วันที่ 16 มกราคม 2553 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมนายอิสสระ สมชัย รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนและคณะลงพื้นที่เปิดโครงการบ้านมั่นคงไทยเข้มแข็ง ที่เวียงสระ และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
โครงการบ้านมั่นคงสหกรณ์บริการบ้านมั่นคงเวียงสระเป็นพื้นที่แรกที่รองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เปิดโครงการฯและมอบกุญแจบ้าน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 44 ครังเรือน จาก 5 ชุมชน เดิมเคยอาศัยในที่ดินของการรถไฟ การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้เข้าร่วมโครงการได้เลือกสร้างบ้านในที่ดินแปลงใหม่บนพื้นที่ 3 ไร่ 2 งาน ในเขตเทศบาลตำบลเวียงสระ โดยได้รับงบอุดหนุนสาธารณูปโภคจากรัฐบาล 1.59 ล้านบาทและสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างบ้านและซื้อที่ดินจาก พอช. 10 ล้านบาท
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องทีมีมานาน ที่เวียงสระ เป็นกรณีตัอย่างกรณีหนึ่ง ที่ได้เห็นอย่างประจักษ์ในการแก้ไขปัญหาที่เป็นความร่วมมือของชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น และรัฐบาลกลาง และนายสุเทพได้แสดงความยินดีกับสมาชิกโครงการบ้านมั่นคงเมืองเวียงสระที่มีความมั่นคงในการอยู่อาศัย มีบ้านเป็นของตนเองบนที่ดินที่มั่นคง ซึ่งจะเป็นประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อการขยายผลของการแก้ปัญหาในพื้นที่อื่นๆต่อไป พร้อมกันนี้ได้มอบกุญแจบ้านให้กับชุมชนและร่วมลงนามความร่วมมือในการพัฒนาที่อยู่อาศัยกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเวียงสระ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ทั้งนี้บ้านมั่นคงเวียงสระได้ดำเนินการสร้างบ้านเสร็จแล้วทั้ง 44 หลัง มีผู้เข้าอาศัยแล้วกว่า 10 ครัวเรือน ราคาสร้างบ้านแต่ละหลังอยู่ที่ 210,000 กว่าบาท ขนาดที่ดินสร้างบ้านต่อแปลงอยู่ที่ 79 - 108.5 ตารางเมตร สมาชิกใช้สินเชื่อที่ดินต่อแปลงที่ 33,180-45,570 บาท และสินเชื่อสร้างบ้านที่ 211,830 บาท โดยต้องผ่อนค่าบ้านและที่ดินเดือนละ 2,000 บาท เป็นเวลา 15 ปี
นายณรงค์ ทิพรัตน์ ประธานสหกรณ์บ้านมั่นคงเวียงสระ กล่าวว่า กิจกรรมพัฒนาด้านอื่นๆในชุมชนหลังจากที่การสร้างบ้านดำเนินการแล้วเสร็จได้แก่การส่งเสริมปลูกผักปลอดสารพิษ การส่งเสริมสวัสดิการชุมชน ในด้านการสนับสนุนและประสานงานกับท้องถิ่น ได้แก่เทศบาลซึ่งได้สนับสนุนการขยายเขตไฟฟ้า ประปา คูระบายน้ำ สำหรับการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับผู้เดือดร้อน ซึ่งจะมีโครงการระยะที่ 2 นายณรงค์กล่าวว่าปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการ 86 ครัวเรือน จาก 12 ชุมชนในเขตเทศบาล ซึ่งจะต้องจัดหาที่ดินแปลงใหม่ในการสร้างบ้านและชุมชนใหม่ต่อไป
ในบ่ายของวันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พร้อมคณะได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนและเปิดป้ายโครงการบ้านมั่นคงชุมชนเกาะสมุย ซึ่งเป็นพื้นที่ๆได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง โดยสหกรณ์บ้านมั่นคงชุมชนเกาะสมุยมีสมาชิกเข้านร่วมโครงการ 6 ชุมชน 300 ครัวเรือน จากผู้เดือดร้อนทั้งหมด 3,110 ครัวเรือน ใน 10 ชุมชน
รองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวว่าโครงการบ้านมั่นคงชุมชนเกาะสมุย ถือเป็นโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ที่เป็นการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนเพื่อลดการเกิดปัญหาชุมชนแออัด นอกจากนี้มีการลงนามความร่วมมือระหว่างชุมชน เทศบาลเมืองเกาะสมุยกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งระหว่างปี 2553- 2555 ทั้งนี้โครงการบ้านมั่นคงชุมชนเกาะสมุย เป็นการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดินแปลงใหม่ ด้วยการเช่าที่ดินระยะยาวของเอกชน 20 ปี จำนวนพื้นที่ 21 ไร่ 69 ตารางวา ปัจจุบันได้รับการอนุมัติงบอุดหนุนสาธารณูปโภคจากรัฐบาล 23 ล้านบาท สินเชื่อที่อยู่อาศัยจาก พอช. 25.84 ล้านบาท
และเทศบาลสมทบ 10. 5 ล้านบาท
ด้านนายอิสสระ สมชัย รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กล่าว่า ในพื้นที่ภาคใต้มีการสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงแล้วทั้งสิ้น 51 เมือง 110 โครงการ 257 ชุมชน ผู้รับประโยชน์ 12,553 ครัวเรือน ได้รับงบอุดหนุนเพื่อสร้างสาธารณูปโภคจากรัฐบาล 495.09 ล้านบาท สินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. 309.93 ล้านบาท เฉพาะในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงแล้วในพื้นที่ 5 เมือง 8 โครงการ 40 ชุมชน 1,072 ครัวเรือน ได้รับงบพัฒนาสาธารณูปโภค 32.72 ล้านบาท และงบสินเชื่อ 19 ล้านบาท
ด้านพลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่าเมื่อชุมชนมีบ้านซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยแล้วจะต้องมีกติกาในการอยู่ร่วมกันอย่างน้อย 6 เรื่อง คือ การรวมกลุ่มสร้างสามัคคีช่วยเหลือเกื้อกูล การประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนอย่างเป็นมิตร ความซื่อสัตย์สุจริจ ความขยันหมั่นเพียร ความรักและส่งเสริมกันและกัน และการออม ความพอเพียงโดยลดอบายมุข






