พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1839

     การประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติสมัยวิสามัญครั้งที่ ๑ ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เมื่อวันที่ ๓๐  มิถุนายน  ๒๕๕๓ ที่ผ่านมามีวาระพิจารณาข้อเสนอการปฎิรูปประเทศไทยของขบวนองค์กรชุมชน   จึงมีเวทีเสวนาระดมความเห็น  
“จัดทัพ ผนึกกำลังภาคประชาชน เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย” ผู้เข้าร่วมเสวนาระบุพลังปฎิรูปต้องกระจายไปยังทุกภาคส่วนและขบวนองค์กรชุมชนต้องจัดทำประเด็นหรือวาระของการปฏิรูปที่ชัดเจน

  

      นายจินดา  บุญจันทร์   เลขานุการที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ กล่าวว่าการปฎิรูปสังคม  เป็นเรื่องที่ต้องฝากความหวังไว้กับทุกภาคส่วน แต่สำหรับขบวนชุมชนในบทที่เกี่ยวข้องกับสภาองค์กรชุมชนเราเน้นการปฏิรูปจากล่างสู่ข้างบน และต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่น   โดยสภาองค์กรชุมชนเป็นตัวอย่างของการรวมตัวอย่างสมานฉันน์  เพราะมีที่มาจากความหลากหลายของกลุ่มคนในชุมชน   เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่ฐานล่างขนาดใหญ่    เพื่อนำเสนอในสิ่งที่ประชาชนต้องการเช่น มีพลังที่จะยั้บยั้งโครงการพัฒนาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น  มีพลังที่จะเสนอแผนพัฒนาต่อจังหวัด มีพลังที่จะเสนอสิ่งที่ประชาชนไม่ต้องการ เมื่อมีข้อเสนอที่เป็นตัวอย่างของการปรับเปลี่ยนจากข้างล่างมากๆ  ที่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้และประสบการณ์งานพัฒนาที่ทำมาหลายสิบปี ทั้งในเรื่องการจัดการทรัพยากร การจัดการองค์กรการเงินของชุมชน ก็จะเป็นข้อเสนอที่มีน้ำหนักเพราะชุมชนมีพลังของการจัดการตนเอง  ในสภาองค์กรชุมชนจึงไม่มีผู้แพ้หรือผู้ชนะและไม่มีการแบ่งสี  แบ่งฝักแบ่งฝ่าย  เพราะเอาปัญหาของชุมชนมาเป็นตัวตั้ง

 

        ดร.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ รองประธานสภาพัฒนาการเมืองกล่าวว่า รัฐ  ราชการและฝ่ายการเมือง  ต้องรับฟังเสียงของชุมชน และเรียนรู้พลังของชุมชนที่มีการเติบโตอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศ  เรียนรู้แล้วพัฒนาประเทศไปพร้อมๆกัน  ไม่ใช่พัฒนาอยู่ที่ศูนย์กลาง การปฏิรูปต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดจากที่มีการจัดการแบบรวมศูนย์ที่ตรงกลาง  สู่การกระจายการจัดการไปที่ชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้ประเทศไทยโตไปพร้อมๆกัน  ที่ผ่านมาการเมืองในระบบตัวแทนไม่ได้ทำงานที่ตอบสนองชุมชนแต่ตอบสนองหัวหน้าพรรคการเมือง มุ่งสู่การรวมศูนย์ที่ส่วนกลาง   รวมทั้งระบบต่างๆที่มักใช้วาทกรรมให้คนจนต้องเสียสละ  งานสภาพัฒนาการเมืองจึงเป็นงานสร้างประชาธิปไตยที่ชุมชนฐานราก ให้สภาองค์กรชุมชนใช้อำนาจอย่างเป็นธรรมในการจัดการและดูแลทรัพยากรของชุมชน การปฎิรูปเราจะรอวิ่งมาราธอนคงไม่ไหว เราจะก้าวข้ามจุดนี้ได้อย่างไร เช่นในกทม.มีการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.  การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทำได้ไหม  การก้าวข้ามคือการคืนอำนาจให้ประชาชนในการจัดการตนเองทั้งแผนงานและงบประมาณ  โดยมีระบบโครงสร้างรองรับ


 นายสมคิด  สิริวัฒนากุล   ผู้แทนคณะประสานงานองค์กรชุมชน  กล่าวว่ากฎหมายสภาองค์กรชุมชนเพิ่งเกิดมาเมื่อ 2-3 ปี ขบวนองค์กรชุมชนที่ทำงานมายาวนานหลายสิบปี   ได้สร้างพื้นที่การจัดการตนเองในหลายด้าน   รูปธรรมที่ชาวบ้านทำเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำงานและร่วมมือกับท้องถิ่น ซึ่งองค์กรปกครองท้องถิ่นต้องจับมือกับขบวนองค์กรชุมชนที่ว่านี้ด้วย เพราะในหลายพื้นที่ยังไม่ได้จดแจ้งตั้งเป็นสภาองค์รกรชุมชน




      นพ.อำพล  จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า  การปฏิรูปประเทศไทยอย่าฝากความหวังไว้ที่จุดใดจุดหนึ่ง   รัฐบาลทำเพื่อแก้วิกฤติ   แต่วิกฤติแก้ไม่ได้เลยหากความเหลื่อมล้ำในสังคมยังดำรงอยู่  หากสิทธิทางการเมือง สิทธิทางการศึกษา การรักษาพยาบาล  การเข้าถึงทรัพยากร   ของคนจนยังเข้าถึงได้น้อยกว่าคนรวย  หมายถึงสังคมยังมีความเหลื่อมล้ำ   การปฏิรูปประเทศไทยต้องดูว่าอะไรที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนก็ต้องแก้ที่ตรงนั้น  โดยเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องเดินไปสู่จุดนั้น   คณะปฏิรูปที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาเหมือนพญานาคสองหัว  ก็ต้องรอลำตัวที่เป็นพลังของสังคม  หรือต้องใช้พลังประชาชนมาแก้  กลไกของรัฐบาลต้องสนับสนุนให้ประชาชนเปิดเวทีหรือสร้างกลุ่มเพื่อการแก้ปัญหา   ถ้ามีประเด็นที่ชัดเจนก็ต้องจัดสมัชชาเป็นเรื่องๆ  ทำให้เป็นวาระทางสังคม ทำประเด็นให้คมชัด ประสบการณ์งานพัฒนาของขบวนชุมชนจะเป็นส่วนสำคัญของการทำให้ประเด็นให้คมชัด  โดยข้อเสนอของพวกเราต้องใช้ปัญญานำ

     การตื่นตัวของสภาองค์กรชุมชน  เพื่อปฎิรูปประเทศไทยเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้องแล้ว   แต่ภาพสุดท้ายที่พึงประสงค์คือการเกิดพื้นที่ในการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นทั้งในระดับตำบล อำเภอหรือจังหวัด เป็นการจัดการตนเองในระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม  พื้นที่จัดการตนเองเป็นสิ่งสำคัญที่เหนือกว่าการกระจายอำนาจไปที่องค์กรปกครองท้องถิ่น  และการปฏิรูปจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าเรายังคิดในเชิงอำนาจ  ยังอยากขึ้นไปอยู่ข้างบน ยังดูถูกชุมชนหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น

 
      นายณัฐวัฒน์ ชั้นอินทร์งาม  นายกอบต.บางระกำกล่าวว่า  องค์ประกอบสำคัญของการปฏิรูปคือชุมชนท้องถิ่น  ซึ่งถ้าชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ รวมตัวกันก็จะมีพลัง  แต่ต้องมีอิสระในการบริหารจัดการ    อยากให้รัฐบาลเชื่อมั่นในการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น   ทั้งเรื่องการจัดการทรัพยากร ปัญหาหนี้สิน การประกันราคาข้าว ภาวะภัยแล้ง  รวมทั้งโครงการต่างๆที่สภาองค์กรชุมชนเสนอ   เพราะท้องถิ่นรู้ดีว่าในพื้นที่มีปัญหาอะไร   จึงเสนอให้มีการรวมพลังของสภาองค์กรชุมชน  ท้องถิ่น  ท้องที่  จับมือกันแก้ปัญหา จัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น  โดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณโดยตรงไม่ต้องผ่านหน่วยงานต่างๆ เช่นการสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน  ที่ครม.มีมติให้อปท.สนับสนุนกองทุน

      นายไมตรี  จงไกรจักร์  ผู้แทนเครือข่ายชุมชนเพื่อปฏิรูปสังคมและการเมือง กล่าวว่าสภาองค์กรชุมชนที่ตำบลตะกั่วป่า   ได้คัดค้านการขุดลอกทรายที่แม่น้ำตะกั่วป่า ที่จะส่งไปขายที่ประเทศสิงคโปร์ เราคัดค้านโดยใช้อำนาจของประชาชน เพราะอำนาจของชุมชนมีอยู่แล้วไม่ต้องรอใครให้  การปฏิรูปคือการจัดความสัมพันธ์ของประเทศไทยใหม่  หลายกลุ่มกำลังเดินเข้าสู่กระบวนการปฏิรูป   โดยสามารถทำได้ในทุกรูปแบบ  และประชาชนทำได้โดยไม่ต้องรอใคร อย่างคณะกรรมการปฏิรูปที่รัฐบาลตั้งมาก็มาจากข้อเสนอของภาคประชาชน   ไมตรีเสนอว่าบางเรื่องชุมชนต้องเลิกขอ เลิกเสนอ เลิกบ่น  แต่สิ่งไหนที่ทำได้ให้ทำเลย  ไม่ต้องรอหน่วยงาน แต่ต้องจัดการให้มีพลังทางสังคม เมื่อจัดการข้อเสนอหรือประมวลปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว  ก็ต้องกล้านำเสนอข้อเท็จจริงต่อรัฐบาล  ต่อสังคมและสื่อมวลชน  หลายคนพูดถึงการปฏิรูปสื่อการปฏิรูปสื่อต้องทำให้สื่อเข้าถึงปัญหาของพี่น้อง เพื่อให้สังคมสาธารณะรู้เรื่องของชาวบ้าน เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาต่างๆให้ตรงประเด็นและสังคมมีส่วนร่วม

     นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้ช่วยผู้อำนวยการพอช.กล่าวว่า   ทุกภาคส่วนต้องสร้างจินตนาการในการแก้ปัญหาประเทศไทยใหม่   ไม่ให้ผลประโยชน์ตกกับคนส่วนน้อย   ในขณะที่สภาองค์กรชุมชนเป็นพัฒนาการของขบวนองค์กรชุมชน ที่ผลักดันเรื่องสภาองค์กรชุมชน  เพื่อให้อำนาจประชาชนได้จัดการตนเอง ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาเราได้เห็นตัวอย่างของชุมชนจัดการตนเอง  ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมการพัฒนาของชุมชนเชื่อมโยงกันขนาดใหญ่เช่น  การจัดการทรัพยากร  การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชน  การจัดสวัสดิการชุมชน    และมีการจัดสรรงบประมาณไปที่ชุมชนโดยตรง

     นายประสาท   พลชนัน ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงหนือกล่าวว่า  ปัญหาของประชาชนภาคอีสานที่รัฐบาลต้องเร่งแก้คือปัญหาหนี้สินเกษตร ซึ่งมีถึงหนึ่งล้านสี่แสนล้านบาท ชาวบ้านมีรายได้แค่คนรับใช้ห่างจากพวกเศรษฐีถึง 15 เท่า ซึ่งมองไม่เห็นทางเลยว่าจะแก้หนี้นี้ได้อย่างไร รวมทั้งการแก้ปัญหาเรื่องน้ำในการทำอาชีพของเกษตร   

     นางแสงนภา  สุทธิภาค   ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบล จากจ.ชุมพร  เสนอให้รัฐบาลชะลอแผนพัฒนาภาคใต้
ที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการท่าเรือน้ำลึก โครงการพลังงานนิวเคลียร์ พร้อมตั้งคณะกรรมการศึกษาวิจัย โดยให้ชะลอแผนพัฒนาจนกว่าจะมีข้อสรุปของผลการศึกษาวิจัย  เพราะแผนพัฒนาขนาดใหญ่  22 โครงการ ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งด้านสภาวะแวดล้อม และการทำมาหากินจากสังคมเกษตรกรรมมาเป็นผู้รับจ้างในโครงการ 

     ด้านนายมะลิ   ทองคำปลิว  จากสภาองค์กรชุมชนพื้นที่ภาคเหนือ  ระบุว่าประชาชนในสามจังหวัดภาคเหนือได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำ   ทราบว่าบริษัทที่ได้รับสัมปทานได้ขยายการทำเหมืองแร่ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 500,000 ไร่   จึงมีข้อเสนอให้เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และตรวจสอบการได้รับสัมปทานของบริษัทฯที่ดำเนินการ และหยุดการขยายพื้นที่สัมปทาน

     นายณัชพล   เกิดเกษม  จากสภาองค์กรชุมชนในพื้นที่กทม.  ระบุว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีประชาชนที่กำลังเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยอย่างเร่งด่วนกว่า ๒๐,๐๐๐ ครัวเรือน  ในพื้นที่ ๘ ชุมชนและในที่ดินวัด 22 แห่ง   เนื่องจากเจ้าของที่ดินต้องการที่ดินคืนและติดประกาศให้ชุมชนออกจากพื้นที่     จึงมีข้อเสนอต่อสภาองค์กรชุมชนให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการแบบไตรภาคี   ที่ประกอบด้วยเจ้าของโครงการ เจ้าของที่ดิน ประชาชนที่เดือดร้อน และคนกลางที่มีความยุติธรรม เพื่อการประสานงานและแก้ปัญหาตามสภาพการณ์ของแต่ละกรณี

     นายวิเชียร  เจษฎากานต์   เครือข่ายนักธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม  กล่าวว่าการเมืองในระบบตัวแทน  ส่วนใหญ่ต้องการถอนทุนคืน   สภาองค์กรชุมชนสามารถตรวจสอบคัดค้านอำนาจนี้ได้  แต่ต้องทำให้ตัวเองเข้มแข็งก่อน  และชุมชนท้องถิ่นที่เข้มแข็งสามารถรวมตัวเพื่อการดูแลและปกป้องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นได้ดีที่สุด  

     ในด้านข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยของขบวนองค์กรชุมชน  ต่อที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติสมัยวิสามัญครั้งที่ 1/2553 นั้น   มีข้อเสนออยู่ใน สามเรื่องใหญ่คือ 

      1.
คืออำนาจการตัดสินใจด้านสังคม เศรษฐกิจ  การเมืองให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง   โดยมีแนวทางสำคัญได้แก่การแก้ไขกฎหมายและถ่ายโอนอำนาจรวมทั้งภารกิจของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับชุมชน  ให้สภาองค์กรชุมชนตำบลดำเนินการประสานงานและเปิดพื้นที่ทางสังคม   ให้รัฐบาลใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นองค์กรหลักในการปฏิรูปประเทศไทยจากฐานราก  รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนให้ครบทุกตำบล    การสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานเพื่อการพัฒนากิจการของสภาองค์กรชุมชนตำบล (การระบบข้อมูล  การวางแผน  การวิเคราะห์ข้อมุล  การพัฒนาองค์กรฯลฯ)  สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนพัฒนาตำบล   การยุติโครงการพัฒนาที่ส่งผลกระทบกับชุมชนท้องถิ่น ซึ่งไม่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและการรับรู้ของชุมชนก่อนดำเนินโครงการ      การยุติการไล่รื้อชุมชนในที่ดินของรัฐ  เป็นต้น

      2.การแก้กฎหมายและกฎระเบียบที่ไม่สอดคล้องและเป็นธรรมกับชุมชนท้องถิ่น    ได้แก่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต ปัจจัยการผลิตของชุมชน เช่นกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ให้เพิ่มสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร    การผลักดันกฎหมายการจัดเก็บภาษีที่ดิน  ภาษีมรดกในอัตราก้าวหน้า   การปรับโครงสร้างภาษีให้เอื้อต่อผู้มีรายได้น้อย   การแก้กฎหมายที่ดิน ที่อยู่อาศัย ผังเมืองและการควบคุมอาคาร ที่เอื้อประโยชน์ในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของคนยากจน   การแก้ปัญหาที่ดินชุมชนโดยเร่งการออกเอกสารสิทธิ์ หรือโฉนดชุมชนที่เป็นกรรมสิทธิ์ร่วม   การปรับปรุงกฎหมายการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น  โดยเพิ่มบทบาทและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลพัฒนาพัฒนาชุมชนท้องถิ่นร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น   การแก้ไขทบทวนกติกาข้อตกลงของประเทศในการพัฒนาภูมิภาคกับประเทศเพื่อนบ้าน     และข้อเสนอให้กำนันผู้ใหญ่บ้านดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี  ฯลฯ

 3.การให้มีผู้แทนองค์กรชุมชนเข้าร่วมในกลไกการปฏิรูปประเทศไทย 

 ด้านนายสุรเดช  ฉายะเกษตริน   รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  กล่าวว่าข้อเสนอของขบวนชุมชนในสองข้อหลังนี้เป็นสิ่งที่ทำอยู่แล้ว     ที่รัฐบาลจะทำต่อไปคือการส่งเสริมระบบสวัสดิการถ้วนหน้าในปี 2560 โดยเน้นระบบสวัสดิการ ระบบประกันสังคมที่ประชาชนร่วมสมทบ   ระบบการช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และระบบส่งเสริมสนับสนุนภาคีท้องถิ่นเป็นหุ้นส่วนจัดสวัสดิการ

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter