พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1338

14 12-55วันที่ 14 สิงหาคม 2555 คณะกรรมการสนับสนุนสวัสดิการชุมชน จ.สิงห์บุรี ร่วมกับคณะทำงานกองทุนสวัสดิการชุมชนจ.สิงห์บุรี สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จ.สิงห์บุรี ร่วมจัดงาน “สมัชชา 7 ปีรวมพลัง สร้างสวัสดิการคนเมืองสิงห์ รัฐช่วยจริงอย่างยั่งยืน” ที่หลังศาลากลางเก่าจังหวัดสิงห์บุรี โดยมีนายวิทยา บูรณะศิริ   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน และนายพิเซษ ไพบูลย์ศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ผู้นำชุมชนจากกองทุนสวัสดิการชุมชน พร้อมหน่วยงานและองค์กรภาคี ร่วมงานกว่า 1,000 คน

witthaya resizeนายวิทยา บูรณะศิริ รัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวชื่นชมการทำงานของภาคประชาชน ที่ร่วมพัฒนาและสร้างกองทุนสวัสดิการชุมชนมาครบ 7 ปี ทำให้กองทุนมีความเติบโตชิงปริมาณและการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกในชุมชนได้อย่างกว้างขวาง หลากหลายรวมทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา

songwut resizeด้านนายทรงวุฒิ นาคประสิทธิ์ ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชน จ.สิงห์บุรี ระบุวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่าต้องการประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานในรอบ 7 ปี ของกองทุมสวัสดิการชุมชน จ.สิงห์บุรี หวังบูรณาการการทำงานร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน  การขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้นทั้งจังหวัดให้ครบ 100,000 คนภายในปี 2560 รวมทั้งการยกระดับคุณภาพกองทุนให้ได้รับการยอมรับจากสังคมและหน่วยงาน

witad resizeนายวิทัศน์ เตชะบุญ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ มีความเห็นว่า สวัสดิการชุมชน เป็นสวัสดิการสังคมรูปแบบหนึ่ง ที่ดำเนินการโดยชุมชน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนเกิดให้สวัสดิการสังคมถ้วนหน้าและถ้าภาคประชาชนมีความเข้มแข็งก็ไม่ต้องกังวลว่ารัฐบาลจะไม่สมทบ ปัจจุบันเงินส่วนใหญ่ของกองทุนสวัสดิการชุมชนมาจากการสมทบของสามขา คือการออมของสมาชิก เงินสมทบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเงินสมทบจากรัฐบาล   ถ้ามีการสมทบจากภาคเอกชนก็จะมีการสมทบเพิ่มเป็นสี่ขา ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนกองทุนสวัสดการชุมชนให้มีความเติบโต

phalakorn resizeในขณะที่นายพลากร วงศ์กองแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการพอช.ระบุว่า การที่ภาคเอกชนร่วมสมทบเป็นเรื่องที่ดี เท่ากับมีผู้สนับสนุนการจัดการตนเองของชุมชนอีกทางหนึ่ง แต่ตนมีความเห็นว่าขาที่ยั่งยืนมั่นคงที่สุดคือขาของภาคประชาชน ตอนนี้สัดส่วนของเงินกองทุนสวัสดิการชุมชนทั้งในภาพรวมและเงินกองทุนแต่ละตำบล เกิน 50-60% เป็นเงินออมของสมาชิกหรือประชาชน จึงอยากให้ทุกกองทุนให้ความสำคัญกับการเพิ่มสมาชิกกองทุนของคนในชุมชน สร้างการมีส่วนของชุมชนและพัฒนาความเข้มแข็งของกองทุน สร้างการยอมรับด้วยการจัดสวัสดิการและทำประโยชน์สาธารณะของกองทุนฯ         

ทั้งนี้ กองทุนสวัสดิการชุมชน จ.สิงห์บุรี ได้แนวคิดสมทบวันละบาทเพื่อสวัสดิการ และได้จัดตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบลครั้งแรกเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2548 มีกองทุนที่จัดตั้งในปีแรกจำนวน 6 กองทุน สมาชิกแรกเริ่มรวม 3,000 คน เงินกองทุนส่วนใหญ่มาจากการออมของสมาชิกปีละ 365 บาท หรือวันละบาท ปัจจุบันมีกองทุนฯที่จัดตั้งแล้วรวม 44 กองทุน ( 43 ตำบล 1 ตำบล 1 เทศบาล)   มีสมาชิก 34,185 คน มีเงินกองทุนรวม 39,19 ล้านบาท โดยเงินกองทุนส่วนใหญ่มาจากการออมของสมาชิกคือจำนวน 22 ล้านบาท นอกนั้นเป็นการสมทบจากรัฐบาลผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนตั้งแต่ปี  2548 ถึงปัจจุบันรวม 15.35 ล้านบาท และได้รับการสมทบจากองค์ปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นๆรวมทั้งการรับบริจาคบริจาคเป็นต้น

DSC 0190 resize DSC 0177 resize

กองทุนสวัสดิการชุมชนในจังหวัดสิงห์บุรีทั้ง 44 กองทุน มีการจัดการสวัสดิการให้กับสมาชิกที่ครอบคลุมเรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย จัดกองทุนการศึกษา ช่วยเหลือคนด้อยโอกาส ผู้ประสบภัย มีผู้ประโยชน์จากกองทุนแล้ว 10,492 คน และจ่ายเงินสวัสดิการชุมชนให้กับผู้รับประโยชน์แล้ว   14,570,321 บาท

ในด้านทิศทางของการพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี นายทรงวุฒิ นาคประสิทธิ์ ระบุว่า ในปี ๒๕๕๕ เป็นต้นไปจะรณรงค์ส่งเสริมการเพิ่มสมาชิกของกองทุนในแต่ละตำบล เพื่อสร้างความยั่งยืนของกองทุนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในตำบล ให้ตระหนักถึงการออม การพึ่งตนเอง และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคนในชุมชนเป็นสำคัญ

สำหรับความคืบหน้าของกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับประเทศ นายพลากร วงศ์กองแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือพอช. ระบุว่า ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล/เมืองไปแล้วกว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ ในจำนวนดังกล่าวมีกองทุนที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพ และได้รับอนุมัติงบประมาณสมทบกองทุนจากรัฐบาลในช่วงสองปีที่ผ่านมา ผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนจำนวน  3,446  กองทุน สมาชิกรวม 2,282,441 คน มีเงินกองทุนรวม 2,426.76 ล้านบาท  โดยเป็นเงินสมทบจากรัฐบาลในปี 2553-2554 จำนวน 833.73 ล้านบาท  นอกนั้นมีการสมทบกองทุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นๆ และการรับบริจาค ฯลฯ

22 11

44 66

77 88

DSC 0181 resize

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter