กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลหนองพ้อ อ.ควนขนุน จังหวัดพัทลุง เป็นกองทุนที่มีสมาชิกกองมากที่สุดในจังหวัดพัทลุง คือ มีสมาชิกจำนวน ๓,๗๒๒ คน จากประชากรทั้งหมด ๕,๘๑๗ คน มีเงินหมุนเวียนกว่า ๖.๔ ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินของสมาชิกคือ ๓.๙ ล้านบาท นอกนั้นเป็นเงินสมทบจากรัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดสวัสดิการชุมชนจำนวน ๙ ประเภท ที่โดดเด่นได้แก่การมีที่ดินเป็นของตนเองเพื่อสร้างบ้านให้คนยากจนในตำบล และส่งเสริมจัดตั้งธนาคารขยะเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและขยะล้นตำบล
นายวิรุณ สุขนวล อดีตผู้ใหญ่บ้าน ประธานกองทุน เปิดเผยว่า ได้สนับสนุนสวัสดิการชุมชนมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ จากแนวคิดการสงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้านและพัฒนามาเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนก่อนที่หน่วยงานภาครัฐสนับสนุนและมีนโยบาย ปัจจุบันมีการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกและชุมชน ๙ ประเภทได้แก่
- เด็กเกิดใหม่จ่ายครั้งละ ๕๐๐ บาทและจ่ายให้แม่ ๑,๐๐๐ บาท
- ค่าเฝ้าไข้ครั้งละ ๑๐๐ บาท และไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท/ปี
- ค่าปลงศพ ๓,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ในปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิต ๓๐ ราย
- ทุนการศึกษาเด็ก รายละ ๕๐๐บาท/ปี แต่ละปีจะจัดให้เด็ก ๖๐ คน
- สนับสนุนเรื่องการกพัฒนาอาชีพไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท/ราย
- บวชสามเณรเข้าพรรษาจ่ายสวัสดิการ ๒๐๐ บาทและไม่เกิน ๑,๐๐๐บาท
- บวชพระ/เข้าพรรษา จ่ายสวัสดิการ ๓๐๐ บาทและไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท
- ค่าปลงศพผู้ยากไร้/ผู้ด้อยโอกาสรายละ ๑,๐๐๐ บาท (ไม่ต้องเป็นสมาชิกกองทุน)
- ทุนภัยพิบัติเร่งด่วนไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท/ราย
ผลของการจัดสวัสดิการชุมชน
- ทำให้สมาชิกกองทุนได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากสวัสดิการชุมชนทั้ง ๙ ประเภท
- ช่วยส่งเสริมจัดตั้งและพัฒนาแผนงานสำคัญของสภาองค์กรชุมชน ได้แก่ แผนการพัฒนาขีดความสามารถของคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชน แผนการจัดการสิ่งล้อม การจัดทำธนาคารขยะ โดยมีสมาชิกสภาองค์กรชุมชน ๕๕ องค์กร
ร่วมกับเทศบาลตำบลหนองพ้อและสภาองค์กรชุมชน จัดตั้งธนาคารขยะด้วยเงินจากกองทุน alt๑๑๕,๐๐๐ บาท จากเดิมมีถังขยะที่เทศบาลจัดให้ ๒๐ ถัง แต่ไม่สามารถรองรับขยะที่มีเป็นจำนวนมากได้ไม่สามารถจัดรถมาเก็บได้บ่อย ส่งผลให้เกิดภาวะขยะเน่าเหม็น เมื่อมีการจัดตั้งธนาคารขยะ มีการรับซื้อขยะในทุกวันเสาร์ โดยขยะทุกประภทมีราคาที่เป็นมาตรฐาน ทุกครอบครัวนำมาขายได้ รวมทั้งมีการรณรงค์ให้มีการคัดแยก มีผู้ซื้อมารับซื้อถึงที่ก่อให้เกิดรายได้เข้าธนาคารเดือนละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท และแก้ปัญหาขยะสิ่งแวดล้อมเน่าเหม็นในตำบลได้ โดยได้จัดให้มีรถซาเล้งให้เด็กๆ ใจอาสาออกไปรับขนขยะมาขายที่ธนาคารขยะของชุมชน สำหรับบ้านที่ไม่พร้อมจะนำขยะมาด้วยตนเองสร้างความพอใจให้กับผู้ใหญ่และเด็กที่ช่วยทำงาน นอกจากนี้ธนาคารขยะได้ให้สมายืมเงินได้ไม่เกิน ๑,๐๐๐ /ราย ชำระคืนเป็นขยะจนครบจำนวนเงินที่ยืม
- แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยให้คนยากจนในตำบล ภายใต้โครงการบ้านพักผู้ยากไร้เอื้ออาทร โดยใช้เงินกองทุนสวัสดิการชุมชน ซื้อที่ดินจำนวน ๑ ไร่ เพื่อเป็นที่สร้างบ้านให้กับคนที่ยากลำบากและนิสัยดีในตำบล ซึ่งได้สร้างไปแล้ว ๔ หลัง กำลังดำเนินการอีก ๑ หลัง โดยเลือกจากคนที่มีคุณธรรม ไม่สร้างความเดิอดร้อนให้กับสังคม ชอบช่วยเหลืองานส่วนรวมและเป็นผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน
- โครงการป้องกันครอบครัวที่มีความเสี่ยงหรือครอบครัวที่มีความเปราะบาง ร่วมกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด จำนวน ๙ ครอบครัว (หมู่บ้านละ ๑ ครอบครัว)
- การรักษาลำคลองและเลี้ยงปลาในวังปลาด้วยกองทุนสวัสดิการชุมชน ในปีนี้มีการปล่อยปลาในวังปลาแล้ว ๑๐๐,๐๐๐ ตัว
- การจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติของชุมชน
- การส่งเสริมคนดียกย่องคนดี ภายใต้โครงการคนดีศรีดอนนูด เมื่อวันพ่อที่ผ่านมาได้จัดมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่คนดีที่ทำประโยชน์ต่อชุมชนจำนวน ๓๖ คน
กองทุนของการมีส่วนร่วมและเป็นของทุกคน ในด้านการสร้างการสร้างการมีส่วนร่วมของกลุ่มคนในตำบล เพื่อการพัฒนาชุมชนและสวัสดิการชุมชนไปพร้อมๆ กันคณะทำงานกองทุนได้ใช้กิจกรรมต่างๆ อย่างน่าสนใจดังนี้
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน ในทุกวันเสาร์ที่สองของเดือน ได้ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้ฝึกพูด กล้าออกในที่สาธารณะโดยที่คณะทำงานได้จัดเครื่องเสียงให้ เด็กได้ฝึกการเป็นวิทยากร และฝึกเขียนด้วยการประกวดเรียงความในเรื่องที่ดีงามของชุมชน
- ศิลปินพื้นบ้านช่วยงานสวัสดิการชุมชน ประธานกองทุนเล่าว่า การบรรยายให้ชาวบ้านฟังถึงประโยชน์และการจัดตั้งบางครั้งเป็นเรื่องที่เข้าใจยากและน่าเบื่อ จึงใช้คณะลิเกป่าที่มีอยู่แล้วในตำบล เป็นคนพูด เป็นคนแสดงในเทศกาลหรืองานต่างๆ ของชุมชน รวมทั้งการส่งเสริมการเล่นกีฬาพื้นบ้าน เช่นหมากเก็บ ชักกะเย่อ การเล่นขี่ม้าหางแดงของเด็กๆ กิจกรรมเหล่านี้สร้างความสนุกสนานและทำให้เด็กได้มารวมกลุ่มกัน
- จัดสวัสดิการและให้กำลังใจผู้สูงอายุ ในตำบลมีผู้สูงอายุ ๗๐ ปีขึ้นจำนวน ๔๓ คน กองทุนได้จัดของขวัญและดูแลให้กำลังใจในช่วงวันปีใหม่ วันสงกรานต์ และวันพ่อ เพราะต้องการให้เด็กและผู้สูงอายุมีความผูกพันธ์ ผู้น้อยมีความกตัญญูต่อผู้ใหญ่
การบริหารจัดการกองทุน มีการบริหารกองทุนในรูปแบบของเครือข่าย โดยคณะทำงานทั้งหมดรวมประธาน ๑๙ คนจากตัวแทน ๙ หมู่บ้านๆละ ๒ คน และประธานที่มีการคัดเลือกอีก ๑ คน ซึ่งคณะกรรมการมีการประชุมทุกเดือน มีการทำรายงานเรื่องรายรับ-รายงาน การสรุปบทเรียนผลการจัดสวัสดิการที่มากกว่าการออมเงิน การพัฒนาสวัสดิการชุมชนในรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นภูมิปัญญของท้องถิ่น เพื่อการดูแลรักษาทรัพยากร ทั้งดิน น้ำ ป่า การรักษาสิ่งแวดล้อม และมีการประชุมใหญ่สมาชิกปีละ ๒ ครั้ง สำหรับเป้าหมายของการพัฒนากองทุนให้ยั่งยืนนอกหนือจาการร่วมพัฒนาชุมชนในมิติอื่นๆ แล้วภายในปี ๒๕๖๐ มีเป้าหมายในการเพิ่มสมาชิกให้ได้ ๘๐-๑๐๐% ของประชากรในเทศบาลตำบลหนองพ้อ


