เวลา 10.30 น. วันที่ 20 มีนาคม 2549 บนเวทีประชาธิปไตยของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แกนนำชุมชนบ้านน้ำเค็มได้ขึ้นเวทีสนทนาเกี่ยวกับนโยบายแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
นายปัญญา อนันตกุล แกนนำชุมชนบ้านน้ำเค็ม ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ซึ่งเป็นชุมชนที่ประสบภัยสึนามิอย่างหนัก เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ที่ผ่านมา กล่าวถึงการออกเอกสารสิทธิ์ในทะเล หรือ “โฉนดน้ำ” ว่า หลังจากรัฐบาลมีนโยบายแปลงสินทรัพย์เป็นทุน มีการออกโฉนดน้ำให้กับชาวบ้านน้ำเค็มแล้ว 30 กว่าราย เพื่อนำไปขอสินเชื่อจากธนาคารนั้น ซึ่งเครือข่ายองค์กรชุมชนผู้ประสบภัยสึนามิปฏิเสธที่ร่วมมือกับโครงการดังกล่าว และเป็นนโยบายที่สร้างปัญหาให้กับชุมชนในระยะยาว เพราะทะเลเป็นทรัพย์สินร่วมของทุกคน ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ หากพื้นที่ในทะเลเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลจะทำให้เกิดความขัดแย้งในชุมชน และจะทำให้กรรมสิทธิ์ในทะเลมีการเปลี่ยนมือไปอยู่กับนายทุน
แกนนำชุมชนบ้านน้ำเค็ม กล่าวอีกว่า การออกโฉนดน้ำจะกระตุ้นให้มีคนต้องการมีกรรมสิทธิ์ในทะเลมากยิ่งขึ้น ซึ่งปกติชาวประมงไม่ค่อยมีหนี้สิน เพราะฝากปากท้องอยู่กับทะเล แต่ถ้าทะเลเป็นของคนนายทุน ชาวประมงก็เป็นหนี้เพิ่มขึ้น ยิ่งทำให้มีจำนวนคนจนมากขึ้นตามไปด้วย
“ถ้าเราคิดจะทำประมง เราต้องเข้าใจก่อนว่าทะเลคือธนาคารย่อย ป่าชายเลนคือธนาคารโลก ชาวประมงเป็นลูกค้าที่ถอนเงินมาใช้อย่างไม่มีวันหมด แต่ถ้าออกโฉนดน้ำก็เท่ากับเอาธนาคารไปฝากกับคนอื่น จะถอนแต่ละทีก็ต้องขออนุญาตจากนายทุน” นายปัญญา กล่าว
สำหรับการออกโฉนดน้ำนั้น ข้อมูลจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ระบุว่า ธกส.มีเป้าหมายสนับสนับสนุนด้านแหล่งเงินทุนให้กับเจ้าของโฉนดน้ำในพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่ง สำหรับผู้ที่ได้รับการจัดสรรและการอนุญาตจากกรมประมงและกรมการปกครอง จำนวน 284,000 ไร่ ภายในปี 2551 โดยจะเริ่มนำร่องใน 5 จังหวัด พื้นที่ 113,178 ไร่ คือนครศรีธรรมราช 3,478 ไร่, สุราษฎร์ธานี 64,373 ไร่, ชลบุรี 14,642 ไร่, ตราด 3,250 ไร่ และพังงา 27,435 ไร่
ก่อนหน้านี้เครือข่ายชุมชนผู้ประสบภัยสึนามิ ได้เสนอต่อรัฐบาลในงานครบรอบ 1 ปี สึนามิ ภาคประชาชน เมื่อวันที่ 22-23 ธันวาคมปีที่แล้ว ให้ยกเลิกนโยบายการแปลงทะเลเป็นทุน หรือการออก “โฉนดน้ำ” โดยให้ทะเลเป็นพื้นที่สาธารณะของทุกคนแทน รวมถึงการยังเสนอให้ยุบ “องค์การบริหารเพื่อการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” หรือ อพท. ซึ่งเป็นองค์กรที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และกำหนดให้ชุมชนวางแผนฟื้นฟูชุมชนด้วยตัวเอง


