ชาวบ้าน จ.สมุทรปราการ กว่า 500 คน เข้าร่วมงาน “8 ปีที่ผ่านมากับสวัสดิการชุมชน จ.สมุทรปราการ” ณ ห้องประชุมค่ายริมขอบฟ้า อ.เมือง จ.สมุทปราการ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2555 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานสวัสดิการชุมชนของแต่ละตำบล และร่วมวางแผนพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนของจังหวัด โดยตั้งเป้าพัฒนากองทุนให้ครอบคลุมสมาชิกทุกคนใน จ.สมุทรปราการในปี 2560
นายประวิณ ชำนิประศาสน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ประธานในพิธีเปิด ได้มอบเกียรติบัตรแก่กองทุนสวัสดิการชุมชน จ.สมุทรปราการ ทั้ง 61 กองทุน พร้อมกล่าวถึงการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนของ จ.สมุทรปราการว่า การจัดสวัสดิการชุมชนเป็นการสร้างความมั่นคงในชีวิตของคนในชุมชน เพื่อให้คนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ต่างจากการช่วยเหลือโดยทั่วไปที่มีลักษณะเป็นครั้งคราว ไม่ต่อเนื่อง ซึ่งสวัสดิการชุมชนจะช่วยแก้ปัญหาของชุมชนได้ยั่งยืนกว่า ขอให้สมาชิกกองทุนทุกคนคิดว่าการจัดสวัสดิการชุมชนเป็นการทำเพื่อส่วนรวม และแต่ละกองทุนควรจัดสวัสดิการพื้นฐานเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย ให้เข้มแข็งก่อนแล้วจึงขยายไปจัดสวัสดิการประเภทอื่น นอกจากนี้ควรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกองทุน เนื่องจากกองทุนสวัสดิการชุมชนแต่ละแห่งจะมีความเข้มแข็งแตกต่างกัน
หลังการมอบเกียรติบัตรแก่กองทุนสวัสดิการชุมชนทั้งหมดของจังหวัดแล้ว ยังมีการมอบโล่แก่ อปท.ที่ให้การสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน 16 พื้นที่ และมอบโล่เกียรติคุณแก่กองทุนสวัสดิการชุมชนที่มีสวัสดิการเต็มพื้นที่และมีการบริหารจัดการที่ดี 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบางบ่อ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองปรือ และกองทุนสวัสดิการภาคประชาชนตำบลแพรกษาใหม่ จากนั้นจึงเป็นเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้สวัสดิการชุมชนจากพื้นที่รูปธรรม
นายภูหะพัฒน์ มั่งมี รองประธานกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน จ.สมุทรปราการ กล่าวในเวทีเสวนาว่า วันนี้ จ.สมุทรปราการ มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนเต็มพื้นที่แล้ว 48 อปท. และพื้นที่ขยายในเทศบาลอีก 13 กองทุน รวมเป็น 61 กองทุน จากนี้ไปจะเป็นการพัฒนาให้แต่ละกองทุนมีความเข้มแข็ง โดยทิศทางที่จะขับเคลื่อนต่อคือดำเนินการจดแจ้งองค์กรสวัสดิการชุมชนที่ยังไม่ได้จดแจ้ง เพื่อให้เชื่อมโยงกับ อปท. ในการขอรับงบประมาณสมทบได้สะดวกขึ้น
ทั้งนี้ คณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัด ได้วางแผนขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนตั้งแต่ปี 2555 – 2560 เริ่มจากปี 2555 จะเชื่อมโยงกลุ่มองค์กรต่างๆ ในตำบล ให้เข้ามาร่วมเป็นสมาชิกกองทุน ปี 2556 จะเชื่อมโยงกลุ่มองค์กรทั้งหมด และขยายฐานสมาชิกเพิ่มขึ้น 30 % ของพื้นที่นั้นๆ ปี 2557 ขยายฐานสมาชิกเพิ่มเป็น 50 % ของทุกพื้นที่ ปี 2558 ขยายฐานสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 70 % ปี 2559 - 2560 ขยายฐานสมาชิกเพิ่มเป็น 100 % โดยจะขยายฐานสมาชิกในระดับอำเภอ และให้แต่ละอำเภอทำแผนพัฒนาขึ้นมาสู่ระดับจังหวัด
นายสุชาติ นกอยู่ นายกอบต.หนองปรือ กล่าวว่า ขอบคุณกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน และพัฒนาสังคมจังหวัดที่ให้โอกาส ต.หนองปรือมีสวัสดิการชุมชนได้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เคยล้มมาแล้ว เมื่อ พมจ.ได้ลงพื้นที่ไปให้ความรู้ แนะนำหลักการทำงานเพิ่มเติม จึงได้รู้สาเหตุของปัญหา เมื่อคณะกรรมการได้พูดคุยกัน และได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากตำบลอื่นที่มีจัดตั้งสวัสดิการชุมชนมาก่อน ก็มาวิเคราะห์จุดอ่อน-แข็ง และตั้งกองทุนขึ้นมาใหม่โดยยึดหลักประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับจากกองบุญเป็นที่ตั้ง บวกกับ อบต.ให้การสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนอย่างเต็มที่ การจัดตั้งครั้งใหม่จึงประสบความสำเร็จ
ข้อแนะนำในการเชื่อมโยงกองทุนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือ คณะกรรมการต้องเข้าไปขอความร่วมมือ หรือเข้าไปคุยกับนายกของแต่ละท้องถิ่นให้เขายอมรับในหลักการจัดสวัสดิการชุมชน ว่าเป็นเรื่องของการช่วยเหลือคนในชุมชน โดยนำข้อมูลและแผนการจัดสวัสดิการชุมชนไปเสนอด้วย โดยทั่วไปนายกของแต่ละท้องถิ่นต้องทำงานโดยนึกถึงประโยชน์ของชุมชนเป็นหลักอยู่แล้ว ดังนั้นการเสนอเรื่องขอสนับสนุนจัดสวัสดิการชุมชนจึงไม่น่าใช่เรื่องยาก ในขั้นแรกอาจเป็นการสนับสนุนเรื่องบุคลากร อุปกรณ์ก่อน แล้วจึงค่อยผลักดันเรื่องการสนับสนุนงบประมาณ หากท้องถิ่นใดไม่กล้าสมทบเงิน เพราะกลัว สตง.มาตรวจ ให้คณะกรรมการจัดประชุมประชาคมแล้วทำแผนเสนอเข้าที่ประชุมของท้องถิ่น สตง.จะไม่สามารถดำเนินการเอาผิดได้ เพราะเงินนี้ชุมชนได้ประโยชน์ เงินของอปท.ต้องนำมาช่วยเหลือชุมชนอยู่แล้ว และเมื่อกองทุนเติบโตยืนอยู่ด้วยตัวเองได้แล้ว ฝากให้กรรมการลงลึกถึงความต้องการของสมาชิกว่าต้องการสวัสดิการชุมชนรูปแบบใดเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะเงินนี้เป็นเงินของสมาชิกทุกคน ควรจัดสวัสดิการชุมชนเข้าถึงคนในชุมชนมากที่สุด
นายณัฐพงษ์ พรชัย หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคม จ.สุมทรปราการ กล่าวว่า พมจ.พยายามที่จะพัฒนาความยั่งยืนของกองทุนสวัสดิการชุมชนให้กองทุนอยู่ได้หากไม่มีการสมทบจากรัฐบาล ซึ่งขณะนี้มีกองทุนในพื้นที่มาก และกองทุนต่างๆ ที่มีอยู่จะดูแลกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เกิดจนตายคล้ายๆ กัน กรรมการกองทุนส่วนใหญ่ก็เป็นกรรมการชุดเดียวกัน อยากให้กองทุนที่มีอยู่เชื่อมโยงเป็นกองทุนเดียว แต่ต้องจัดระดับความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชนแต่ละพื้นที่ก่อนว่ากลุ่มใดอยู่ในระดับที่พอจะพึ่งตนเองได้ กลุ่มใดอยู่ในระดับกลาง และกลุ่มใดอยู่ในระดับที่ต้องพัฒนาแล้วค่อยๆ พัฒนากันไป จึงน่าจะบูรณาการกองทุนได้สำเร็จ
นางสุภานิตร จุมผา ผู้จัดการสำนักงานภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑล พอช. กล่าวว่า เงินกองทุนนี้เป็นเงินของชุมชน จัดการเองโดยชุมชน และก็เพื่อชุมชนเอง กองทุนจะอยู่ได้และยั่งยืน ต้องเริ่มจากเงินของประชาชนที่จะช่วยเหลือดูแลกันก่อน ถ้าประชาชนทำได้เข้มแข็งหน่วยงานต่างๆ ก็จะสนับสนุนง่ายขึ้น ทั้งนี้จำนวนสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน จ.สมุทรปราการ เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดของจังหวัดยังถือว่าไม่มาก ต้องขยายฐานสมาชิกให้มากขึ้น เปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้าถึงกองทุนสวัสดิการมากขึ้น สร้างอุดมการณ์เรื่องการทำบุญมากกว่าการได้รับจากกองทุน และพัฒนาคณะกรรมการกองทุนให้มีศักยภาพในการทำงาน ซึ่ง พอช. ยินดีให้การสนับสนุนเรื่องการพัฒนาคณะทำงานของกองทุนด้วย
ภาพรวม จ.สมุทรปราการมีสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนทั้งสิ้น 16,299 คน มีเงินในกองทุนรวม 16,848,039 บาท มีการจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิก 9 ประเภท ได้แก่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย การศึกษา การประกอบอาชีพ ผู้พิการหรือผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัยพิบัติ และการแสดงความไว้อาลัยในงานศพ รวมมีผู้รับผลประโยชน์แล้ว 2,160 ราย
แผนการพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชน จ.สมุทรปราการ ปี 2556
แผนการพัฒนากองทุนโดยชุมชน
เสริมสร้างความเข้าใจหลักการจัดสวัสดิการชุมชนแก่สมาชิกว่าเป็นกองบุญ เป็นการช่วยเหลือกันของชุมชน โดยชุมชน สร้างจิตสำนึกในการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
- ประชาสัมพันธ์กองทุนสวัสดิการชุมชนให้คนรู้จักมากขึ้น
- ขยายฐานสมาชิกกองทุนให้ครอบคลุมคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกหมู่ในตำบลมากขึ้น
- สร้างความเชื่อมั่น และความเข้มแข็งของกองทุนโดยการบริหารจัดการอย่างเปิดเผย โปร่งใส แสดงข้อมูลผลการดำเนินงานของกองทุนอย่างต่อเนื่อง
- เสวนาแลกเปลี่ยนความรู้การจัดสวัสดิการชุมชนภายในจังหวัด โดยอาจจัดประชุม 3 เดือนครั้ง
- เชื่อมโยงแผนพัฒนากองทุนระดับตำบลสู่แผนพัฒนาระดับจังหวัด
แผนพัฒนากองทุนร่วมกับภาคี
- พัฒนาศักยภาพแกนนำคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการ ร่วมกับพัฒนาสังคมจังหวัด และพอช.
- นัดประชุมร่วมกับพัฒนาสังคมจังหวัด เพื่อทำความเข้าใจเรื่องกองทุน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คณะกรรมการ และสมาชิกกองทุน
- พอช.ควรร่วมสร้างความเข้าใจกับท้องถิ่นในการสนับสนุนงบประมาณกองทุนสวัสดิการชุมชน
ข้อเสนอต่อนโยบายภาครัฐ
- รัฐควรสนับสนุนการดำเนินงานกองทุนสวัสดิการชุมชน โดยอนุมัติงบประมาณสมทบต่อเนื่องหรืออย่างน้อยที่สุดให้อนุมัติสมทบต่อไปอีก 5 ปี หลังจากปี 2555
- ควรแก้ไขกฎหมายเรื่องการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น


