พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1108

วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นางสาวมาลินี  อินฉัตร) พบปะและรับฟังการรายงานภารกิจการปฏิบัติงานของหน่วยงานระดับภูมิภาค จำนวน ๑๑ หน่วยงาน และหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในจังหวัดเชียงใหม่ คือการเคหะแห่งชาติ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) ณ ศูนย์พัฒนาจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านธรรมปกรณ์(เชียงใหม่)

24-1-1 24-1-2 24-1-3

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  (นางสาวมาลินี  อินฉัตร)
รับฟังและให้นโยบายการทำงานแก่หน่วยงาน

ทุกหน่วยงานนำเสนอภารกิจสำคัญขององค์กรไม่ว่าจะป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติงานกับกลุ่มเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้ติดยาเสพติด ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนยันฮี (เขื่อนภูมิพล) การรับเรื่องราวร้องทุกข์ปัญหาด้านสังคมของศูนย์ประชาบดี ทั้งนี้ ได้ดำเนินการภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.การค้ามนุษย์ พ.ร.บ.การค้าประเวณี พ.ร.บ.สวัสดิการสังคม เป็นต้น

โดยมีหน่วยงานที่สนับสนุนและส่งเสริมวิชาการ ๑๐ ที่ได้มีการพัฒนาระบบและช่องทางการสื่อสาร เช่น การเปิด Fackbook, Website, VCD ด้วยเห็นว่าปัจจุบันมีผู้สนใจในการอ่านหนังสือน้อย จึงพัฒนารูปแบบการสื่อสารให้ทันสมัยขึ้น

 เขียนโดย วัชรา สงมา

ในส่วนของพอช. ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ ๕ ปี (พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๕๙) ที่ว่า “องค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก พื้นที่เป็นตัวตั้ง” โดยมีประเด็นยุทธศาสตร์ ๓ ด้าน ๙ กลยุทธ์ในการดำเนินงาน โดยในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ มีการปฏิรูปองค์กรและงานปฏิบัติพื้นที่ออกเป็น ๑๑ ภาค ในส่วนของภาคเหนือ แบ่งเป็น ๒ ภาค คือภาคเหนือตอนบน มีพื้นที่ดำเนินการ ๘ จังหวัด และภาคเหนือตอนล่าง มีพื้นที่ดำเนินการ ๗ จังหวัด

ซึ่งทิศทางการดำเนินการเน้นในเรื่องของ “ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง”  มีหน่วยงานปฏิบัติการที่ระดับตำบล สาระสำคัญของการพัฒนาขึ้นอยู่กับความต้องการพัฒนาและสภาพปัญหาสำคัญของชุมชนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับตำบลร่วมกันคิดและดำเนินการ ทั้งนี้ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับตำบลจัดการตนเอง จำนวน ๔๖ ตำบล มีสภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเครื่องมือหรือกลไกในการเชื่อมโยงองค์กร และหน่วยงานต่างๆ จำนวน ๖๔ สภา มีการแก้ปัญหาที่ดินทั้งระบบโดยใช้แผนผังชุมชนและแผนชุมชนเป็นเครื่องมือในการพัฒนา มีองค์กรการเงินและเศรษฐกิจชุมชน มีการการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยของคนจนในเขตเมือง สินเชื่อเพื่อการพัฒนา จำนวน ๒๑ โครงการ ที่มีการทำงานทั้งในพื้นที่เมืองและชนบท วงเงินกว่า ๘๓ ล้านบาท ที่องค์กรชุมชนเป็นผู้บริหารจัดการ

ส่วนเรื่องสวัสดิการชุมชนได้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนแล้ว จำนวน ๙๒ กองทุน ได้รับการสมทบแล้ว จำนวน ๖๕ กองทุน ซึ่งในปีนี้ได้มีการประชุมหารือองค์กรชุมชน และหน่วยงานภายใต้กระทรวงฯ ไม่ว่าจะเป็น พมจ. สสว.๑๐ และ ศพส.๑๓ ได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน โดยใช้พื้นที่ระดับอำเภอเป็นพื้นที่นำร่อง ประกอบด้วยอำเภอสันกำแพง อำเภอดอยสะเก็ด และอำเภอพร้าว ทั้งนี้ได้มีการแบ่งบทบาทการขับเคลื่อนและหน่วยงานหลักในการเป็นเจ้าภาพแต่ละอำเภอ โดยท้ายที่สุดจังหวัดเชียงใหม่จะมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการให้มากที่สุด     คุณวัชรา สงมา เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชนอาวุโส กล่าว

จากการรับฟังการรายงานภารกิจและแนวทางปฏิบัติของหน่วยงาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นางสาวมาลินี  อินฉัตร) ได้ให้ข้อคิดเห็นและแนวนโยบายว่า “หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในทางวิชาการควรออกแบบและพัฒนาระบบการหนุนเสริมด้านข้อมูล วิชาการ กับหน่วยงานของกระทรวงฯ อย่างเป็นระบบ ในส่วนของข้อติดขัด โดยเฉพาะเรื่องบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นนิติกร และพยาบาล ที่มีความจำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะทาง ในการมาสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ซึ่งบางหน่วยงานไม่มีกรอบอัตรากำลังก็จะไปดูช่องทางเพื่อให้การปฏิบัติงานขององค์กรมีประสิทธิภาพมากที่สุด

และในส่วนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หากการดำเนินการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนให้เต็มพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ก็จะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการที่จะทำให้ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และดูแลกันได้อย่างทั่วถึงโดยภาคประชาชนและท้องถิ่นมีการทำงานร่วมกัน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter