วันที่ 14 สิงหาคม 2555 คณะกรรมการสนับสนุนสวัสดิการชุมชน จ.สิงห์บุรี ร่วมกับคณะทำงานกองทุนสวัสดิการชุมชนจ.สิงห์บุรี สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จ.สิงห์บุรี ร่วมจัดงาน “สมัชชา 7 ปีรวมพลัง สร้างสวัสดิการคนเมืองสิงห์ รัฐช่วยจริงอย่างยั่งยืน” ที่หลังศาลากลางเก่าจังหวัดสิงห์บุรี โดยมีนายวิทยา บูรณะศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน และนายพิเซษ ไพบูลย์ศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ผู้นำชุมชนจากกองทุนสวัสดิการชุมชน พร้อมหน่วยงานและองค์กรภาคี ร่วมงานกว่า 1,000 คน
นายวิทยา บูรณะศิริ รัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวชื่นชมการทำงานของภาคประชาชน ที่ร่วมพัฒนาและสร้างกองทุนสวัสดิการชุมชนมาครบ 7 ปี ทำให้กองทุนมีความเติบโตชิงปริมาณและการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกในชุมชนได้อย่างกว้างขวาง หลากหลายรวมทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา
ด้านนายทรงวุฒิ นาคประสิทธิ์ ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชน จ.สิงห์บุรี ระบุวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่าต้องการประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานในรอบ 7 ปี ของกองทุมสวัสดิการชุมชน จ.สิงห์บุรี หวังบูรณาการการทำงานร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน การขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้นทั้งจังหวัดให้ครบ 100,000 คนภายในปี 2560 รวมทั้งการยกระดับคุณภาพกองทุนให้ได้รับการยอมรับจากสังคมและหน่วยงาน
นายวิทัศน์ เตชะบุญ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ มีความเห็นว่า สวัสดิการชุมชน เป็นสวัสดิการสังคมรูปแบบหนึ่ง ที่ดำเนินการโดยชุมชน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนเกิดให้สวัสดิการสังคมถ้วนหน้าและถ้าภาคประชาชนมีความเข้มแข็งก็ไม่ต้องกังวลว่ารัฐบาลจะไม่สมทบ ปัจจุบันเงินส่วนใหญ่ของกองทุนสวัสดิการชุมชนมาจากการสมทบของสามขา คือการออมของสมาชิก เงินสมทบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเงินสมทบจากรัฐบาล ถ้ามีการสมทบจากภาคเอกชนก็จะมีการสมทบเพิ่มเป็นสี่ขา ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนกองทุนสวัสดการชุมชนให้มีความเติบโต
ในขณะที่นายพลากร วงศ์กองแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการพอช.ระบุว่า การที่ภาคเอกชนร่วมสมทบเป็นเรื่องที่ดี เท่ากับมีผู้สนับสนุนการจัดการตนเองของชุมชนอีกทางหนึ่ง แต่ตนมีความเห็นว่าขาที่ยั่งยืนมั่นคงที่สุดคือขาของภาคประชาชน ตอนนี้สัดส่วนของเงินกองทุนสวัสดิการชุมชนทั้งในภาพรวมและเงินกองทุนแต่ละตำบล เกิน 50-60% เป็นเงินออมของสมาชิกหรือประชาชน จึงอยากให้ทุกกองทุนให้ความสำคัญกับการเพิ่มสมาชิกกองทุนของคนในชุมชน สร้างการมีส่วนของชุมชนและพัฒนาความเข้มแข็งของกองทุน สร้างการยอมรับด้วยการจัดสวัสดิการและทำประโยชน์สาธารณะของกองทุนฯ
ทั้งนี้ กองทุนสวัสดิการชุมชน จ.สิงห์บุรี ได้แนวคิดสมทบวันละบาทเพื่อสวัสดิการ และได้จัดตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบลครั้งแรกเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2548 มีกองทุนที่จัดตั้งในปีแรกจำนวน 6 กองทุน สมาชิกแรกเริ่มรวม 3,000 คน เงินกองทุนส่วนใหญ่มาจากการออมของสมาชิกปีละ 365 บาท หรือวันละบาท ปัจจุบันมีกองทุนฯที่จัดตั้งแล้วรวม 44 กองทุน ( 43 ตำบล 1 ตำบล 1 เทศบาล) มีสมาชิก 34,185 คน มีเงินกองทุนรวม 39,19 ล้านบาท โดยเงินกองทุนส่วนใหญ่มาจากการออมของสมาชิกคือจำนวน 22 ล้านบาท นอกนั้นเป็นการสมทบจากรัฐบาลผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนตั้งแต่ปี 2548 ถึงปัจจุบันรวม 15.35 ล้านบาท และได้รับการสมทบจากองค์ปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นๆรวมทั้งการรับบริจาคบริจาคเป็นต้น
กองทุนสวัสดิการชุมชนในจังหวัดสิงห์บุรีทั้ง 44 กองทุน มีการจัดการสวัสดิการให้กับสมาชิกที่ครอบคลุมเรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย จัดกองทุนการศึกษา ช่วยเหลือคนด้อยโอกาส ผู้ประสบภัย มีผู้ประโยชน์จากกองทุนแล้ว 10,492 คน และจ่ายเงินสวัสดิการชุมชนให้กับผู้รับประโยชน์แล้ว 14,570,321 บาท
ในด้านทิศทางของการพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี นายทรงวุฒิ นาคประสิทธิ์ ระบุว่า ในปี ๒๕๕๕ เป็นต้นไปจะรณรงค์ส่งเสริมการเพิ่มสมาชิกของกองทุนในแต่ละตำบล เพื่อสร้างความยั่งยืนของกองทุนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในตำบล ให้ตระหนักถึงการออม การพึ่งตนเอง และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคนในชุมชนเป็นสำคัญ
สำหรับความคืบหน้าของกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับประเทศ นายพลากร วงศ์กองแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือพอช. ระบุว่า ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล/เมืองไปแล้วกว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ ในจำนวนดังกล่าวมีกองทุนที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพ และได้รับอนุมัติงบประมาณสมทบกองทุนจากรัฐบาลในช่วงสองปีที่ผ่านมา ผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนจำนวน 3,446 กองทุน สมาชิกรวม 2,282,441 คน มีเงินกองทุนรวม 2,426.76 ล้านบาท โดยเป็นเงินสมทบจากรัฐบาลในปี 2553-2554 จำนวน 833.73 ล้านบาท นอกนั้นมีการสมทบกองทุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นๆ และการรับบริจาค ฯลฯ


