กรุงเทพฯ / สอช. จัดงาน ก้าวสู่ปีที่ ๔ ย้ำแนวทางชาวบ้านเป็นแกนหลักแก้ปัญหาสลัม พร้อมเชื่อมโยงการปฏิรูปที่ดินและที่อยู่อาศัยโดยชุมชนและท้องถิ่น ด้านรัฐมนตรีพัฒนาสังคมฯ ระบุ รัฐบาลพร้อมเพิ่มวงเงินอุดหนุนบ้านมั่นคง ๘๐,๐๐๐ บาทต่อหน่วย และยินดีสนับสนุนสินเชื่อผ่าน พอช. รวม ๓,๐๐๐ ล้านบาท
เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๒ สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดงาน สามปีที่ก้าวผ่าน สู่ปีที่สี่จะก้าวไป ในการปฏิรูปที่ดิน สวัสดิการและกองทุน ณ ลานเอนกประสงค์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โดยมีนายอิสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน มีคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สมาชิก สอช.ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้สนใจเข้าร่วมงานประมาณ ๑,๐๐๐ คน
ทั้งนี้ตัวแทนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) จาก ๗ ภูมิภาค กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน โดยระบุว่า สอช. เป็นขบวนองค์กรชุมชนที่เชื่อมโยงพี่น้องชาวชุมชนแออัดที่เข้าร่วมโครงการ บ้านมั่นคง เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนในชุมชนเมือง ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๔๙ ปัจจุบัน มีสมาชิกรวม ๔๐๐,๐๐๐ ราย มีพันธกิจเพื่อร่วมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนในชุมชนแออัด และต่อยอดการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างครบวงจร เช่น การจัดสวัสดิการชุมชน กองทุนเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับเมือง การปฏิรูปที่ดิน ฯลฯ และ สอช. จะเป็นแกนหลักของชบวนองค์กรชุมชนเมือง เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาพร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนในเมืองต่อไป
นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวแสดงความยินดีในวาระครบรอบ ๓ ปี ของ สอช.ซึ่งเห็นว่าการขับเคลื่อนของขบวนองค์กรชุมชน เป็นพลังอันสำคัญในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ในการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน ผ่านทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. ดังนั้นการที่ขบวนองค์กรชุมชนมีความเข้มแข็งในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยใน ชุมชนแออัด ตามโครงการบ้านมั่นคง ก็ถือเป็นความภูมิใจในการทำงาน
นายอิสสระ กล่าวอีกว่า โครงการบ้านมั่นคงต้องดำเนินการต่อเนื่อง และรัฐบาลได้พยายามผลักดันให้การดำเนินโครงการมีความคืบหน้า พร้อมสนับสนุนในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องการเพิ่มวงเงินงบประมาณผ่านกองทุนของ พอช. เพื่อเป็นสินเชื่อให้ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสามารถใช้ได้ อีกเป็นจำนวนทั้งหมด ๓,๐๐๐ ล้านบาท ในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ และการเพิ่มเงินอุดหนุนต่อยูนิตให้ เรื่องบ้านมั่นคงต้องเดินหน้าต่อไป รัฐบาลจะเพิ่มวงเงินอุดหนุน จาก ๖๘,๐๐๐ บาท เป็น ๘๐,๐๐๐ บาทต่อยูนิต และจะให้เงินงบปประมาณตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งปี ๒๕๕๓ เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้โครงการบ้านมั่นคง ผ่าน พอช. จำนวนรวม ๓,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๓ และหารเพิ่มเงินอุดหนุนสาธารณูปโภคต่อหน่วย
"เรื่องบ้านมั่นคงต้องเดินหน้าต่อไป รัฐบาลจะเพิ่มวงเงินอุดหนุน จาก ๖๘,๐๐๐ บาท เป็น ๘๐,๐๐๐ บาทต่อหน่วย และจะให้เงินงบประมาณตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งปี ๒๕๕๓ เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้โครงการบ้านมั่นคง ผ่าน พอช. จำนวนรวม ๓,๐๐๐ ล้านบาท ให้ครอบคลุมความต้องการสำหรับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในชุมชนแออัด " รัฐมนตรี พม. ระบุ
ด้านนางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กล่าวแสดงความยินดีกับการครบรอบ ๓ ปี สู่ปีที่ ๔ จะก้าวไปในการปฏิรูปที่ดิน สวัสดิการและกองทุน โดยระบุว่า นับเป็นความสำเร็จของโครงการบ้านมั่นคง ที่ทำให้ชุมชนลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของปัญหา และรวมตัวกันแก้ไขปัญหาของตัวเอง การที่โครงการบ้านมั่นคงประสบความสำเร็จ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพี่น้องชาว ชุมชน ขบวนองค์กรชุมชน สอช. ที่เป็นผู้ขับเคลื่อนงานเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนในชุมชน เมือง อย่างไรก็ตาม จากนี้ต่อไป ต้องมีการต่อยอดไปเชื่อมโยงในการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยโดยชุมชนและ ท้องถิ่นในภาพรวมทั้งเมืองและชนบท และพร้อมกันนั้นก็ต้องให้เกิดการพัฒนาในด้านอื่นๆ เช่น เรื่อง สวัสดิการชุมชน กองทุนเพื่อการพัฒนาเมือง ฯลฯ ทั้งนี้เชื่อมั่นว่า สอช. จะมีการพัฒนาและเติบโต แข็งแรง อย่างมั่นคงต่อไป






