เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ นางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในการสรุปกิจกรรมหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม.จังหวัดขอนแก่น ตามโครงการ “จังหวัดขอนแก่น ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด” และ “มอบกองทุนสวัสดิการชุมชน”โดยมอบนโยบายการดำเนินงานด้านยาเสพติด และการสนับสนุนสวัสดิการชุมชนมอบเกียรติบัตรให้แก่หอพักที่ผ่านการประเมินคุณภาพหอพักตามมาตรฐานหอพักสีขาวจำนวน ๙๗ หอพักมอบเงินกองทุนสวัสดิการ จำนวน ๒๗๔ กองทุน เป็นเงิน ๑๐๕,๓๗๔,๑๙๕ บาท ณ อาคารหอประชุมวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่นอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น รวมถึงเปิดศูนย์ช่วยเหลือสังคมจังหวัดขอนแก่น ๑๓๐๐ (One Stop Crisis Center: OSCC) ณ ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น
นางปวีณา หงสกุล กล่าวว่าปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดเป็นปัญหาที่สำคัญของจังหวัดและประเทศชาติ พร้อมที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ด้วยพื้นฐานอันเป็นลักษณะเฉพาะตัวของ ชาวขอนแก่น ที่รักใคร่สมัครสมานสามัคคีกลมเกลียว มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ถือเป็นศักยภาพ และโอกาสที่ดีในการที่จะร่วมมือกันเอาชนะยาเสพติด ตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดขอนแก่น ที่มีความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามโครงการ “จังหวัดขอนแก่น ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด” โดยเน้นการปฏิบัติด้านการป้องกัน โดยเฉพาะหอพักเอกชนที่ได้จดทะเบียนเป็นหอพัก ตาม พ.ร.บ.หอพัก พ.ศ.๒๕๐๗ ซึ่งจังหวัดขอนแก่นได้มีการดำเนินงานตามกระบวนการประเมินคุณภาพหอพักสีขาว ขอแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการหอพักที่ได้รับเกียรติบัตรในครั้งนี้ และขอขอบคุณทุกท่าน ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ หรือสนับสนุนการดำเนินงานโดยใช้เครือข่ายสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
สำหรับการดำเนินงานในเรื่องสวัสดิการชุมชนนั้น แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของการดำเนินงาน ที่ได้ยกระดับจากการจัดสวัสดิการพื้นฐานสู่งานพัฒนาด้านต่างๆ ที่ครอบคลุม มิติการพัฒนาสังคม และคุณภาพชีวิตของชุมชนในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวัสดิการชุมชนให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูทุนทางสังคมที่มีอยู่ในชุมชน การกลับมาเป็นสังคมที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นสังคมสวัสดิการโดยชุมชุนเพื่อชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เห็นถึงน้ำใจไมตรีและคุณค่าของคนที่อยู่ร่วมกัน มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์มากกว่าเรื่องการเงิน
นางปวีณา กล่าวต่อว่า ทุกคนเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับสวัสดิการ ซึ่งถือเป็นรากฐานที่สำคัญของระบบสังคมสวัสดิการที่สอดคล้องกับบริบทสังคมไทย เช่น การใช้กองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยเหลือกันเพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การสร้างหลักประกันความมั่นคงของชุมชนฐานรากความมั่นคงในการดำรงชีวิต อันเป็นปัจจัยพื้นฐานความต้องการและนำสู่ความมั่นคงของมนุษย์
การจัดให้มีระบบการดูแลด้านสุขภาวะชุมชน เกิด แก่ เจ็บ ตาย การดูแลช่วยเหลือผู้คนที่อยู่ในชุมชนทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็น เด็ก เยาวชน สตรี ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาสในชุมชน โดยไม่แยกสัญชาติ ศาสนาหรือการมีสถานะทางกฎหมาย หรือแม้ในช่วงเวลาที่ชุมชนประสบภาวะยากลำบาก เช่น ภัยพิบัติจากน้ำท่วม พายุฤดูร้อน การแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัย ฯลฯ ซึ่งชุมชนสามารถใช้เครือข่ายและเงินกองทุนสวัสดิการมาช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงทีและตรงกับปัญหาความต้องการ
รวมทั้งความมุ่งมั่นของขบวนองค์กรสวัสดิการชุมชนที่จะร่วมกันพัฒนาความเข้มแข็งกองทุนสวัสดิการชุมชน ให้เป็นกองทุนที่สามารถดูแลคนทุกช่วงวัยให้มีความมั่นคงในการดำรงชีวิตยิ่ง ๆ ขึ้นไป และขยายครอบคลุมทุกท้องถิ่นตำบล/เมือง มีสมาชิก ๑๐ ล้านคน ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ จะเห็นได้ว่าสวัสดิการชุมชน เป็นภาพสะท้อนของความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง
นายทรงพล จำปาพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวรายงานว่า จังหวัดขอนแก่นได้จัดทำโครงการ “จังหวัดขอนแก่น ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด” เพื่อสนองรับนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ โดยเน้นการปฏิบัติ ๓ ด้าน คือ ด้านการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษา ซึ่งจังหวัดขอนแก่นได้ดำเนินกิจกรรม ดังนี้
๑. ประกาศเจตนารมณ์ “จังหวัดขอนแก่น ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด”เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๖ ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยมี ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธาน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกาศเจตนารมณ์จากทุกภาคส่วน กว่า ๓๐,๐๐๐ คน
๒. จัดกิจกรรมสรุปผลการดำเนินงานโครงการ “จังหวัดขอนแก่นไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด” รอบ ๖ เดือน เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๖ ณ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธาน
และ๓ เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น จัดโครงการ “จังหวัดขอนแก่น ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติดของเครือข่ายวัฒนธรรม” ณ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน เพื่อสรุปผลการดำเนินงานและมอบเกียรติบัตรให้เครือข่ายวัฒนธรรมสีขาว โดยมี นายสุระ เตชะทัต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธาน
นายสาย เตรียมไธสง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่นรายงานถึงความเป็นมาของโครงการหอพักสีขาว โดยกล่าวว่าตามที่จังหวัดขอนแก่นได้จัดทำโครงการ “จังหวัดขอนแก่น ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด” และกำหนดเป็น “ระเบียบวาระของจังหวัด” ซึ่งทุกภาคส่วนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหา หน่วยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต่างมีส่วนร่วมเป็นกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ได้รับมอบหมายดำเนินงานโครงการ “หอพักสีขาว” เฝ้าระวังป้องกันเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงนอกสถานศึกษา หรือเด็กและเยาวชนที่พักอาศัยในหอพักซึ่งจังหวัดขอนแก่นมีหอพักจดทะเบียน ๗๒๕ หอพัก มีนักเรียน นักศึกษาพักอาศัยในหอพัก จำนวน ๒๕,๓๕๘ คนวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ยกระดับมาตรฐานหอพัก และปฏิบัติตามกฎหมายหอพัก
ด้านนางสาวพรรณทิพย์ เพชรมาก รักษาการผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)รายงานภาพรวมผลการดำเนินงานการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ โดยระบุว่าในปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล/เมือง จำนวน๕,๕๒๙ กองทุน มีสมาชิกรวมทั้งหมด ๓.๖๐ ล้านราย มีเงินกองทุนรวมจำนวน ๔,๓๓๘ ล้านบาทเป็นเงินจากสมาชิกจำนวน ๒,๘๐๕.๘๕ ล้านบาทหรือร้อยละ ๖ สมาชิกกองทุนสวัสดิการประกอบด้วยคนทุกช่วงวัยคือคนวัยทำงาน ๒ ล้านราย เด็กและเยาวชน ๖๖๕,๙๖๙ ราย ผู้สูงอายุ จำนวน ๘๓๒,๑๗๑ ราย ผู้ด้อยโอกาสจำนวน ๑๑๐,๕๔๒ ราย ผู้ได้รับสวัสดิการตรง ๕๕๐,๐๐๐ ราย เงินจ่ายสวัสดิการ ๖๐๐ ล้านบาท รัฐบาลได้สมทบงบประมาณกองทุนสวัสดิการชุมชนผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมฯตั้แต่ปี ๒๕๕๓ ถึงปัจจุบันได้อนุมัติงบสมทบกองทุนไปแล้ว ๑,๗๙๓.๗๕ ล้านบาท
เครือข่ายสวัสดิการชุมชนได้ร่วมกันจัดทำยุทธศาสตร์การจัดสวัสดิการชุมชน ปี ๒๕๕๗ –๒๕๖๑ ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายการพัฒนาความเข้มแข็งของสวัสดิการชุมชน โดยขยายฐานสมาชิกให้ครอบคลุม ๑๐ ล้านคนภายในปี ๒๕๖๐ และเครือข่ายสวัสดิการชุมชนมีความเชื่อมั่นว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และรัฐบาลจะให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงการทำงานที่เน้นเชิงพื้นที่ เชื่อมั่นถึงการสนับสนุนให้ชุมชนเป็นหลักในการจัดสวัสดิการชุมชน จะทำให้เกิดการฟื้นฟูระบบการช่วยเหลือเกื้อกูลและการดูแลซึ่งกันและกันของคนในชุมชนท้องถิ่น
ทั้งนี้ รมว.พม.ได้มอบเกียรติบัตรองค์กรปกครองท้องถิ่นดีเด่นด้านสตรีและครอบครัวแก่ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านผือ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่นสตรีดีเด่นด้านสวัสดิการชุมชน นางสนอง รวยสูงเนิน ผู้สนับสนุนการจัดงาน วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่นผู้สนับสนุนสวัสดิการชุมชน ๒๐ จังหวัดและตรวจเยี่ยมสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อมอบนโยบายด้านการพัฒนาสังคม และพบปะเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน ๖ จังหวัด


