เครือข่ายชุมชนเมืองภาคอีสานจัดสัมมนา “รวมพลัง ฮักแพง แปงเมืองอีสานสู่ทศวรรษหน้า” ขึ้น เมื่อวันที่ 22-24 เมษายน 2553 ที่โรงแรมเพชรรัตน์การ์เด้น จ.ร้อยเอ็ด โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 400 คน จากผู้แทนทั้ง 19 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นางสาวกนิษฐา ปรีชาพีชคุปต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า “ความสำเร็จของบ้านมั่นคง คือความเข้มแข็งของชุมชน การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนมาจากการรวมตัวสร้างเครือข่าย ระบบการรวมกลุ่มจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้ชุมชนพัฒนาไปข้างหน้าได้ ส่วนคำว่า “บ้านที่มากกว่าคำว่า “บ้าน” นั้น หมายถึง การสร้างการฟื้นฟูการจัดการตัวเองของชุมชนให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็ง จัดการปัญหาด้วยตนเอง สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และการพัฒนาที่ยั่งยืน มาจากการรวมตัวสร้างเครือข่ายการมีทุน ทั้งทุนเงิน ทุนประสบการณ์ ทุนความรู้ความสามารถ และทุนคนการพัฒนางาน กิจกรรม ที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาของชุมชนได้อย่างยั่งยืน
ส่วนสถานการณ์การพัฒนาขบวนชุมชนเมือง ที่ผ่านมานั้น เป็นการแก้ปัญหาทั้งเมือง ยังไม่ประสบความสำเร็จนัก เนื่องจาก คนจนส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงบ้านมั่นคง หรือเข้าถึงแล้วแต่ไม่สามารถจัดการตัวเอง ดำเนินการเองไม่ได้ ต้องรอเจ้าหน้าที่หรือขบวนภาค ไปจัดการให้การจัดการตัวเองของชุมชนและขบวนชุมชน ยังทำได้ไม่เต็มที่ รวมถึงการเชื่อมโยงขบวนชุมชนในระดับภาคและระดับชาติยังไมมีการวางระบบกระจายการทำงานอย่างเต็มที่ ยังขาดการมองไปข้างหน้าร่วมกันอย่างเป็นขบวนการทั้งระดับชุมชนและระดับเครือข่าย เช่น การป้องกันปัญหาภาระหนี้ ฯลฯ
ด้านทิศทางและระบบการทำงานใหม่ของบ้านมั่นคงนั้นจะเน้นการแก้ไขปัญหาทั้งเมือง ให้คนจนและ ผู้เดือดร้อนมีโอกาสเข้าถึงและเป็นเจ้าของโครงการอย่างกว้างขวางมากขึ้น รวมทั้งเชื่อมโยงและเพิ่มขีดความสามารถของชุมชน เครือข่าย ให้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและขยายผลกระบวนการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่เป็นกระบวนการทำงานร่วมระหว่าง ชุมชน เครือข่าย และกรรมการเมือง เรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการคือการสร้างมาตรการการรักษาที่ดินและบ้านร่วมกันระหว่างชุมชน เครือข่าย และพอช. การสร้างกองทุนคุ้มครองความเสี่ยง การพัฒนาระบบการบริหารจัดการทุนของกลุ่มออมทรัพย์ สหกรณ์และการพัฒนาชุมชนโดยขบวนชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เพิ่อเสริมสร้างความมั่นคงในเรื่อง อาชีพ รายได้ สิ่งแวดล้อม เกิดขบวนชุมชนในรูปของเครือข่ายชุมชนเมือง
และเรื่องที่ถือเป็นเรื่องใหญ่ ที่จะต้องทำให้ได้ คือ “ต้องปฏิวัติการจัดการเรื่องที่อยู่อาศัย เปลี่ยนแปลงระบบที่อยู่อาศัยของประเทศ เพื่อให้เกิดการยอมรับทั่วประเทศต่อไป”


