พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2267

     เราจะสร้างสมานฉันท์ เราจะสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น คืนการตัดสินใจ เพิ่มอำนาจให้กับภาคประชาชน เราจะสร้างประชาธิปไตยชุมชนให้ประชาชนกินได้ สถานการณ์วิกฤติความขัดแย้งทางการเมือง ณ ปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นมิคสัญญีกลียุค เป็นวิกฤติความรุนแรงที่ซ้ำรอย สร้างความสูญเสีย และบอบซ้ำให้กับสังคมไทยอย่างหนักหนาสาหัส ผู้คนแตกแยกแบ่งขั้วแยกฝ่าย และต่างพร้อมที่จะใช้ความรุนแรงต่อกันได้ทุกขณะ

 

ความเกลียดชังลุกลามขยายตัวลงไปถึงในระดับครอบครัว โรงเรียน ข้อเท็จจริงในเรื่องของความเหลื่อมล้ำต่ำสูงระหว่างคนรวยจน การมีสองมาตรฐาน การเลือกปฏิบัติ การทุจริตคอร์รัปชั่น การเอาประโยชน์แค่พวกพ้อง ความไม่เป็นธรรมต่างๆ เหล่านี้ ถึงเวลาที่สังคมไทยต้องกลับมาทบทวนอย่างขนานใหญ่

     ในสถานการณ์เช่นนี้สภาองค์กรชุมชน จะมีบทบาทในการแก้วิกฤติปัญหาของสังคมในครั้งนี้อย่างไร คณะกรรมการดำเนินการสภาองค์กรชุมชน จึงได้จัดสัมมนาสภาองค์กรชุมชนกับการปฏิรูปประเทศไทยขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่ เคยูโฮม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม จากคณะกรรมการดำเนินการฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ แกนนำในแต่ละภาค รวมทั้งภาคประชาสังคม นักวิจัย และเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กว่า ๙๐ คน มาหารือถึงทิศทางบทบาทของสภาองค์กรชุมชนในสถานการณ์การเมือง ณ ปัจจุบัน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิรูปประเทศไทยร่วมกัน

พรมมา สุวรรณศรี ประธานคณะกรรมการดำเนินการสภาองค์กรชุมชนฯ ได้พูดถึงสถานการณ์ในปัจจุบันกับการเคลื่อนไหวของสภาองค์กรชุมชน เพื่อปรึกษาหารือถึงแนวทางจังหวะก้าวและทิศทางของสภาองค์กรชุมชน กับการปฏิรูปประเทศไทย รวมทั้งการทบทวนการดำเนินการของสภาองค์กรชุมชนในช่วงที่ผ่านมา เหล่านี้จึงเป็นที่มาของการจัดเวทีหารือขึ้นในวันนี้ พรมมา ชี้แจงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการสัมมนา


 

 

สังคมไทยถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง 
สน รูปสูง กรรมการและเลขานุการดำเนินการสภาองค์กรชุมชนฯ ระบุว่า “วิกฤติประเทศไทย” คือวิกฤติในทุกด้านทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เป็นวิกฤติใหญ่สังคมไทย ซึ่งปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดภาวะวิกฤติหลายด้านคือ

