พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 3241

     เชียงของ  :  ชุมชนชาวไทย-ลาว ร่วมสืบชะตาและบวชวังสงวนแห่งแรกในลุ่มแม่น้ำโขง บริเวณผาพระ เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว กับคอนผีหลง อ.เชียงของ จ.เชียงราย  เพื่อร่วมกันกันเขตอนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์น้ำ

 

     เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่ม   น้ำโขง-ล้านนา ร่วมกับกลุ่มท้อนเงินเมืองห้วยทราย สหพันธ์แม่หญิงแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดงาน สืบชะตาแม่น้ำโขงและบวชวังสงวนร่วมกันระหว่างไทย-ลาว ในบริเวณคอนผีหลง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กับผาพระ เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว โดยมีนางเตือนใจ  ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และท่านนางดวงเดือน  บุญญาวง  นักวิชาการและนักเขียนซีไรต์จาก สปป.ลาว ให้เกียรติเข้าร่วมงานในครั้งนี้ และมีผู้เข้าร่วมกว่า ๕๐๐ คน

     นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า แม่น้ำโขงถือว่าเป็นแม่น้ำสายใหญ่ของอุสาคเนย์ ไหลผ่านหลายประเทศตั้งแต่ธิเบตลงมาทะเลจีนใต้ ผ่าน พม่า ลาว ไทย กัมพูชา และไปออกทะเลจีนใต้ของเวียตนาม หล่อเลี้ยงผู้คนกว่า ๗๐ ล้านคน ในอดีตแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ตั้งแต่พันธุ์ปลา พันธุ์พืช และสมุนไพร ในช่วง ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา แม่น้ำโขงเริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลง โดยมีตัวเร่งทำให้แม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงคือการสร้างเขื่อน จากมุมมองของชาวบ้านมองว่าความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนในประเทศจีน ตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ เป็นต้นมา จีนสร้างเขื่อนมันวานเป็นเขื่อนแรก เริ่มมีสัญญาณว่าน้ำโขงขึ้นลงไม่ปกติ ต่อมาในปี ๒๕๔๖ เกิดเขื่อนตาเซาชาน ทำให้น้ำเริ่มแห้งเพิ่มขึ้นอีก ปี ๒๕๕๑ มีเขื่อนตัวที่สามเกิดขึ้น คือ เขื่อนจินหง ช่วงนี้น้ำโขงท่วม และเขื่อนสุดท้ายเป็นเขื่อนขนาดยักษ์ที่สูง คือ เขื่อนเสี่ยววาน แม่น้ำโขงแห้งลง รวมถึงปัญหาเรื่องการระเบิดเกาะแก่งออกไป ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔-๒๕๔๖ ระหว่างพม่า ลาว จีน ซึ่งเกาะแก่งในลำน้ำโขงนี้เป็นตัวกันไม่ให้น้ำไหลเร็วในหน้าน้ำ ชะลอการกัดเซาะของตลิ่งในหน้าแล้งยังทำให้น้ำไม่แห้งเพราะเป็นตัวสกัดน้ำไว้ เหล่านี้คือสถานการณ์ที่ส่งสัญญาณว่าแม่น้ำโขงเริ่มเข้าสู่วิกฤติ คนหาปลาก็หาไม่ได้ จำนวนปลาก็ลดลง

     “จากวิกฤติที่เกิดขึ้น ชาวบ้านสองผั่งโขงจึงเริ่มมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนร่วมกันว่ามันต้องเริ่มจากชุมชน  และเราน่าจะมาทำกิจกรรมในการทำเขตอนุรักษ์วังสงวน เพื่อฟื้นฟูแม่น้ำโขงร่วมกัน และทำกิจกรรมที่ทำให้เห็นว่าการรักษาแม่น้ำ ชุมชนเป็นหลักสำคัญ และชาวบ้านสองฝั่งโขงต้องช่วยกัน โดยเริ่มต้นจากเชียงของกับเมืองห้วยทรายก่อน ต่อไปอาจจะเป็นกัมพูชาเวียตนาม ถึงจีน ในการทำเขตอนุรักษ์นี้มีการทำข้อตกลงร่วมกันว่าจะเริ่มจากการทำวังสงวนที่บริเวณผาพระหรือคอนผีหลง ซึ่งเป็นจุดที่เขาจะระเบิดแก่ง จากงานวิจัยชาวบ้านสามารถอธิบายได้ว่า คอนผีหลงมีระบบนิเวศย่อยทั้งหมด ๑๑ ระบบ เพราะฉะนั้นเป็นจุดสำคัญที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นแหล่งวางไข่และผสมพันธุ์ของปลาบึก เพราะบริเวณนี้น้ำลึกมาก กิจกรรมดังกล่าวทำให้เห็นภาพของการรักษาแม่น้ำโขงร่วมกันของภาคประชาชน ผมคิดว่ารัฐจะได้เข้าใจว่าการจัดการแม่น้ำโขงต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมจริงๆ เพราะที่ผ่านมาชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วม มีแต่เป็นเพียงผู้รับกรรมกับสิ่งที่เกิดขึ้น”

     ด้านพ่อหลวงสะอาด  วิฑูรย์ ผู้ใหญ่บ้านเมืองกาญจน์ เปิดเผยว่า พิธีสืบชะตาแม่น้ำโขงในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อต่ออายุและคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับแม่น้ำโขง ทั้งนี้ชาวบ้านทั้งสองฝั่งได้กำหนดพื้นที่ในการกันเขตอนุรักษ์ร่วมกัน คือ เขตอนุรักษ์บริเวณผาพระ ต.ริมโขง ระยะทาง ๖๐๐ เมตร ในพื้นที่ฝั่งไทยจากร้องเจ้าแคว่นถึงผาเสี้ยน ต.ริมโขง อ.เชียงของ และพื้นที่ฝั่งลาวจากผาเผาถึงครกหัวง่าม บ้านปากงาว เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว บริเวณนี้ห้ามจับปลาในเขตนี้โดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือใดๆ ทั้งสิ้น และเขตวังสงวนคอนผีหลง ในระยะทาง ๗ กิโลเมตร โดยกันเขตในพื้นที่ฝั่งไทยบริเวณตำบลริมโขง จากบ้านเมืองกาญจน์ถึงบ้านหาดทรายทอง อ.เชียงของ จ.เชียงราย พื้นที่ฝั่งลาวจากบ้านน้ำเกิ๋งเก่า เมืองต้นเผิ้ง ถึงบ้านน้ำยอน เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว บริเวณดังกล่าวมีข้อห้ามในการจับปลาโดยใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการระเบิด ไฟฟ้าช๊อต ปืนและยาเบื่อ แต่สามารถใช้เครื่องมือทั่วไปได้ เช่น แห มอง เบ็ด เป็นต้น และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นระหว่างชาวบ้านสองฝั่ง เพื่อกำหนดกฎระเบียบ และบทลงโทษร่วมกัน โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านทั้งสองฝั่งเข้าร่วม

 

 

 

     ด้านท่านนางดวงเดือน  บุญญาวง  นักวิชาการและนักเขียนซีไรต์จาก สปป.ลาว กล่าวว่า ตั้งแต่โบราณกาลแม่น้ำของเป็นแม่น้ำที่มีความหมายกับประชาชนชาวลาว เป็นชีวิตจิตใจ ให้อาหารการกิน ทำให้การดำรงชีวิตของเราอุดมสมบูรณ์ เมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับแม่น้ำของทำให้วิถีชีวิตชาวบ้านถูกกระทบกระเทือนและเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่คาดฝัน การที่ได้มาร่วมพิธีในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ อยากจะให้เผยแพร่ออกไปมากๆ ทำให้ชาวบ้านในบริเวณแม่น้ำของ มีแนวคิดได้ว่าเรามีหลากหลายวิธีที่จะรักษาแม่น้ำของให้คงความอุดมสมบูรณ์ ให้เป็นสมบัติของพวกเราและลูกหลานสืบต่อไป การสืบชะตาเป็นพิธีกรรมหนึ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้าน และการปล่อยปลาเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติ หากธรรมชาติสมบูรณ์ คนก็จะเปลี่ยนมามองแม่น้ำของในมุมมองใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการสร้างเขื่อนอย่างเดียว

                “การรักแม่น้ำของก็เหมือนกับเรารักตัวเอง เพราะการที่เราบริโภคอาหารที่สะอาดบริสุทธ์ ทำให้เรามีสุขภาพดี มีสุขภาพดีเราก็มีความคิดดีๆ ไปช่วยเหลือคนอื่น มันก็วนไปเวียนมา คิดว่าแม่น้ำของต้องให้อันนี้เรามาก หากเรารักน้ำของอย่างถูกต้องและแบ่งปันกันอย่างยุติธรรม” ท่านนางดวงเดือนกล่าวทิ้งท้าย

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter