พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2014

      ท่ามกลางกระแสธรรมชาติที่ผันแปร ภาวะโลกร้อน และวิกฤติภัยพิบัติต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ภาวะทางธรรมชาติเหล่านี้กำลังคืบคลานมาหามนุษย์ชาติอย่าง ช้าๆจึงเกิดกระแสการรณรงค์เพื่อลดภาวะโลกร้อนขึ้น และสภาองค์กรชุมชนตำบลบัวใหญ่ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่านจึงได้จัดงานบวชป่าสืบชะตาลำน้ำแหงเพื่อเป็นการรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนและสืบชะตาลำน้ำแหงที่ เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของชุมชนด้วย เพื่อคืนชีวิตแห่งลำน้ำให้กลับคืนมาเหมือนเดิม

 

 

     เมื่อวันที่ ๒๖ – ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ซึ่งตรงกับวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา สภาองค์กร ชุมชนตำบลบัวใหญ่ได้ทำพิธีบวชป่าสืบชะตาลำน้ำแหง โดยใช้วิถีแห่งศาสนาพุทธที่ทุกคนยึดมั่นเป็นตัวเชื่อม โยง มีพิธีทางสงฆ์ การสวดชยันโต พรมน้ำมนต์และการให้คำปฏิญาณในชุมชนที่จะดูแลต้นไม้ที่ตนเองปลูกและ ไม่ล่าสัตว์ป่าในพื้นที่ โดยพิธีดังกล่าวมีการปลูกป่าจำนวน ๒,๐๐๐ ต้น ได้แก่ต้นประดู่ ต้นไผ่ ต้นเหียง ต้นมะไฟ จีน ซึ่งบริเวณที่ปลูกป่านั้นอยู่ต้นลำน้ำแหงและพิธีบวชป่าผืนใหญ่ภายใน ๘ หมู่บ้านโดยได้รับความร่วมมือจาก กศน. กรมการปกครองนาน้อย สภาวัฒนธรรมอำเภอ โรงเรียนชุมชนบ้านอ้อย  อุทยานแห่งชาติขุนสถาน

    ดุจเดือน ศรสีดา เยาวชนในพื้นที่ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกว่า รู้สึกดีที่ได้ทำประโยชน์อะไรให้กับบ้าน เกิดของตนเองบ้าง เพราะปีนี้ลำน้ำแหงแห้งมาก อยากทำประโยชน์ให้บ้านเกิดมากกว่านี้ ซึ่งตนได้คิดกิจกรรมต่อยอดจากการปลูกป่าครั้งนี้คือ จะรวมตัวกันสร้างฝายชะลอน้ำที่ต้นลำน้ำแหง และร่วมกันรณรงค์ ไม่ให้คนในพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มมากขึ้น โดยต้นไม้ที่ตนเองเลือกปลูกในครั้งนี้คือต้นมะไฟจีน เพราะมัน อร่อยและกินได้ และเมื่อต้นไม้นี้เติบโตขึ้นมาก็สามารถเป็นอาหารของสัตว์ป่าได้อีกด้วย

 

 


 

     ทางด้านนางศิริลักษณ์ คำชมพู นายกหญิงกาชาด บอกถึงแนวคิดในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า อยากให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญของลำน้ำแหงและช่วยกันดูแลรักษาลำน้ำไม่ให้ป่วยไปมากกว่านี้ ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของนายอำเภอนาน้อยที่อยากจะฟื้นฟูลำน้ำแหงให้มีพื้นที่ชุ่มน้ำมากขึ้น อนุรักษ์ การปลูกต้นไม้ริมฝั่ง  เพื่อเรียกน้ำกลับคืนมาสู่ชุมชน และกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งในการปลุกกระแสคนในชุมชน ให้เกิดความรักและหวงแหนลำน้ำของตนและได้มีพิธีกรรมตามความเชื่อโดยการสาบานตนว่าใครไปทำร้ายลำ น้ำแหงก็อาจจะเกิดสิ่งไม่ดีกับตนเองและการลงมือปลูกต้นไม้ด้วยตนเองนั้นคนในชุมชนจะรู้สึกหวงแหน ผูกพันธ์ และจะช่วยกันดูแลต้นไม้ที่ตนเองปลูก ซึ่งเป็นการรณรงค์ให้ตระหนักถึงการดูแลรักษาป่าไม้ทางอ้อม อีกด้วย

 

    สำหรับผู้สนับสนุนพันธุ์กล้าไม้ต่างๆนายฉัตรชัย โยธาวุฒิหัวหน้าอุทยานแห่งชาติขุนสถาน ได้ กล่าวถึงปัญหาลำน้ำแหงว่า ส่วนใหญ่เกิดจากคน เมื่อคนเยอะขึ้นความต้องการในพื้นที่เกษตรกรรมก็เพิ่มมาก ขึ้นเสมือนเงาตามตัว มันเหมือนกับการเริ่มต้นตัดไม้เพื่อทำเกษตรกรรมและก็แผ่ขยายเพิ่มมากขึ้น เพราะคนไม่ ตระหนักถึงความสำคัญของลำน้ำ แต่เมื่อสภาองค์กรชุมชนตำบลบัวใหญ่เข้ามามีบทบาทในการรณรงค์ใน หลายๆครั้งที่ผ่านมา  ทำชาวบ้านในชุมชนก็เริ่มจะเข้าใจโดยใช้วิธีทำความเข้าใจในจุดเล็กๆก่อนและขยายผล ไปเรื่อยๆ สำหรับตนเองรู้สึกยินดีที่ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาทรัพยากรป่าไม้และต้นน้ำของ ตนเอง ซึ่งก็ตรงกับทางนโยบายของทางอุทยานอยู่แล้ว   คือเน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและดูแลรักษา ทรัพยากรร่วมกัน   เพราะหัวใจของการรักษาป่าคือคนชุมชนจะต้องรักป่าก่อนเพราะป่าใหญ่คือบ้านของเราทุกคน และเรื่องที่ชาวชุมชนรวมตัวกันขอขยายพื้นที่เขตอุทยานเพิ่มเติมนั้น ขึ้นอยู่กับชุมชนเจ้าของพื้นที่ เพราะ ไม่เคยปรากฏว่ามีพื้นที่ไหนขอขยายเขตอุทยานเพิ่มเลย มีที่นี่ที่เดียว แต่การของขยายเขตพื้นที่อุทยานนั้นคง ต้องจัดเวทีสาธารณะเพื่อทำความเข้าใจ ถ้าคนในชุมชนเห็นความสำคัญของการขยายเขตอุทยานเองตนเอง รู้สึกว่าเป็นเรื่องดีที่ชาวชุมชนเจ้าของพื้นที่ลุกขึ้นมาจัดการตนเอง สำหรับการแก้ปัญหาการทำไร่เลื่อนลอยนั้น จะมีโครงการหลวงเข้ามาช่วยและเมื่อคนในชุมชนมีโฉนดชุมชนก็จะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้มาก

     เมื่อคนในชุมชนตำบลบัวใหญ่ลุกขึ้นมาจัดการปัญหาในพื้นที่ด้วยตนเองเปรียบเสมือนการใช้ยารักษา โรคที่ตรงจุดโดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นตัวขับเคลื่อน ใช้วิธีร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลประโยชน์ และร่วม รับผิดชอบ เป็นหนทางสู่การเปลี่ยนแปลงจากจุดเล็กๆในชุมชนและฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นไปสู่การจัดการตนเอง อย่างยั่งยืน

จิริยา เรืองฉาย   เรื่อง/ภาพ

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter