วันที่ 3-4 กรกฎาคมที่ผ่านมา สถาบันพัฒนาสื่อภาคประชาชน เครือข่ายวิทยุชุมชนภาคใต้ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นการปฏิรูปสื่อภาคประชาชน ณ ศูนย์ส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการเขต 12 กรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.สงขลา เพื่อสร้างความเข้าใจในบทบาทของภาคประชาชนต่อการปฏิรูปสื่อ และจัดทำข้อเสนอการปฏิรูปสื่อจากภาคประชาชน ซึ่งมีแกนนำชุมชนจากงานประเด็นต่างๆ ในภาคใต้ ผู้แทนสื่อชุมชน และสมาชิกเครือข่ายวิทยุชุมชนภาคใต้เข้าร่วมราว 50 คน
นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ รักษาการ ส.ว.อุบลราชธานี กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องของนักการเมือง ทำให้รัฐบาลลุแก่อำนาจ ดังนั้นการเมืองต้องมีการตรวจสอบ โดยมีเครื่องมือ 3 อย่าง คือ 1. สื่อมวลชน ซึ่งในสังคมประชาธิปไตยสื่อมวลชนมีความสำคัญมาก ต้องเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซง 2. ภาคประชาสังคม ที่รวมกันเป็นกลุ่ม องค์กรตรวจสอบอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม 3. กระบวนการยุติธรรม ดังที่เห็นตัวอย่างของการทำงานของศาลยุติธรรมในปัจจุบัน
ช่วง 4-5 เดือนนี้ มีความสำคัญมากในการระดมสรรพกำลังเพื่อให้เกิดการปฏิรูปสังคมและการเมือง โดยการทำงานในพื้นที่ให้มากขึ้น โดยเฉพาะการปฏิรูปสื่อ และประชาชนต้องอย่าตกเป็นเครื่องมือความขัดแย้ง และความรุนแรง ก้าวต่อไปของวิทยุชุมชนต้องมีกิจกรรมและเน้นการทำงานที่เอาวิทยุชุมชนออกนอกสถานี ยึดเอาชุมชนเป็นตัวตั้ง เพื่อนำไปสู่สิ่งที่เป็นวาระชุมชน และเชื่อมโยงการทำงานกับชาวบ้าน
ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ประธานสถาบันพัฒนาสื่อภาคประชาชน กล่าว่า สาเหตุที่ต้องมีการปฏิรูปสื่อ เพราะสื่อมวลชนถูกธุรกิจการเมืองครอบงำ และเข้าหาผลประโยชน์ ถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างภาพและความนิยมของนักการเมืองและข้าราชการ สื่อมวลชนยังถูกสร้างความคิด นิสัยที่ไม่เหมาะสมแก่ประชาชน กระตุ้นนิสัยบริโภค อยากมี อยากได้มากกว่าการพัฒนาปัญญา ความคิดและจิตใจ และสื่อมวลชนยังนำเสนอความจริงไม่หมด จึงนำมาสู่การรวมกันคิดที่จะต้องมีการปฏิรูปสื่อในช่วงที่สังคมกำลังเปลี่ยนผ่าน
เป้าหมายการปฏิรูปสื่อมี 4 ประการ คือ 1. เพื่อให้สื่อมีเสรีภาพ ทำงานด้านความรับผิดชอบ ด้วยจรรยาบรรณและมาตรฐานทางวิชาชีพ 2. เพื่อให้การสื่อสารเป็นไปเพื่อแก้ปัญหาสาธารณะ ให้คนในสังคมดำเนินชีวิตอย่างเข้าใจตน เข้าใจสังคม 3. เพื่อให้สื่อเป็นช่องทางการสื่อสารความจริง ความงามและความดี และ 4. เพื่อประกันสิทธิการสื่อสารที่เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานว่าต้องทุกคนต้องเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารที่ต้องการได้ รู้ในสิ่งที่จำเป็นต้องรู้ รวมถึงประชาชนต้องเข้าถึงช่องทางการสื่อสารได้
ด้านบทบาทของวิทยุชุมชนในช่วงการปฏิรูปสังคมและการเมืองนั้น ดร.เอื้อจิต กล่าวว่า วิทยุชุมชนต้องหาวาระของชุมชน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชุมชน ต้องซึมซับวิถีของชุมชน มองการทำงานไปไกลกว่าตัวสถานี เพื่อยกระดับไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสังคมให้ได้ และการเคลื่อนงานวิทยุชุมชนต้องเป็นเนื้อเดียวกันกับขบวนชุมชน ไม่เช่นนั้นจะทำให้วิทยุชุมชนแยกตัวออกจากงานประเด็นของชุมชน
นายเจะหนุ บินนุ้ย ประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้าน ต.บางทอง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา บอกว่า การดำเนินงานวิทยุชุมชนที่จะนำไปสู่การปฏิรูปสื่อนั้น วิทยุชุมชนต้องพึ่งตนเองให้มากขึ้น ให้คนในชุมชนมีส่วนร่วม ยึดวิถีประชาชุมชนเป็นตัวตั้งในการทำงาน สร้างสภากาแฟการเมืองระดับชุมชน โดยใช้วิทยุชุมชนเป็นเครื่องมือ และต้องเชื่อมโยงกันในระดับเครือข่ายให้มีบทบาทมากขึ้น เช่น การผลักดันให้ผลักดันกฎหมายภาคประชาชน
นายกิตติศักดิ์ นวลละม้าย กลุ่มต้นกล้าสื่อ จ.สงขลา กล่าวว่า วิทยุชุมชนต้องมีเอกลักษณ์ และเปิดพื้นที่ให้กับคนในชุมชนให้มากขึ้น โดยเฉพาะการมีบทบาทในการเปิดเวทีชุมชน ดึงคนส่วนต่างๆ ในชุมชนมาแลกเปลี่ยนกัน เช่น การจัดวิเคราะห์ข้อมูลชุมชน ปัญหาการเมืองไทย ระบบทุนนิยม เพื่อทำให้เกิดการเรียนรู้ระหว่างกัน รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ข่าวชุมชนท้องถิ่นขึ้น


