พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1923

      น่าน/คนเมืองน่านชูประเด็นความมั่นคงทางอาหาร-ดินน้ำป่า-ท่องเที่ยวชุมชน เชื่อมร้อยงานในพัฒนาในพื้นที่ ขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง   ให้เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศไทย

 


      เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เครือข่ายประชาชนจังหวัดน่าน ภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชน และหน่วยงานท้องถิ่นเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้จังหวัดจัดการตนเอง โดยการสนับสนุนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และสถาบันการจัดการทางสังคม ณ ห้องประชุมมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ อ.เมือง จ.น่าน


     นายสวิง ตันอุด ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการทางสังคมภาคเหนือ (สจส.ภาคเหนือ) เปิดประเด็นว่า แนวคิดจังหวัดจัดการตนเองไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากหลายพื้นที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ควรจะพูดคุยร่วมกัน คือ ภาพสุดท้ายของแต่ละจังหวัดหรือเป้าหมายของการจัดการตนเองจะเป็นอย่างไร ที่สำคัญเรื่องจังหวัดจัดการตนเองยังสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมาก โดยเฉพาะการปฏิรูปประเทศไทย เพราะความวุ่นวายตอนนี้เป็นผลมาจากเหตุของการรวมศูนย์อำนาจ ที่ทำให้เกิดการจัดการทรัพยากรที่ไม่เป็นธรรม ถ้าการปฏิรูปการเมืองไม่ได้ปฏิรูปเชิงอำนาจ หรือกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการอำนาจจัดการทรัพยากรได้ วัฏจักรความขัดแย้งจะไม่สิ้นสุด ดังนั้นจังหวัดจัดการตนเองจะทำให้เกิดรูปธรรมของการปฏิรูปประเทศไทย

      นายสวิง กล่าวอีกว่า จังหวัดจัดการตนเองมีอยู่สองนัยยะ หนึ่งคือการทำให้ประชาชนเข้มแข็ง และสองคือการผลักดันนโยบายให้รองรับ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มีการทำอยู่หลายครั้งในชื่อของจังหวัดบูรณาการ หลายจังหวัดพบว่ามีการนำแผนของภาคประชาชนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแผนจังหวัดและมีงบประมาณสนับสนุน แต่เมื่อมีการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด กระบวนการนี้ก็ต้องเริ่มต้นใหม่ ทำอย่างไรจึงจะเกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง ยกตัวอย่าง การขับเคลื่อนงานจังหวัดจัดการตนเองในเชียงใหม่ ได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม หอการค้า อุตสาหกรรม เรียกว่าภาคีเชียงใหม่บ้านจุ้มเมืองเย็น โดยเน้นในสี่ด้าน เริ่มจากการสำรวจต้นทุนภายใน งานศึกษาข้อมูลงานวิชาการ งานด้านสื่อ และงานด้านกฎหมายและนโยบาย

      “การสร้างจังหวัดจัดการตนเองต้องเริ่มจากต้นทุนของตัวเอง ถ้าเราทำอย่างต่อเนื่อง มีการจัดการใหม่ทางการเมือง เพราะตอนนี้ไม่ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญมาตราไหน   ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะการจัดการและอำนาจยังอยู่ที่ศูนย์กลาง ทำอย่างไรจะทำให้สัดส่วนตรงกลางน้อยลง เราคุ้นเคยที่จะเอาปัญหาไปสู่ศูนย์กลางของประเทศ แต่ถ้าเราเชื่อมโยงประเด็นงานของเรา “มัดปุ๊ก” ให้เป็นกลไกการจัดการตนเองในระดับจังหวัดได้   จะทำให้การแก้ไขปัญหาคลี่คลายอย่างรวดเร็ว” ผอ.สจส.ภาคเหนือ กล่าว

     นายชูศิลป์ สารรัตนะ ประธานองค์กรพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตำบลน้ำเกี๋ยน อ.ภูเพียง จ.น่าน กล่าวว่า หลายพื้นที่ในน่านมีงานและแผนในการจัดการตนเองอยู่แล้ว และมีการขยายผลอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นถ้ามีการรวบรวมรูปธรรมเหล่านี้ให้เกิดแกนเกิดโครงหรือแนวทางที่จะจัดการตนเองในประเด็นเหล่านั้น เกิดการจัดระบบข้อมูลแล้วค่อยเคลื่อนต่อ จะทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ

      ด้านนายสมคิด สีเขียว ประธานเครือข่ายแผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเองตำบลส้าน อ.เวียงสา และนางอมรรัตน์ ยาแก้ว ปลัดเทศบาลเมืองน่าน กล่าวในทำนองเดียวกันว่า การขับเคลื่อนงานพัฒนาในพื้นที่    เห็นว่าต้องมีการประสานส่วนราชการมากกว่าการประสานเจ้าหน้าที่รัฐ หรือข้าราชการในฐานะตัวบุคคล เพื่อให้เกิดกลไกเชิงโครงสร้างที่สอดรับจากหน่วยงานอย่างแท้จริง นอกจากนี้ควรนำข้อมูลการทำงานของทุกพื้นที่ทุกหน่วยงานมาศึกษาร่วมกัน และจัดการเรื่องการทับซ้อนแต่ยังไม่เกิดความร่วมมือ ซึ่งจังหวัดน่านมีการพูดคุยและให้ความสำคัญกับ ๔ ด้านได้แก่ ความมั่นคงทางอาหาร ทรัพยากรธรรมชาติดินน้ำป่า การจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม

      นายสุพัฒน์ จันทนา ผู้จัดการสำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ กล่าวว่า จากการที่พอช.ได้สนับสนุนการขับเคลื่อนงานของน่านในหลายมิติพบว่ามีการใช้ทุนที่มีอยู่แล้วได้ดี ทั้งทุนทรัพยากร ทุนคน มีพื้นที่ทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่แนบแน่น และทุนทางวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์ รวมถึงทุนทางความรู้ โดยพลังตรงนี้เป็นฐานสำคัญในการยกระดับสู่จังหวัดจัดการตนเองได้ ทั้งนี้จังหวัดจัดการตนเองเป็นเรื่องใหญ่ การดำเนินงานควรจะมีการทำ Roadmap วางแนวทางกับขับเคลื่อนไปทีละก้าวอย่างมีพลัง

ทั้งนี้การประชุมมีข้อเสนอในการขับเคลื่อนต่อไป โดยมีการจัดกลไกขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง แบ่งเป็นทีมข้อมูลเพื่อสำรวจทุนภายในและภายนอก รวบรวม จัดระบบ ทีมขับเคลื่อน นโยบาย กฎหมาย ขับเคลื่อนพรบ.จังหวัดจัดการตนเอง ทีมสื่อ เชื่อมโยงกลไกการสื่อสาร สร้างความเข้าใจเรื่องจังหวัดจัดการตนเอง รณรงค์ด้านกฎหมาย และคณะกองเลขา.

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter