วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล คณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการคลัง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และเครือข่ายองค์กรชุมชน ได้จัดงาน” ความมั่นคงในที่ดินและการอยู่อาศัยด้วยไทยเข้มแข็ง” โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้มอบเงินสินเชื่อบ้านมั่นคงจากแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งจำนวน 857.95 ล้านบาทแก่องค์กรชุมชนที่ได้รับการอนุมัติโครงการฯ มีรมว.กระทรวงการคลัง รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคม ผู้นำองค์กรชุมชน ผู้แทนหน่วยงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมงานกว่า 500 คน
คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ประธานคณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ กล่าวว่า การสนับสนุนงบประมาณเพื่อสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงในครั้งนี้
ถือเป็นการลงทุนทางสังคมที่สำคัญ ที่จะทำให้คนจนในชุมชนแออัด ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนของสถาบันการเงินในระบบ ได้มีโอกาสแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของตนเอง ร่วมสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยด้วยพลังของชุมชนและท้องถิ่น โดยเริ่มจากทุนของชุมชนที่ชาวบ้านได้ออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย การใช้แรงงานที่เป็นช่างชุมชนในการพัฒนาสาธารณูปโภค การพัฒนาสภาพแวดล้อมในชุมชน รวมทั้งการก่อสร้างที่อยู่อาศัย จึงเป็นส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการและความเข้มแข็งของชุมชน
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีกับองค์กรชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้ง 81 โครงการ วงเงิน 857.95 ล้านบาท ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยได้ถึง 5,664 ครัวเรือน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้ช่วยแก้ปัญหาพื้นฐานของประชาชนที่สำคัญอยู่ 2 เรื่องคือเรื่องที่อยู่อาศัยและสวัสดิการชุมชน ซึ่งมีกระทรวงการพัฒนาสังคมฯและสถาบันพัฒนาองค์กรหรือพอช.เป็นผู้สนับสนุนโครงการฯ โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณทั้งหมดภายในปี 2555 จำนวน 6,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบสนับสนุนในปี 2553 จำนวน 3,000 ล้านบาทนั้น เป็นสินเชื่อที่ต้องการให้เกิดการหมุนเวียน เพื่อให้เกิดการขยายโครงการอย่างรวดเร็วจะได้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอีกจำนวนหนึ่ง โดยโครงการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยจากแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งในระดับนโยบาย เป็นความร่วมมือของทั้งสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง และกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ส่วนการทำงานจริงในพื้นที่ต้องขอบคุณส่วนราชการและหน่วยงานท้องถิ่นที่ได้ช่วยสนับสนุนชุมชน นายกรัฐมนตรีกล่าว
ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.กระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนทางสังคม ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ที่มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการสร้างงาน มีแผนงานโครงการหลายด้าน รวมทั้งการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งรัฐบาลทุกชุดได้ให้การสนับสนุน และการที่โครงการบ้านมั่นคงประสบความสำเร็จเพราะมีปัจจัยสำคัญอยู่ 4 ด้านคือ 1.เป็นเรื่องที่ประชาชนมีความต้องการ 2.เป็นเรื่องที่ดำเนินการโดยประชาชนและทำเพื่อประชาชน 3. มีการบริหารจัดการที่ดี และ 4.ประชาชนที่เดือดร้อนเข้าถึง เพราะเป็นการให้สินเชื่อกับกลุ่ม สหกรณ์ ผ่อนชำระระยะยาว 15 ปี อัตราดอกเบี้ยต่ำ การจัดสรรงบประมาณที่ผ่านมารัฐบาลได้ดูข้อเท็จจริงที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน จึงได้อนุมัติงบประมาณในปี 2553 จำนวน 3,000 ล้านบาท จากที่ประมาณการไว้ในช่วงแรก 1,500 ล้านบาท
ในขณะที่นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือพอช.เปิดเผยว่าผู้รับประโยชน์จากสินเชื่อไทยเข้มแข็งบ้านมั่นคงรอบแรกใน 81 โครงการมาจากกลุ่มผู้เดือดร้อนที่โดนไล่รื้อและประสบภัยจากไฟไหม้ น้ำท่วม กลุ่มที่ขาดความมั่นคงในเรื่องที่ดิน และกลุ่มที่มีความแออัดในที่เดิม ซึ่งมีความต้องการปรับปรุงที่อยู่อาศัยในรูปแบบที่ต่างกันเช่น เช่นแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในที่เดิม ย้ายใกล้ที่เดิม สร้างใหม่ในที่เดิมและสร้างใหม่ในที่ดินแปลงใหม่ นางทิพย์รัตน์ กล่าวต่อว่า สินเชื่อบ้านมั่นคงไทยเข้มแข็งจำนวน 3,000 ล้านบาทในปี 2553 เป็นสินเชื่อเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยและซื้อที่ดิน มีเป้าหมายในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย 20,110 ครัวเรือน โดยเฉลี่ยมีการใช้สินเชื่อที่ครัวเรือนละ 156,000 บาท และการชำระคืนต่อครัวเรือนส่วนใหญ่อยู่ที่ 1,000-1,500 บาทต่อเดือน
นอกจากนี้ในวันเดียวกันหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้มอบสินเชื่อและกล่าวแสดงความยินดีกับประชาชนแล้วได้มีเวทีเสวนา “การเชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินชุมชนเมืองและชนบท” ซึ่งมีนายอิสสระ สมชัย รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นประธานการเสวนา ผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วย นายสามารถ วีระกุล ผู้แทนองค์กรชุมชนเมือง
นายอัฮมัดมูฮำมัดยูนุสอัมอุฮ มะยูนุ ผู้แทนชุมชนภาคชนบท นายสุชาติ นิลเมือง นายกอบต.ปิล็อก นายธีรวุฒิ กลิ่นกุสุม รองนายกเทศมนตรีเมืองรังสิต นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ประธานอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน และนายประพจน์ ภู่ทองคำเป็นผู้ดำเนินการเสวนา
นายสามารถ วีระกุล ผู้แทนองค์กรชุมชนเมือง กล่าวว่าผลกระทบจากการพัฒนาเมืองทำให้คนจนไม่มีที่อยู่อาศัย ซึ่งคนกลุ่มนี้ล่มสลายมาจากชนบท การพัฒนาที่ยั่งยืนจึงหมายถึงการดูแลภาคชนบท ไม่ให้ชุมชนล่มสลาย ซึ่งรัฐบาลต้องสร้างขบวนการเรียนรู้ให้กับประชาชน การแก้ปัญหาของเมืองและชนบทในปัจจุบันประชาชนต้องการมากกว่ากระบวนการมีส่วนร่วม แต่ต้องการบริหารจัดการร่วมกับภาครัฐ เพราะประชาชนมีความเติบโตขึ้น เช่นก่อนนี้เมื่อเงินลงไปที่ชุมชนก็เอาเงินมาหารกันต่างต่างทำ แต่เดี๋ยวนี้ในโครงการบ้านมั่นคงต้องเอาเงินมารวมกัน มาสร้างการยอมรับและแบ่งปันสร้างมิตรภาพของความเป็นมนุษย์ นายสามารถกล่าว
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา กล่าวว่ารัฐบาลต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนช่วยแก้ปัญหา การแก้จากหน่วยงานฝ่ายเดียวมักไม่ประสบความสำเร้จ ประชาชนต้องเป็นผู้ปฏิรูปโดยการเคลื่อนตัวจากข้างล่างสู่ข้างบน เช่นในเวลานี้มีการยอมรับโครงการบ้านมั่นคงทั้งจากประชาชน หน่วยงานท้องถิ่นและรัฐบาลมากขึ้น เพราะเป็นโครงการที่บริหารจัดการแบบประชาธิปไตยเปิดโอกาสให้ประชาชนเป็นแกนหลักในการดำเนินการ ในช่วงที่ดำเนินการใหม่ๆเป็นเรื่องที่รัฐบาลเข้าใจยาก และธนาคารก็ไม่มีเงินให้คนจนกู้ แต่เมื่อมีโครงการที่ประสบความสำเร็จ จึงได้ผ่านการพิสูจน์ที่สำคัญว่าประชาสามารถทำได้ เพราะประชาชนไม่ได้มีข้อจำกัดในเรื่องความสามารถ เมื่อมีประชาชนผู้เดือดร้อนมากแสดงว่าเรามีกำลังในการแก้ไขปัญหาได้มาก ส่งผลให้การดำเนินงานทำได้อย่างกว้างขวางรวดเร็ว
ด้านนายอัฮมัดมูฮำมัด มะยูนะ กล่าวว่าการแก้ปัญหาของเมืองและชนบท ต้องแก้ที่ต้นตอ ในพื้นที่ชนบทชาวบ้าน 40% อยู่กับป่าในขณะที่แต่ละป่าถูกกฎหมายประกาศทับ ชาวบ้านอยู่ในที่ดินมา 300 ปีต้องอยู่อย่างผิดกฎหมายถามว่าความมั่นคงของชนบทอยู่ที่ไหน หรือที่ตำบลสุคิริน จ.นราธิวาส ชาวบ้าน 10,000 คน ติดหนี้นิคมถึง 400 ล้าน ไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน จึงเสนอว่าปัญหาขนาดใหญ่รัฐบาลต้องเปิดใจในการยอมรับปัญหาของประชาชน และเปิดใจให้ชาวบ้านเข้าร่วมในกระบวนการแก้ปัญหา อย่างกรณีการแก้ปัญหาที่ดินพื้นที่อ.บาเจาะ นราธิวาส ชาวบ้านกับหน่วยงานในพื้นที่ทำข้อมูลมาครบถ้วน มีมติครม.อนุมัติให้ดำเนินการแก้ปัญหาตามข้อมูลที่ช่วยกันทำ ชาวบ้านวิ่งมาผลัดสุดท้าย รัฐบาลจะจริงจังสักขนาดไหน ต้องลองแก้สักจุดหนึ่งก่อนได้ไหม




