เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ที่ผ่านมา เครือข่ายสวัสดิการชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช องค์การบริหารส่วนจังหวัดและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และหน่วยงานสนับสนุนอื่นๆ จัดงานสมัชชาสวัสดิการชุมชน ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช มีสมาชิกสวัสดิการชุมชนเข้าร่วมกว่า ๑,๐๐๐ คน โดยมีนายเดชา กังสะนันท์ ปลัดจังหวัดเป็นประธานในพิธีเปิด มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายพิชัย บุณยเกียรติ อนุกรรมการสวัสดิเการชุมชนระดับชาติ นายแก้ว สังข์ชู ร่วมบรรยายให้ความคิดแก่ผู้เข้าร่วมประชุมและมีการอภิปรายจากผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆในช่วงบ่าย และมีนายหนังบุญธรรม เทอดเกียรติชาติ มากล่าวต้อนรับด้วยกลอนหนังตะลุงในช่วงเปิดงาน
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยืนยันกับผู้เข้าร่วมประชุมว่าอบจ.พร้อมที่จะให้การสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนในทุกด้านอย่างเต็มกำลัง ขอให้ผู้แทนสวัสดิการชุมชนมาพูดคุยในรายละเอียดกับตนเพื่อทำงานร่วมกันต่อไป
นายแก้ว สังข์ชู ระบุว่าแนวทางการสนับสนุนของรัฐในช่วงต่อไปจะเพิ่มภาคีที่จะสนับสนุนเป็นสี่ฝ่ายคือเพิ่มภาคธุรกิจที่จะทำงานด้านสังคม (CSR) เข้ามาด้วย โดยให้คณะกรรมการระดับจังหวัดเป็นคนพิจารณาว่าจะลงสนับสนุนที่พื้นที่ไหน อย่างไร และกระตุ้นว่าคนเมืองคอนต้องช่วยกันรักษาและพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนให้เป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลานเหมือนเช่นความยั่งยืนของพระธาตุเมืองนครซึ่งมีอายุหลายร้อยปีและกำลังมีการเสนอให้เป็นมรดกโลก
วิธีการสำคัญในการพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนคือการบริหารงานให้เกิดความโปร่งใส สร้างธรรมาภิบาลในชุมชน ให้ทุกคนรับรู้เรื่องการบริหารจัดการการเงิน แล้วทุกคนจะช่วยกันรักษาเอง กองทุนแต่ละกองทุนจะมีลักษณะเฉพาะของตนเอง สามารถ “เรียนแบบ”จากที่อื่นได้ แต่ไม่ใช่การ”เลียนแบบ” เพราะสภาพพื้นที่ไม่เหมือนกัน
นายวิชม ทองสง ที่ปรึกษาเครือข่ายสวัสดิการและอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ข้อคิดว่าจะต้องเน้นเรื่องการพัฒนาคุณภาพกองทุนเป็นสำคัญ การสร้างความยั่งยืนของกองทุนต้องทำตามปริบทของตนเอง ไม่ลอกเลียนแบบ ทำตามความพร้อม ค่อยเป็นค่อยไป ใช้เงินเป็นเครื่องมือสร้างความปรองดอง อย่าให้เงินมาสร้างความแตกแยกภายในชุมชนและต้องเชื่อมโยง ขยายผลองค์กรสวัสดิการชุมชนไปสู่เรื่องอื่นๆ เช่น องค์กรการเงิน กองทุนภัยพิบัติ เป็นต้น ต้องทำงานด้วยจิตอาสา สวัสดิการมีทั้งให้และรับ ต้องมีสัจจะ เครือข่ายสวัสดิการต้องสร้างความเข้มแข็งของคณะผู้นำอย่างต่อเนื่อง
นายพงษ์ศักดิ์ ชนะสิทธิ์ ท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่าสวัสดิการชุมชนเป็นประเด็นที่ท้องถิ่นให้ความสำคัญและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
นายอภินันท์ ชนะภัย นายกสมาคมอบต.นครศรีธรรมราช กล่าวว่าท้องถิ่นอีก ๖๓ แห่งที่ยังไม่มีกองทุนสงวัสดิการชุมชนถือว่าประชาชนเสียโอกาส เราต้องช่วยกันจัดตั้งให้เต็มจังหวัด
นายบุญโชค สุขบำเพ็ญ รองประธานคณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าวย้ำว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนต้องทำงานอย่างโปร่งใส ต้องพิสูจน์ให้รัฐและสาธารณะชนเห็นว่าเราภาคประชาชนสามารถบริหารจัดการสวัสดิการได้ชัดเจนและมีความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆอย่างกว้างขวาง
นายวรเสฎฐ์ ชูแก้ว ผู้จัดการสำนักงานปฏิบัติการภาคใต้ ตอนบน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) เสนอว่านอกจากจะช่วยจัดตั้งกองทุนให้ครบทุกตำบลแล้ว จะต้องขยายจำนวนสมาชิกให้เต็มพื้นที่โดยเร็ว จัดฐานข้อมูลให้ชัดเจน เป็นปัจจุบัน สร้างชุดความรู้ในการจัดสวัสดิการของประชาชน
จังหวัดนครศรีธรรมราชมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการุชมชนแล้ว ๑๒๑ กองทุนจากจำนวน อปท.ทั้งหมด ๑๘๓ แห่ง มีสมาชิกชิกทั้งหมด ๑๐๑,๐๖๘ คน เป็นที่น่าสังเกตุว่าสมาชิกร้อยละ ๙๑ (๙๒,๖๔๗คน) เป็นผู้หญิง ประชากรของนครศรีธรรมราชมีมากกว่า ๑.๕ ล้านคน กองทุนมีเงินกองทุนรวมประมาณ ๖๐.๒ ล้านบาท เป็นเงินสมทบจากสมาชิก ๒๓% (๑๔.๒ ล้านบาท) สมทบจากองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ๕๔%(๓๒.๕ ล้านบาท) สมทบจากรัฐบาล ๒๐%(๑๒.๕ ล้านบาท)




