๑  กองทุน วงเงิน ๑๓๘.๗๖ ล้านบาท  ส่วนใหญ่เป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนในภาคใต้ เช่นที่จ.สงขลาได้รับการอนุมัติสมทบรอบสองแล้ว ๑๐๐ กองทุน

ในด้านความเติบโตของกองทุนสวัสดิการชุมชนที่เป็นภาพรวม ที่มีข้อมูลเข้ามาที่พอช.จำนวน ๓,๔๔๓ กองทุน มีหมู่บ้านเข้าร่วม ๒๖,๕๔๙  หมู่บ้าน  จำนวนเงินทุน ๗๙๐.๗ ล้านบาท และจากข้อมูลกองทุนที่ได้รับการสมทบเฉพาะปี ๒๕๕๓  จำนวน ๑,๙๔๘  กองทุน มีสมาชิก ๑.๓ ล้านราย มีเงินกองทุนรวม ๖๓๖.๕๕ ล้านบาท โดยร้อยละ ๖๖ หรือ ๔๑๘.๗ ล้านบาทมาจากการสมทบของสมาชิก  นอกนั้นเป็นเงินสมทบจากอปท. ๗%  เป็นเงินสมทบจากรัฐบาลผ่านพอช. ๑๕%และจากแหล่งอื่นๆ ๑๒% และกองทุนส่วนใหญ่มีสมาชิกที่กองทุนละไม่เกิน ๓๐๐ ราย   กองทุนที่มีสมาชิกมากกว่า ๓,๐๐๐ รายจำนวน ๒๑ กองทุน และกองทุนสวัสดิการชุมชนที่มีสมาชิกมากที่สุดคือตำบลปากพูน จ.นครศรีธรรมราชคือ ๗,๑๒๓ ราย ส่วนกองทุนทีมีเงินมากที่สุดคือกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคลองขุด จ.จันทบุรี มีเงินกองทุนรวม ๘.๖๓  ล้านบาท

ในด้านการพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรสวัสดิการชุมชน ได้มีกลไกสนับสนุนการทำงานทั้งระดับชาติ ระดับจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น ประธาน  ในระดับตำบลจากข้อมูลกองทุน ๒๖๕๔  กองทุนมีคณะทำงานระดับตำบลรวม ๖๖,๕๙๓  คน ทำหน้าที่บริหารจัดการกองทุนและจัดสวัสดิการให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความ ต้องการของชุมชน

ในด้านการจัดสวัสดิการและการคุ้มครองสมาชิก  ในรอบปีที่ผ่านมากองทุนสวัสดิการชุมชน ๒,๖๔๖  กองทุน ได้จัดสวัสดิการกว่า ๑๓ ประเภท  ครอบคลุมเรื่อง เกิด  แก่ เจ็บ ตาย คนด้อยโอกาส ช่วยเหลือผู้ประสบภัย การศึกษา ที่อยู่อาศัย การพัฒนาอาชีพ  ฯลฯ  มีสมาชิกได้รับสวัสดิการแล้ว ๒๕๑,๔๖๖ ราย  ส่วนใหญ่เป็นสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล และกรณีเสียชีวิต

ในด้านบทบาทอื่นๆของกองทุนสวัสดิการชุมชน  ส่วนใหญ่ได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงกับงานพัฒนาด้านต่างๆในชุมชน  เพื่อนำไปสู่การจัดการตนเองของชุมชนที่เป็นภาพรวมหรือความเดือดร้อนของชุมชน ท้องถิ่น  เช่นการแก้ปัญหาหนี้สิน  การจัดการน้ำ การจัดการป่า การจัดการภัยพิบัติ  โดยเฉพาะภัยพิบัติในช่วงปี ๒๕๕๓-๒๕๕๔  ที่เกิดอุทกภัยในพื้นที่จ.นครราชสีมา น้ำท่วมภาคกลาง น้ำท่วมดินถล่มในพื้นที่ภาคใต้  กองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ได้ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพื่อการแก้ ปัญหาเฉพาะหน้า และร่วมวางแผนรับมือภัยพิบัติกับสภาองค์กรชุมชนในหลายพื้นที่  สามารถใช้เงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันที

ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากระบบสวัสดิการชุมชนดังกล่าว  จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมในประเทศไทย ให้ประชาชนกว่า ๒.๗  ล้านคนซึ่งเป็นแรงงานนอกระบบได้รับการดูแลและคุ้มครองจากสวัสดิการชุมชน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter