พิมพ์
ธรรมนูญ นาคขำ ผู้สื่อข่าวชุมชนสุราษฎร์ธานี
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 846

puket201157.01 resize“ให้ในสิ่งที่ไม่อยากได้” เป็นเรื่องเสียความรู้สึกอย่างมาก เราอยากกินแตงโมแต่เขาเอาแอปเปิ้ลมาให้เราเมื่อเป็นเช่นนี้มันก็ไม่สามารถแก้ปัญหาให้เราได้ ชนเผ่าบางกลุ่มก็เช่นเดียวกัน เขาไม่อยากได้ความหรูหราหรือความศิวิไลซ์เกินความเป็นอยู่ของพวกเขา เขาขอเพียงที่อยู่ ที่ทำมาหากินเลี้ยงชีวิตเท่านั้นที่เขาต้องการ อุรักลาโว้ยกลุ่มนี้ก็เช่นเดียวกัน อุรักลาโว้ยที่ ราไว

นับเป็นครั้งที่ 2 ที่มีโอกาสเหยียบย่างเข้าไปในชุมชน อุรักลาโว้ย ที่ตำบลราไว อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นชุมชนเล็กๆที่มีอยู่ประมาณ ไม่ถึง 20 ครัวเรือน เป็นชนเผ่าดั้งเดิมที่ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการอาศัยทะเลเป็นแหล่งหารายได้และอาหารดำรงชีพ แต่ชนกลุ่มนี้มักจะถูกมองเป็นกลุ่มชนชั้นที่ 2 ที่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐเหมือนคนไทยทั่วๆไป พวกเขาถูกรังแกสารพัดจากบุคคลบางกลุ่ม พวกเขาโดนไล่ที่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนต้องถอยร่นมาอาศัย ณ ที่ราไวแห่งนี้เป็นแหล่งสุดท้าย

พวกผมไม่เคยคิดหวังว่าจะสุขสบายเหมือนคนทั่วๆไปหรอก เพียงขอที่อยู่อาศัยและแหล่งทำกินพอเลี้ยงชีพไปวันๆพวกผมก็ไม่เรียกร้องอะไรจากรัฐบาลแล้ว แต่ทุกวันนี้เดือนร้อนไม่มีที่สิ้นสุด แม้แต่ชายหาดที่ปลูกเพิงพักเป็นที่อยู่อาศัยยังถูกนายทุนไล่ที่เขาบอกว่าเป็นที่ของเขา เขาจะสร้างโรงแรม พวกผมเป็นตัวขัดขวางความเจริญเขา การดำน้ำหาหอย หาปลาเดี๋ยวนี้ก็ทำไม่ได้ เพราะทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานไล่จับกุมบ้าง ผู้มีอิทธิพลบอกว่าขวางทางการเดินเรือส่งนักท่องเที่ยวบ้าง บางครั้งก็โดนทำร้าย เราไม่รูจะไปร้องใคร พวกผมมีบัตรประชาชนที่แสดงว่าเป็นคนไทยไม่ใช่ต่างด้าว เพิน รักษ์นาวา รำพันให้เราฟังถึงความเดือดร้อนของชนกลุ่มนี้พร้อมโชว์บัตรประชาชนให้ดูและยืนยันว่าพวกเขาเป็นคนไทย

อุรักลาโว้ย กลุ่มนี้เป็นกลุ่มดั้งเดิมที่โดนไล่ที่มาเรื่อยๆจนถึงบริเวณนี้ ได้มีการต่อสู้จนขณะนี้ศาลสั่งให้คุ้มครองไม่ให้ผู้มีอิทธิพลรายใดเข้ามาไล่ที่อีก ซึ่งมีการพิสูจน์แล้วว่ามีร่องรอยหลักฐาน มีวัดเก่าแก่ที่บ่งบอกว่าบริเวณนี้เคยมีบรรพบุรุษของคนเหล่านี้อาศัยอยู่มานาน จากการได้สอบถามหลายคนบอกว่าช่วงนี้เรื่องไล่ที่เงียบไปแล้ว แต่ปัญหาใหม่ก็คือการหาปลา ดำน้ำหาหอย กุ้งในทะเลมีปัญหาหนัก พวกเขาไม่   สามารถออกทะเลได้เลยเพราะหากคราวเคราะห์ขึ้นมาโดนจับกุมด้วยข้อหาที่ว่าหาของทะเลในเขตอนุรักษ์ก็ต้องเดือดร้อนอีก ซึ่งตอนนี้หลายคนก็โดยจับมาแล้วและหลายคนได้เสียค่าปรับไปบ้าง ติดคุกไปบ้าง เพราะเขาไม่เข้าใจว่าตรงไหนเป็นเขตอุทยานไม่รู้แนวเขตที่ชัดเจน หาใกล้เกาะก็เป็นเกาะมีเจ้าของ โดนไล่โดนทำร้าย ซึ่งคนกลุ่มนี้ทำมาหากินได้เพียงอย่างเดียวคืออาศัยทะเลเป็นแหล่งทำมาหากิน

ตอนนี้เรื่องไล่ที่เงียบไปแล้ว คาดว่าน่าจะไม่มีแล้วแต่ในเรื่องทำมาหากินลำบากมาก เราหากินในทะเลไม่ได้โดนทั้งขโมยอวน โดนตัดอวนทิ้ง ดำน้ำหาหอย หากุ้ง หาปลิง ก็โดนเจ้าหน้าที่อุทยานจับกุม บางครั้งก็ท้อใจเหมือนกัน เพราะหลายคนมีความสามรถเป็นเจ้าของเกาะได้เป็นเกาะๆ มีชายหาดเป็นของตัวเอง ที่ไม่ยอมใครที่ไม่ได้รับอนุญาตขึ้นไปได้ แต่พวกเราขอที่ทำมาหากินกลับไม่เคยได้รับการช่วยเหลือทั้งที่ทุกคนที่นี่ก็เป็นคนไทยเหมือนกัน เราคิดว่าเราไม่เคยทำลายทะเลเพราะเราถือว่าทะเลมีบุญคุณกับเรา การกล่าวหาว่าเราทำลายธรรมชาติจึงไม่ถูกแน่นอน เพราะเห็นคนรวยๆเขาทำกันมากมาย ตึกบนภูเขายังมีได้ เราขอเพียงที่ทำกินแค่นี้ คำขอนี้เกินไปหรือนี่คือคำบอกเล่าของ จรินทร์ หุบกระโทก หญิงแกร่งในกลุ่ม ที่กล้าพูด กล้าเรียกร้องจากคนในรัฐบาล

บทสุดท้าย ชีวิตของ อุรักลาโว้ย กลุ่มนี้จะเป็นเช่นไร เป็นเรื่องที่น่าเป็นเรื่องน่าขบคิดและติดตามว่าทำไมรัฐบาลช่วยเหลือคนต่างชาติได้ เอื้อประโยชน์นานาประการให้คนต่างชาติเหล่านั้นได้    อุรักลาโว้ย ที่เป็นคนไทยแท้ๆทำไมรัฐบาลไม่เหลียวแล ไม่เคยคิดช่วยเหลือ หรือว่า คำของของพวกเขาเหล่านั้นที่ขอจากรัฐบาล เป็นคำขอที่เกินความสามารถของรัฐบาลกระนั้นหรือ ติดตามต่อไปครับ

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter