พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2982

     วันที่ 16 มกราคม 2553  นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  พร้อมนายอิสสระ สมชัย รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  นางทิพย์รัตน์  นพลดารมย์  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนและคณะลงพื้นที่เปิดโครงการบ้านมั่นคงไทยเข้มแข็ง ที่เวียงสระ และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

      โครงการบ้านมั่นคงสหกรณ์บริการบ้านมั่นคงเวียงสระเป็นพื้นที่แรกที่รองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ  ได้เปิดโครงการฯและมอบกุญแจบ้าน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 44  ครังเรือน  จาก 5 ชุมชน เดิมเคยอาศัยในที่ดินของการรถไฟ    การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้เข้าร่วมโครงการได้เลือกสร้างบ้านในที่ดินแปลงใหม่บนพื้นที่ 3 ไร่ 2 งาน   ในเขตเทศบาลตำบลเวียงสระ  โดยได้รับงบอุดหนุนสาธารณูปโภคจากรัฐบาล 1.59  ล้านบาทและสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างบ้านและซื้อที่ดินจาก พอช. 10 ล้านบาท  

      นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  รองนายกรัฐมนตรี   กล่าวว่าปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องทีมีมานาน ที่เวียงสระ เป็นกรณีตัอย่างกรณีหนึ่ง ที่ได้เห็นอย่างประจักษ์ในการแก้ไขปัญหาที่เป็นความร่วมมือของชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น และรัฐบาลกลาง   และนายสุเทพได้แสดงความยินดีกับสมาชิกโครงการบ้านมั่นคงเมืองเวียงสระที่มีความมั่นคงในการอยู่อาศัย   มีบ้านเป็นของตนเองบนที่ดินที่มั่นคง ซึ่งจะเป็นประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อการขยายผลของการแก้ปัญหาในพื้นที่อื่นๆต่อไป พร้อมกันนี้ได้มอบกุญแจบ้านให้กับชุมชนและร่วมลงนามความร่วมมือในการพัฒนาที่อยู่อาศัยกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเวียงสระ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 

      ทั้งนี้บ้านมั่นคงเวียงสระได้ดำเนินการสร้างบ้านเสร็จแล้วทั้ง 44 หลัง  มีผู้เข้าอาศัยแล้วกว่า 10 ครัวเรือน ราคาสร้างบ้านแต่ละหลังอยู่ที่ 210,000  กว่าบาท  ขนาดที่ดินสร้างบ้านต่อแปลงอยู่ที่ 79 - 108.5 ตารางเมตร  สมาชิกใช้สินเชื่อที่ดินต่อแปลงที่ 33,180-45,570 บาท และสินเชื่อสร้างบ้านที่ 211,830  บาท  โดยต้องผ่อนค่าบ้านและที่ดินเดือนละ 2,000  บาท  เป็นเวลา  15  ปี

     นายณรงค์ ทิพรัตน์  ประธานสหกรณ์บ้านมั่นคงเวียงสระ กล่าวว่า กิจกรรมพัฒนาด้านอื่นๆในชุมชนหลังจากที่การสร้างบ้านดำเนินการแล้วเสร็จได้แก่การส่งเสริมปลูกผักปลอดสารพิษ  การส่งเสริมสวัสดิการชุมชน  ในด้านการสนับสนุนและประสานงานกับท้องถิ่น ได้แก่เทศบาลซึ่งได้สนับสนุนการขยายเขตไฟฟ้า ประปา  คูระบายน้ำ สำหรับการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับผู้เดือดร้อน ซึ่งจะมีโครงการระยะที่ 2 นายณรงค์กล่าวว่าปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการ 86 ครัวเรือน จาก 12 ชุมชนในเขตเทศบาล ซึ่งจะต้องจัดหาที่ดินแปลงใหม่ในการสร้างบ้านและชุมชนใหม่ต่อไป

 

 

     ในบ่ายของวันเดียวกัน นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ พร้อมคณะได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนและเปิดป้ายโครงการบ้านมั่นคงชุมชนเกาะสมุย ซึ่งเป็นพื้นที่ๆได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง โดยสหกรณ์บ้านมั่นคงชุมชนเกาะสมุยมีสมาชิกเข้านร่วมโครงการ 6 ชุมชน 300 ครัวเรือน  จากผู้เดือดร้อนทั้งหมด 3,110 ครัวเรือน ใน 10 ชุมชน

 

 

      รองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  กล่าวว่าโครงการบ้านมั่นคงชุมชนเกาะสมุย  ถือเป็นโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม  ที่เป็นการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนเพื่อลดการเกิดปัญหาชุมชนแออัด  นอกจากนี้มีการลงนามความร่วมมือระหว่างชุมชน เทศบาลเมืองเกาะสมุยกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  เพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งระหว่างปี 2553- 2555  ทั้งนี้โครงการบ้านมั่นคงชุมชนเกาะสมุย  เป็นการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดินแปลงใหม่  ด้วยการเช่าที่ดินระยะยาวของเอกชน 20  ปี  จำนวนพื้นที่ 21  ไร่ 69 ตารางวา  ปัจจุบันได้รับการอนุมัติงบอุดหนุนสาธารณูปโภคจากรัฐบาล  23  ล้านบาท  สินเชื่อที่อยู่อาศัยจาก พอช. 25.84 ล้านบาท
และเทศบาลสมทบ 10. 5 ล้านบาท  

     ด้านนายอิสสระ สมชัย รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กล่าว่า  ในพื้นที่ภาคใต้มีการสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงแล้วทั้งสิ้น 51 เมือง 110 โครงการ 257 ชุมชน ผู้รับประโยชน์ 12,553 ครัวเรือน ได้รับงบอุดหนุนเพื่อสร้างสาธารณูปโภคจากรัฐบาล 495.09 ล้านบาท สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. 309.93  ล้านบาท เฉพาะในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงแล้วในพื้นที่  5 เมือง 8  โครงการ 40  ชุมชน 1,072  ครัวเรือน ได้รับงบพัฒนาสาธารณูปโภค  32.72  ล้านบาท  และงบสินเชื่อ 19  ล้านบาท  

    ด้านพลเอกสุรินทร์  พิกุลทอง   ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  กล่าวว่าเมื่อชุมชนมีบ้านซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยแล้วจะต้องมีกติกาในการอยู่ร่วมกันอย่างน้อย 6 เรื่อง คือ การรวมกลุ่มสร้างสามัคคีช่วยเหลือเกื้อกูล การประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนอย่างเป็นมิตร ความซื่อสัตย์สุจริจ   ความขยันหมั่นเพียร ความรักและส่งเสริมกันและกัน   และการออม ความพอเพียงโดยลดอบายมุข

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter