กาญจนบุรี: เครือข่ายองค์กรชุมนจังหวัดกาญจนบุรี เปิดสภาองค์กรชุมชนวางแนวทางการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเครื่องมือ เพื่อการขับเคลื่อนการทำงาน เน้นการสำรวจและวางแผนการจัดการน้ำโดยชุมชนเป็นแกนหลัก
เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา เครือข่ายองค์กรชุมชนที่จดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล จัดเวทีเสวนา แนวทางการวางแผนการพัฒนาชุมชนจังหวัดกาญจนบุรีโดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง สภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือ ขึ้น ณ ห้องประชุมศรีภัฎ มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี โดยมีตัวแทนสภาองค์กรชุมชนตำบล ในจังหวัดกาญจนบุรีเข้าร่วมการเสวนาครั้งนี้ประมาณ 80 คน
นายศิวโรฒ จิตนิยม ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบล ต. หนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า เครือข่ายองค์กรชุมชน จ.กาญจนบุรี ที่มีการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนแล้ว 13 ตำบล มีสมาชิก 595 คน เชื่อมโยงกลุ่ม/องค์กรประมาณ 400 กลุ่ม/องค์กร ภายหลังการจัดตั้งจดแจ้งเป็นสภาองค์กรชุมชนตำบล จึงหามาตรการที่จะแก้ปัญหาความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลโดยชุมชน พบว่าปัญหาที่พบมากที่สุดคือ ปัญหาความยากจน ปัญหาหนี้สินและปัญหาน้ำ ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง ซึ่งถือว่าปัญหาดังกล่าวส่งกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนชนบท โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกร
จากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบันพบว่าปัญหาเรื่องน้ำเป็นเรื่องแรกที่ตั้งแก้ไข เพราะทุกๆ ปีเมื่อถึงหน้าฝนก็จะเกิดน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก ที่สร้างความเสียหายให้แก่พื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนของชาวบ้าน ทั้งทางพื้นที่ที่ติดกับภูเขาและพื้นที่ราบลุ่ม ทั้งที่นา ที่สวน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเป็นบทเรียนที่ดีในการจัดการภัยพิบัติโดยใช้ชุมชนเป็นตัวกลางในการเชื่อมประสานงานให้ความช่วยเหลือทั้งทางด้านการกู้ภัยและการเตรียมพื้นที่ในการอพยพ เพื่อลดการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
“ที่ผ่านมาการเข้ามาจัดการในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติมักจะกระจุกตัวที่หน่วยงานของรัฐเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นจริงๆ ชุมชนจึงไม่มีการเตรียมการที่เหมาะสมและถูกวิธีทำให้มีการสูญเสียเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นชีวิตหรือทรัพย์สิน เวทีแลกเปลี่ยนนี้จึงเป็นการสร้างเครือข่ายของคนในชุมชนพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดเหตุภัยพิบัติต่างๆได้มีความเข้าใจในการปฏิบัติตัว”
พร้อมกันนั้นการหาข้อสรุปร่วมกันของเครือข่ายองค์กรชุมชนถ้าจะให้มีการจัดการอย่างยั่งยืนและยาวนานก็จะต้องมีการร่างข้อเสนอการจัดการภัยพิบัติโดยภาคประชาชน ทั้งการร่วมเฝ้าระวังดูแลรักษาชุมชนให้ปลอดภัย นอกจากนั้นยังเป็นการกระตุ้นในรัฐบาลเข้ามาจัดการดูแลอย่างจริงจังในการสร้างความพร้อมให้กับชุมชนที่มีความเสี่ยงในขั้นสูง พร้อมกับการสร้างเครือข่ายดูแลกันเองของชาวบ้านได้อีกประการหนึ่ง
นางทิวาพร ศรีวรกุล ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชนตำบล จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาโครงการด้านการจัดการน้ำที่ภาครัฐสนับสนุนเป็นการสนับสนุนกับองค์กรโดยไม่มีส่วนร่วมของชุมชนที่ประสบปัญหา โครงการดังกล่าวจึงไม่ประสบความสำเร็จกับชุมชนอย่างแท้จริง บางโครงการใช้งบประมาณสูง บางโครงการดำเนินการเสร็จแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์
การเปิดสภาองค์กรชุมชนตำบล จ.การญจนบุรี เพื่อการจัดการน้ำโดยภาคประชาชน เมื่อได้กำหนดเป็นกติการ่วมกันจะเป็นผลดีต่อชาวบ้านอย่างมาก ดังนั้นการนำเสนอแนวทางร่วมกันในการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนจึงเป็นสิ่งที่ควรนำมาต่อยอดในการร่วมกันสร้างเครือข่ายชุมชนให้มีส่วนร่วมในการดูแลจัดการในชุมชนเอง โดยประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคมอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชนตำบล จ.กาญจนบุรี กล่าวต่อไปว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีก่อให้เกิดปัญหามากมายและนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น การอาศัยหน่วยงานรัฐจึงไม่เพียงพอต่อการจัดการภัยทั้งหมดได้
สำหรับข้อเสนอภายหลังการประชุม คือ การกำหนดกิจกรรมที่ต้องดำเนินการร่วมกันทั้งการสำรวจจำนวนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก ภัยน้ำท่วม น้ำหลากและภัยแล้ง จำนวนแหล่งน้ำชุมชนมีอยู่ แล้วนำมาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการบริหารจัดการภัยพิบัติระดับชุมชน และการเตรียมอาสาสมัครเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยงภัย และขุดลอกคูคลองระบายน้ำ ที่ตื้นเขินให้กว้างขึ้น และการบูรณะเหมืองฝายที่รัฐจัดทำขึ้นเพื่อให้ชุมชนได้รับประโยชน์สูงสุด