๑) สถาบันการเมืองการปกครอง อ่อนแอ แตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทำให้นำไปสู่การเผาบ้านเผาเมือง เพียงเพื่อการการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองการปกครองเท่านั้น
๒) นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งราชการและที่ไม่ใช่ราชการ ใช้อำนาจการบริหารราชการแผ่นดินโดยมิชอบ มีการทุจริตคอรัปชั่นในสังคมไทยทุกระดับ
๓) ทิศทางนโยบายการพัฒนาประเทศผิดพลาด เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับคนรวย
๔) การเติบโตทางเศรษฐกิจ เกิดรายได้กระจุกตัวในคนกลุ่มน้อย คนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน 
๕) กติกาการจัดการทรัพยากรมีความไม่เป็นธรรม กระจุกตัวในคนกลุ่มน้อย เกิดความไม่เป็นธรรม  ยกตัวอย่างเช่น การถือครองที่ดิน พบว่ามีการกระจุกตัวในกลุ่มคนจำนวนน้อย อยู่กับนายทุน
๖) การบังคับการใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม มีสองมาตรฐาน เลือกปฏิบัติกับกลุ่มคน
๗) กระบวนทัศน์ ของ จนท.รัฐ และนักการเมือง เป็นการรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลาง ไม่เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน  กระบวนทัศน์ในการบริหารราชการแผ่นดินมีรูปแบบเช่นเดิมในลักษณะเจ้าขุนมูลนาย  นำไปสู่ระบบการบริหารราชการที่ล้มเหลว
๘) การให้บริการสวัสดิการของรัฐไม่ทั่วถึง และไม่เป็นธรรม เช่น เรื่องสวัสดิการข้าราชการเมื่อเกษียณจะได้รับบำนาญดูแล แต่ชาวนาซึ่งเป็นผู้ที่ปลูกข้าวให้ทุกคนกินกลับไม่ได้รับสวัสดิการเช่นเดียวกับข้าราชการ เพียงแค่ได้รับเบี้ยยังชีพเพียง ๕๐๐ บาท เท่านั้น และสุดท้ายสังคมเกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสังคมอย่างรุนแรงซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ และสำคัญมาก จากปรากฎการณ์ข้างต้นชี้ให้เห็นว่าสังคมไทยถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลง

ประชาชนต้องเป็นเจ้าภาพหลัก 
การเปลี่ยนแปลงต้องมาจากล่างขึ้นบน   

     สุรศักดิ์   อินทรประสิทธิ์ ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน กรุงเทพฯ ในสภาพัฒนาการเมืองกล่าวว่า การปฏิรูปประเทศไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ ขบวนองค์กรชุมชนได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้อยู่ในกระแส อำนาจการเมืองที่ผ่านมา และที่เป็นอยู่ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนก็มีการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งการประสานง่านของเครือข่ายภาคประชาชน ที่เดิมต่างคนต่างทำ ไม่มีการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกัน เมื่อมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น กระแสปฏิรูปประเทศไทยเรากำลังจะเดินไปติดกับดักหรือไม่

      การปฏิรูปประเทศไทยหากเจ้าภาพหลัก คือชุมชนท้องถิ่นการปฏิรูปจะสามารถขับเคลื่อนไปได้ ชุมชนต้องไม่อิงรัฐ แต่ก็ไม่ทิ้งรัฐ ให้ภาคเป็นประชาชนเป็นหลัก การเปลี่ยนแปลงจากฐานรากถึงจะเป็นไปได้จริง

หากไม่รีบแก้ไขสังคมไทยจะซ้ำรอยชายแดนใต้

ดุสิต สาวดี ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลแว้ง จ.นราธิวาส กล่าวว่าสถานการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปล้นปืน และเผาโรงเรียนพร้อมกันกว่า ๓๐ จุด ในปี ๒๕๔๗ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมากว่า ๗ ปี มีผู้คนล้มตายไปกว่า ๕,๐๐๐ ราย สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ ทุกภาคกำลังจะกลายเป็นเหมือนภาคใต้ ที่มีกลุ่มคนก่อความไม่สงบเป็นรายวัน วันนี้ความแตกแยกของประเทศลงไปถึงชุมชน เพราะมาจากระบบนิติรัฐที่ล้มเหลว และการกำหนดนโยบายที่
ไม่เป็นธรรมซ้ำถูกกำหนดจากบนลงล่างมาโดยตลอด วันนี้สภาองค์กรชุมชนจะแสดงบทบาทท่าทีอย่างไร อาจเป็นความหวังและจุดเริ่มต้นที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้

 

อัฐฌาวรรณ พันธุ์มี ประธานสภาองค์กรชุมชนเทศบาลนครอบลราชธานี การเผาศาลากลางจังหวัดในพื้นที่ทางภาคอิสาน เป็นภาพสะท้อนของปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่ประชาชนประสบปัญหาเรื่องภาวะทางเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้สิน ปัญหาไม่มีที่ดินทำกิน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยา หลายเรื่องไปติดที่ศาลากลางจังหวัด ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ที่ชื่นชอบนโยบายประชานิยมในรัฐบาลชุดก่อน อย่างนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค จึงไม่พอใจรัฐบาลในชุดปัจจุบัน เป็นปรากฏการณ์ปัญหาอย่างหนึ่งที่การปฏิรูปสังคมไทยต้องทบทวนในเรื่องนี้

 

 

ภายหลังจากที่อภิปรายกันในวงใหญ่ ที่ประชุมได้แบ่งกลุ่มย่อยเพื่อระดมแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย และบทบาทของสภาองค์กรชุมชน โดยมีโจทย์ด้วยกัน ๕ หัวข้อ ๑) ทิศทาง/แนวทาง ระยะสั้น,กลาง,ไกล ๒) เนื้อหา เรื่องอะไรบ้างรูปธรรมในหมู่บ้าน,ตำบล,จังหวัด ๓) มีกระบวนการอย่างไร ๔) สภาองค์กรชุมชน จะจัดรูปขบวนอย่างไร ๕) บทบาทของสภาองค์กรชุมชนกับภาคีต่างๆ และกลับมานำเสนอต่อที่ประชุมในวงใหญ่ ซึ่งมีข้อเสนอที่เป็นแนวทางที่สำคัญ ดังนี้

  หลักการสำคัญของการปฎิรูปประเทศไทย

๑. ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปที่ชุมชนฐานล่างคือเน้นที่ระดับตำบล
๒. จัดทำข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย โดยภาคประชาชน (สภาองค์กรชุมชน องค์กรประชาชน ประชาสังคมฯลฯ)
๓. สร้างสำนึกความเป็นเจ้าของท้องถิ่น/ เจ้าของประเทศ/สำนึกความเป็นพลเมือง/ความตื่นตัวทางการเมือง
๔. พลิกฟื้นขนบธรรมเนียม ประเพณีดั้งเดิม เพื่อลดความขัดแย้ง
๕. เน้นการปฏิบัติการจากฐานล่าง เชื่อมโยงกลุ่ม/องค์กรชุมชน/เครือข่าย/สภาองค์กรชุมชนตำบล เพื่อสร้างความเข้าใจ พัฒนาข้อเสนอจากพื้นที่
๖. ต้องเพิ่มอำนาจให้กับประชาชน
๖.๑ อำนาจในการวิเคราะห์ รู้เท่าทัน
๖.๒ อำนาจในการตัดสินใจ
๖.๓ อำนาจในการปฏิบัติการ สามารถสั่งข้าราชการประชาชน
๗. ในสถานการณ์ปฏิรูป
๗.๑ จะทำทุกตำบล ได้/ไหว หรือไม่/ จะเสนอกับรัฐบาลอย่างไร

ทิศทาง/แนวทาง ระยะสั้น 

๑. สร้างความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยชุมชน
๒. ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ/พี่น้องในชุมชน รวมรวมประเด็นปัญหาผลกระทบ
๓. ปฏิรูปสภาองค์กรชุมชนตำบลให้เข้าใจเจตนารมณ์/ รู้ตัวตน สามารถดำเนินการตามบทบาทภารกิจได้
๔. ปรับโครงสร้างการทำงานให้ชัดเจนเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลในทุกระดับ
๕. พัฒนาตำบลต้นแบบโดยใช้พื้นที่รูปธรรม
๖. หนุนเสริมให้สภาองค์กรชุมชนตำบล สามารถจัดทำแผนการพัฒนา
๗. สร้างแนวร่วม (สถาบันการศึกษา,นักวิชาการ, อปท ฯลฯ)
๘. เปิดโรงเรียนการปฏิรูปประเทศไทย เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชน

ระยะกลาง 

๑. ผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง
๒. สร้างสังคม/การเมืองแบบสมานฉันท์
๓. ทบทวน ปรับปรุง พรบ.

ระยะไกล  

๑. พัฒนาความเข้มแข็งสู่ชุมชนพึ่งตนเอง
๒. จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลให้ครอบคลุมทั้งประเทศ/เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเพื่อสร้างพลัง
๓. สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง กระจายอำนาจ สร้างระบบธรรมาภิบาล

เนื้อหารูปธรรม  

๑. เน้นเรื่องสิทธิชุมชนในระดับหมู่บ้าน ตำบล จังหวัด
๒. การจัดการทรัพยากร (ดิน/น้ำ/ป่า)
๓. การจัดการอาหารในท้องถิ่น
๔. การจัดสวัสดิการชุมชน (เกิด แก่ เจ็บ ตาย)
๕. จัดระบบการศึกษา/หลักสูตรท้องถิ่น
๖. การจัดระเบียบทางสังคม (เยาวชน ลูกหลาน)
๗. การแก้ไขปัญหาหนี้สิน

กระบวนการ  

๑. ใช้สื่อที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่
๒. จัดทำระบบข้อมูล/ศูนย์ข้อมูล
๓. เปิดเวทีในการรวบรวมประเด็นปัญหา/ข้อเสนอจากระดับหมู่บ้าน สู่ระดับประเทศ โดยใช้เวทีสภาองค์กรชุนตำบล
๔. สร้างทีม/พัฒนาศักยภาพแกนนำให้เข้าเรื่องการปฏิรูป
๕. ถอดบทเรียนสภาองค์กรชุมชนตำบลเพื่อเป็นต้นแบบของการเรียนรู้
๖. สร้างพื้นที่นำร่องตามแนวทางประชาธิปไตยชุมชน
๗.ขยายพื้นที่จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่จังหวัด

การจัดรูปขบวนของสภาองค์กรชุมชน  

๑. ใช้เวทีการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบล โดยเชิญหน่วยงานเข้าร่วม
๒. ผลักดันให้มีผู้แทนจากสภาองค์กรชุมชนตำบล เข้าร่วมการประชุมกับหน่วยงาน (อำเภอ จังหวัด)
๓. ใช้เวทีสภาองค์กรชุมชนตำบล เชื่อมโยงสู่ระดับจังหวัดและระดับชาติ
๔. ผลักดันให้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นอิสระ เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วม
๕. จัดตั้งขบวนเฉพาะกิจ จัดทำแผนปฏิรูป

  บทบาทของสภาองค์กรชุมชนต่อภาคีต่างๆ  

๑. ต้องเป็นเวทีกลางนำเสนอปัญหาของชุมชน กับหน่วยงาน/ภาคีที่เกี่ยวข้อง
๒. ร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น  ร่วมติดตาม/ตรวจสอบ  ผลักดันแนวทางการแก้ไขปัญหากับ อปท.

     แม้ว่าวันนี้หมอกควันจากสมรภูมิกลางมหานครจะจางหายไป แต่ไฟในใจของผู้คนที่ยืนตรงข้ามรัฐยังคงคุกรุ่น พร้อมที่จะประทุขึ้นมาได้อีกคราทุกเมื่อ บาดแผลครั้งนี้ได้ทิ้งความหวาดระแวง ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจในซึ่งกันและกัน ให้แผ่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า ความเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรใดๆ ณ ขณะนี้ จะถูกจับตา จะถูกตั้งคำถาม หรือโยงเป็นเรื่องทางการเมือง แม้กระทั่งสภาองค์กรชุมชนเองก็ตาม การจะเข้าร่วมขบวนปฏิรูปประเทศไทย การจะสร้างประชาธิปไตยชุมชน ประชาธิปไตยที่กินได้ หรือสภาองค์กรชุมชนจะเป็นเพียงเสือกระดาษ การเปลี่ยนแปลงที่มาจากข้างล่างคือการเปลี่ยนแปลงที่มั่นคงและยั่งยืน...สภาองค์กรชุมชนตำบลจะเป็นที่พึ่งของสังคมในยามนี้ได้อย่างไร.....

และในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ๒๕๕๓  นี้  จะมีการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติอีกครั้งหนึ่ง  โดยมีวาระสำคัญในเรื่องการปฏิรูปประเทศไทยรวมอยู่ด้วย

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter